ตอนที่ 6
ห้องนอนใหญ่อยู่ที่เรือนหลักด้านหลัง ชายหนุ่มเอนตัวลงนอนโดยไม่ปิดม่านหน้าเตียง กลิ่นหอมเย็นของดอกบัวโชยเข้ามาด้านใน เขาสูดกลิ่นที่ทำให้เคลิบเคลิ้มจากนั้นก็หลับตาลงด้วยความง่วงงุน
ในความเลือนรางคล้ายความฝัน สวินชวนหลิวปรือตามองเงาที่เคลื่อนตัวมาบดบังการมองเห็น ใบหน้างดงามกับรอยยิ้มอ่อนหวาน สัมผัสที่ทาบทับลงบนตัวเขา บดเบียดจนแทบจะกดลงหนักหน่วง
เขาไม่อาจขยับตัวได้แต่สบตากับดวงตาคู่งามในความเลือนราง รอยยิ้มงดงามของหญิงสาวเปิดกว้าง เธอก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของเขา “ขอต้อนรับสู่เหอฮวาฝู่”
“คุณ...เป็นใคร”
“ข้า? ข้าเหอฮวา”
“เหอฮวา??”
“ใช่แล้ว”
“แล้ว...”
“ชู่ววว” หญิงสาวกดนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากของเขา กลิ่นหอมเย็นคล้ายกลิ่นดอกบัวกระสาเข้าจมูก เรือนกายนุ่มเนียนบดเบียดเสียดสีบนเรือนกายล่ำสั่น สวินชวนหลิวรู้สึกประหลาดใจเพราะเขา...ไม่รู้สึกรังเกียจ
“ชวนหลิว...” เสียงกระซิบแผ่วเบาเว้าวอน
“ครับ” เขาตอบรับโดยไม่รู้ตัว เอาแต่จ้องมองใบหน้างดงามของหญิงสาว ใบหน้านี้ที่เขาเห็นตอนที่เขาจดจ้องดอกบัวในสระ
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมใบหน้างดงามที่ก้มต่ำลงมา ริมฝีปากอิ่มขบเม้มริมฝีปกล่างของเขาแผ่วเบา ชายหนุ่มกะพริบตามองหญิงสาวนิ่ง อยากขยับแต่ทำไม่ได้ เขาไม่ได้อยกดิ้นรน ไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนก ตรงกันข้ามเขาอยากตอบสนอง อยากแตะต้องสัมผัสหญิงสาวตรงหน้า
ตอนจุมพิตแผ่วเบาแนบชิดขึ้น สองมือของหญิงสาวที่ลูบไล้ลงไปยังต้นขาของเขา ปลุกเร้าบางอย่างให้ลุกฮือ... สวินชวนหลิวลืมตาพรึบ!!! ลมหายใจของเขาหอบหนักหัวใจเต้นรัว
ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้วกดเปิดไฟหัวเตียง นาฬิกาบอกเวลาตีสาม เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วเมื่อร่างกายตื่นตัวเต็มที่เพียงเพราะความฝัน “ให้ตาย...”
สบถกับตัวเองจบก็ได้แต่ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำ จากนั้นเขาก็นอนไม่หลับอีกเลยจนฟ้าสาง เขาให้เหตุผลกับตัวเองว่าคงเป็นเพราะแปลกที่ ดังนั้นทั้งเรื่องนอนไม่หลับ ทั้งความฝันประหลาดที่เขาฝันเป็นหญิงสาวแปลกหน้า เรื่องทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเรื่องบังเอิญ
เพียงแต่...ใบหน้างดงาม น้ำเสียงแผ่วเบา อีกทั้งรอยยิ้มเย้ายวนของเหอฮวา กลับทำให้เขาจดจำได้ไม่ลืมเลือน
การนัดพบกับทนายหลัวเป็นไปอย่างราบรื่น อีกฝ่ายจะช่วยเขาจัดการเรื่องสัญญาซื้อขายเหอฮวาฝู่ และจะช่วยติดต่อกับทนายของตระกูลเหอเรื่องสัญญาข้อแม้การซื้อขาย ที่เขาต้องทำตอนนี้เหลือแค่เซ็นสัญญาและจ่ายเงินเท่านั้น
มือถือของเขาดังรัวๆ ยังคงเป็นแม่ของเขาที่โทรมา บางสายก็เป็นญาติ บางสายก็เป็นเพื่อนที่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารับทุกสายแต่ก็พูดในเรื่องที่พูดได้ ตอบในเรื่องที่ตอบได้เพื่อไม่ให้ใครเสียหายและไม่ผิดใจกับใคร
สวินชวนหลิวขับเจ้าแก่วนเวียนไปรอบเมือง สำรวจทุกซอกทุกมุมและมองหาบริษัทใหญ่ เผื่อมีโอกาสบางทีเขาอาจจะมองหางานที่เหมาะกับตัวเอง
เสื้อผ้ามือสองมีหลายร้าน เขาซื้อหลายชุดทั้งชุดลำลองและชุดนอน สูทเขายังไม่คิดเพราะที่บ้านแม่ยังมีเสื้อผ้าของเขาหลายชุด บางทีเขาอาจกลับไปที่นั่นสักครั้ง นำของใช้จำเป็นแล้วย้ายมาที่นี่...ถาวร
เย็นวันนั้นจิ่วซางนัดเขาไปทานมื้อเย็น ที่ร้านอาหารหรูหราเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทางที่สุด สายตาของคนอื่นที่มองเขากับจิ่วซางนั้น บางคนสงสัย บางคนตกใจ บางคนเอาแต่จ้องมองราวกับจิ่วซางนั่นกำลังทำเรื่องผิด
เขาแอบหัวเราะกับตัวเอง ก้มลงมองกางเกงลำลองกับเสื้อยืดที่เขาสวมออกมาจากร้านมือสองเพราะขี้เกียจเปลี่ยน จากนั้นละสายตาไปมองเดรสราคาแพงหูดับบนตัวหญิงสาว
“คุณจิ่วซางครับ”
“คะ?”
“ช่วยอะไรผมหน่อยได้มั้ย”
“อะไรเหรอคะ”
“คราวหน้าถ้าคิดจะนัดทานมื้อเย็น ขอผมเป็นคนเลือกร้าน”