เรื่องคืนนั้นมีลุงรหัสบนเตียง

71.0K · จบแล้ว
อิงอรทัย
50
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"ขอนอนด้วยได้ไหมคะ" เมื่อคำขอของเธอกับเขามันคนละความหมาย เรื่องบนเตียงในคืนนั้น เธอจึงปล่อยเลยตามเลย เพราะยังไงเขาก็จำเธอไม่ได้อยู่ดี เธอหมายถึงแค่ที่ ซุกหัวนอน ในคืนที่กลับหอในไม่ทัน แต่เขาหมายถึงจะ ซุก อะไรมากกว่านั้น กว่าจะเข้าใจ หัวใจมันก็ดันสมยอมไปแล้ว คีรินทร์ พัฒนทรัพย์วิโรจน์ หรือ คีน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 ในฐานะลุงรหัส ผู้ไม่เคยจะแยแสหลานรหัสหน้าจืดปี 2 อย่าง ชะเอม เลยสักครั้ง วันไนต์ที่คิดจะปล่อยผ่าน กลับทำให้เขาอยากตามหา ผู้หญิงในคืนนั้น ที่ลืมกิ๊บติดผมไว้บนเตียง

นิยายรักโรแมนติกโรงแรม/มหาลัยโรแมนติกนักศึกษา18+คู่นอนคืนเดียววัยรุ่น

ตอนที่ 1 นักสืบ (1)

"ไอ้คีน..."

เสียงเรียกของฟร้องค์ พร้อมด้วยท่าทางยักคิ้ว สายตาที่มองไปตรงทางเดินแคบๆ ด้านหลัง ทำให้เขาหันไปมอง

ความมืดสลัวภายในผับสว่างขึ้นตามจังหวะแสงไฟกะพริบถี่ๆ ที่หมุนวนจนเกิดแสงน่าเวียนหัว แต่มันกลับเข้ากันได้อย่างดีกับเสียงดนตรีจังหวะหนักๆ ของวงดนตรีที่กำลังเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ด้านหน้าเวที เหล่าผีเสื้อราตรีหน้าเวทีข้างล่างก็ดูจะจริงจังกับเสียงเพลงหรือแม้แต่เสียงกรี๊ดดังในจังหวะที่นักร้องปล่อยมุกโบ๊ะบ๊ะ

คีรินทร์ พัฒนทรัพย์วิโรจน์ ชะงักนิ้วที่กำลังเคาะเบาๆ บนหน้าขา หลังจากที่ปล่อยอารมณ์ให้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงดังแสบหู เมื่อหันไปมองด้านหลังอย่างที่ไอ้ฟร้องค์มันทำท่าพยักพเยิด และเห็นคนที่เดินเข้ามาในโฟกัสสายตาเขาเป็นใคร คีรินทร์ผ่อนลมหายใจออกจากปากด้วยความเซ็ง

หญิงสาวสวยจัดกำลังเดินตรงมาทางนี้อย่างไม่ต้องเดา ข้าวสวยคงคิดจะเข้ามาหาเขานั่นแหละ

เธอคือแฟนเก่าที่เลิกรากันไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว

"อ้าว คีน ข้าวนั่งด้วยคนได้ไหม...ไฮ ฟร้องค์ แดน"

หญิงสาวเอียงหน้าเข้าใกล้พูดเสียงดังกว่าปกติหวังจะให้เขาได้ยินชัดเจน และยังส่งคำทักทายไปถึงเพื่อนของอดีตแฟนอีกด้วย

คีรินทร์ยกข้อมือดูเวลา "กูกลับก่อนนะไอ้ฟร้องค์"

ถ้อยคำที่เอ่ยแม้จะไม่ดังนัก แต่ฟร้องค์ก็ได้ยินชัด แถมท่าทางที่มันกำลังลุกขึ้นก็บ่งบอกได้อย่างดี

"เฮ้ย...อะไรวะ เหล้ายังไม่หมดเลย พรุ่งนี้ก็เรียนสายด้วย ไรวะ" ฟร้องค์รีบโวยวายขึ้นแต่ก็ห้ามไม่ทัน

"อ้าว...มันจะกลับเลยหรือวะ" แดนหันหน้าไปถามฟร้องค์ด้วยความงุนงงไม่ต่างกัน

"นั่งก่อนสิข้าว"

ฟร้องค์จึงหันไปเอ่ยชวนอดีตแฟนเพื่อนให้นั่งลง ข้าวสวยลังเลนิดหน่อย เพราะมีเรื่องอยากถามฟร้องค์กับแดน แต่อีกใจก็อยากตามไปคุยกับคีรินทร์ด้วยเช่นกัน

//-------//--------//

"ไม่เอาหรอกมินนี่ เราไม่เคยเข้าไปที่แบบนั้น"

"แค่แป๊บเดียวนะ...นะ...เอม"

เมื่อถูกมินนี่ดักหน้า ชะเอมก็เลี่ยงเดินหนีเร็วๆ เพราะอีกนิดเดียวเธอก็จะใจอ่อนกับเพื่อนแล้ว

"ไม่ได้หรอก เรากลับหอไม่ทันแน่"

"ก็ไปนอนที่คอนโดเรา…นะ…นะ เอางี้แค่เข้าไปดูไอ้เฟิร์สเฮงซวยนั่นให้เรา ถ่ายรูปมันกับผู้หญิงได้แค่นั้น ก็ออกมาเลย ไม่น่าจะเกินสี่ทุ่มหรอก"

"แล้วถ้าคู่หมั้นเธอจำเราได้ล่ะ"

"ไม่ได้หรอกน่ะ เราเตรียมไว้แล้ว"

"เตรียมอะไร"

ชะเอมถูกลากขึ้นรถเก๋งอีโคคาร์คันเล็กกะทัดรัด นั่งฟังมินนี่อธิบายถึงเรื่องแผนการจับชู้ของคู่หมั้นหนุ่มไม่พึงประสงค์ แล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความมึนงง

"แล้วทำไมเธอไม่เลิกกับพี่เฟิร์สไปซะให้สิ้นเรื่อง"

"ถ้ามันง่ายขนาดนั้น เราก็เลิกไปแล้วสิ นี่เราต้องหาหลักฐานไปยืนยันกับพ่ออีก มันพูดยากน่ะเอม พวกผู้ใหญ่เขาคุยกันน่ะ" เธอพยักหน้ารับเหมือนเข้าใจเรื่องราวแต่สุดท้ายก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

จนกระทั่งเธอถูกมินนี่ลากมาถึงคอนโดหรูไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยมากนัก ที่นี่มันช่างแตกต่างกับหอในที่เธออยู่ราวสวรรค์ชั้นเทพเซียนกับแดนปีศาจใต้พื้นพิภพ แต่ทำไงได้ก็ที่นั่นมันทั้งราคาถูก ปลอดภัย ถึงจะมีกฎเกณฑ์บีบรัดน่ารำคาญ แต่สำหรับเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร อยู่มาได้สองปีสบายๆ จนกระทั่งถึงวันนี้

พอเธออาบน้ำเสร็จก็ถูกมินนี่จับมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งสีชมพูลายคิตตี้

เธอมองภาพสะท้อนในกระจกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ นึกไม่ออกว่ามินนี่จะแต่งหน้าแต่งตัวให้เธอสวยขึ้นจนไม่มีใครจำได้ได้อย่างไร

ในเมื่อหญิงสาวผมลอนใหญ่ยาวประบ่าที่ออกจะชี้ฟูเสียทรงเล็กน้อย มองอย่างไรก็เหมือนไม่เข้ากับเครื่องหน้าไร้เมคอัพ ยิ่งถ้าก่อนที่เธอจะเข้าไปอาบน้ำความมันบนใบหน้ามันแทบจะทอดไข่ได้ทีเดียว ยังไม่รวมถึงรอยด่างดำที่เธอแอบบีบสิวแถวจมูกจนถึงข้างแก้มนั่นด้วย ริมฝีปากก็ดูมีร่องทาลิปสติกก็ไม่สวยเธอจึงทาแค่ลิปมันจนทุกวันนี้ และยิ่งมองแว่นตาหนาเธอก็ยิ่งไม่เห็นว่ามันจะมีส่วนไหนที่จะทำให้สวยขึ้นได้สักนิด

มินนี่เริ่มจากผมหยักศกลอนใหญ่ของเธอก่อน โดยการใช้เครื่องหนีบร้อนๆ ดึงรั้งเพียงนิดผมที่หยิกธรรมชาติก็ตรงขึ้นจนดูแปลกตา

แว่นตาหนากรอบดำถูกถอดออก ทรงผมที่เธอยังชื่นชมได้ไม่เต็มที่ก็กลายเป็นเบลอจนมองแทบไม่เห็นทรง เธอกะพริบตาอยู่ครู่แต่ก็จับโฟกัสไม่ได้สักอย่าง คงเพราะด้วยความสั้นของสายตาระดับเจ็ดร้อย

มินนี่จับเธอหมุนตัวมาข้างหลัง และทิ้งตัวเองนั่งลงที่ขอบเตียง จับปลายคางเธอเชิดขึ้นเล็กน้อยขยับซ้ายทีขวาทีอย่างพินิจพิจารณา แล้วจึงส่งกล่องคอนแทกต์เลนส์ให้เธอ

"แต่งหน้าออกมาแล้วต้องสวยแน่ ดูซิ ปากก็ได้รูป หน้าก็เรียวสวย ตาเอมยิ่งสวยรู้ไหม"

ชะเอมแทบจะนึกความสวยบนใบหน้าตัวเองอย่างที่เพื่อนว่าไม่ออก แม้จะมีคอนแทกต์เลนส์ระดับความชัด HD อยู่ในดวงตาแล้ว ทำไงได้ก็ยายมินนี่ให้แต่เธอหลับตาไว้ตลอดจนไม่รู้ว่าเพื่อนตัวดีทำอะไรกับหน้าเธอไปบ้าง ได้แต่ยอมปล่อยให้มินนี่ละเลงครีมอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ลงที่ใบหน้า

"เนี่ยถ้าเอมบำรุงผิวกว่านี้นะ รอยด่างดำก็จะจาง ทีนี้ผิวขาวๆ ของเอมน่ะสวยเลย ปากก็เหมือนกัน"

ทุกครั้งที่มินนี่แต่งแต้มอะไรลงที่ใบหน้าก็มักจะเอ่ยสอนเรื่องการบำรุงกำกับลงไปด้วย เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าเธอจะได้ลืมตาขึ้นไม่ต้องหลับๆ ลืมๆ ตามคำสั่ง หันไปมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วก็ต้องตกใจ

ผู้หญิงคนในกระจกใช่เธอจริงๆ หรือ