ตอนที่ 1 ตื่นในนรก
ตอนที่ 1 ตื่นในนรก
ลมเหมันต์พัดกรีดร้องผ่านรอยแยกของผนังดินโคลนราวกับคมมีดน้ำแข็ง เสียงนั้นหวีดหวิวบาดแก้วหู ราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณร้ายในขุมนรกมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอับชื้นของฟางเน่าลอยเตะจมูก เยี่ยหว่านชิง ศัลยแพทย์ทหารและสายลับระดับ S แห่งศตวรรษที่ 22 พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากหลังศีรษะจนสมองแทบระเบิดยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติได้ เสียงแหบพร่าแหลมปรี๊ดก็ดังทะลุโสตประสาท
“นังตัวซวย! แกล้งตายเรียกร้องความสนใจรึ! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
พร้อมกับเสียงนั้น ร่างท้วมของแม่เฒ่าหวังถลันเข้ามา สันเท้าหนาหนักเล็งเตะเข้าที่ชายโครงของเธอทันที! เยี่ยหว่านชิงเอี้ยวตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน แรงกระแทกเฉี่ยวไปเพียงนิดก็ทำให้เธอจุกจนหน้าถอดสีพร้อมกับแรงเตะหนักๆ ที่อัดเข้าที่ซี่โครงซ้ายของเธอ
ปึก!
ในวินาทีที่ความเจ็บปวดแล่นพล่าน ความทรงจำของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวประดุจเขื่อนแตก! ที่แท้ร่างนี้ก็มีชื่อว่าเยี่ยหว่านชิงเช่นเดียวกัน นางคือบุตรสาวสายรองของสกุลเยี่ย ขุนนางใหญ่แห่งเมืองหลวง แต่กลับถูกครอบครัวเนรเทศอย่างโหดร้ายให้มาแต่งงานยังหมู่บ้านกันดารแห่งนี้
ส่วนครอบครัวสามีของนาง แท้จริงแล้วไม่ใช่ชาวนาธรรมดา! บ้านใหญ่สกุลฉู่ในหมู่บ้านนี้ คือสายรองของตระกูลฉู่ผู้มั่งคั่งในเมืองหลวงที่พ่ายแพ้ในศึกสายเลือดเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงถูกตระกูลหลักเตะโด่งให้มาอยู่ที่นี่ด้วยข้ออ้างสวยหรูว่าให้มาเฝ้าสุสานบรรพชน แม้จะถูกตัดขาดอำนาจ แต่ด้วยรากฐานสมบัติเดิมที่ติดตัวมา ทำให้บ้านฉู่กลายเป็นเศรษฐีที่มั่งคั่งที่สุดในหมู่บ้าน มีที่ดินทำกินหลายสิบหมู่และมีบ้านอิฐหลังใหญ่โต
ในอดีต แม่เฒ่าหวังมีบุตรชายทั้งหมดสามคน บุตรชายคนโตเป็นเพียงชาวนาหัวอ่อนที่ได้สะใภ้ใหญ่จอมละโมบมาเป็นภรรยา ส่วนบุตรชายคนเล็กก็เพิ่งเริ่มศึกษาเล่าเรียน นางจึงเคยวาดฝันอันยิ่งใหญ่ว่าฉู่เจวี๋ยลูกชายคนที่สองที่ไปเป็นทหารจนได้ตำแหน่งรองแม่ทัพแดนเหนือ จะเป็นความหวังเดียวที่ช่วยเชิดหน้าชูตาและพาสายรองอย่างพวกนางกลับไปผงาดในเมืองหลวงได้อีกครั้ง... ทว่าสวรรค์กลับเล่นตลก ฉู่เจวี๋ยถูกลอบวางพิษและบาดเจ็บจนกลายเป็นคนขาพิการ ต้องถูกหามกลับมานอนรอความตายที่หมู่บ้าน!
ความหวังที่จะได้กลับเมืองหลวงพังทลายลงในพริบตา! ซ้ำร้าย ตระกูลหลักในเมืองหลวงยังร่วมมือกับสกุลเยี่ย เหยียบย่ำซ้ำเติมพวกนางด้วยการส่งขยะอย่างเยี่ยหว่านชิง คุณหนูสายรองที่ไม่มีใครเอา มาแต่งงานกับคนพิการอย่างฉู่เจวี๋ย
การแต่งงานนี้... คือการตบหน้าตระกูลฉู่สายรองอย่างจัง! เป็นการประกาศกร้าวว่าพวกนางไม่มีวันได้กลับไปเหยียบเมืองหลวงอีกชั่วชีวิต!
นี่คือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ครอบครัวฉู่ โดยเฉพาะแม่เฒ่าหวัง เกลียดชังเยี่ยหว่านชิงเข้ากระดูกดำ!
ในสายตาของแม่เฒ่าหวัง เยี่ยหว่านชิงไม่ใช่แค่ลูกสะใภ้ แต่เป็นตัวแทนของความอัปยศจากเมืองหลวงยิ่งในช่วงแรกที่ร่างเดิมแต่งเข้ามา นางยังคงติดนิสัยเย่อหยิ่งจองหองแบบคุณหนูเมืองหลวง ทว่ากลับไร้อำนาจและเงินทองหนุนหลัง ร่างเดิมจึงกลายเป็นกระสอบทรายชั้นดีให้แม่เฒ่าหวังและคนบ้านใหญ่ที่เคียดแค้นได้ระบายอารมณ์อย่างชอบธรรม โดยอ้างว่านางเป็นตัวกาลกิณีที่ทำให้บ้านฉู่ตกต่ำ!
"สวะเมืองหลวงอย่างเจ้า สมควรตายไปพร้อมกับลูกชายพิการของข้าเสียให้พ้นๆ!"
แม่เฒ่าหวังตะคอก แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ฝังลึก หญิงชราถลันเข้าไปหมายจะจิกหัวของเยี่ยหว่านชิงมาตบสั่งสอนอีกครั้ง
เยี่ยหว่านชิงขบกรามกรอด ดวงตาที่เคยมืดมิดเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน! ภาพแรกที่สะท้อนเข้าสู่ม่านตา คือหญิงชราผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้แห้ง ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง ในมือถือท่อนฟืนเปื้อนเขม่าเตรียมจะฟาดลงมาที่ใบหน้าของเธออีกครั้ง
“ตีให้ตายเลยเจ้าค่ะท่านแม่! สะใภ้รองขโมยเสบียงของพวกเราไปซ่อนไว้ นังนี่มันเลี้ยงไม่เชื่อง!”
เสียงยุแยงจากสะใภ้ใหญ่ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างประตู ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสะใจ
บริเวณลานบ้านที่เต็มไปด้วยหิมะละลายเฉอะแฉะ มีชาวบ้านสามสี่คนชะโงกหน้ามองข้ามรั้วเตี้ยๆ เข้ามาซุบซิบนินทากันอย่างออกรส
“เฮ้อ... สมควรแล้ว นังเยี่ยหว่านชิงนี่มันตัวกาลกิณี แต่งเข้าบ้านสกุลฉู่ก็ทำให้สามีขาพิการ”
“นั่นสิ ได้ข่าวว่าทุบตีลูกชายตัวเองระบายอารมณ์ทุกวัน แม่ชั่วๆ แบบนี้ ถูกแม่ย่าตีตายเสียก็ดี เป็นสวะรกหมู่บ้านเปล่าๆ”
“ดูสิ นอนจมกองเลือดปานนั้น คงไม่รอดแล้วกระมัง”
ท่ามกลางเสียงก่นด่าและเสียงนินทาที่ดังเซ็งแซ่ ความทรงจำขยะนับไม่ถ้วนก็ไหลบ่าเข้าสู่สมองของเยี่ยหว่านชิงราวกับเขื่อนแตก
ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ร้าวลึกถึงกะโหลกศีรษะกระชากสติของเธอให้ตื่นขึ้น ภาพตรงหน้าแม้มืดมัวทว่ากลับแจ่มชัดในความรู้สึก เสื้อผ้าหยาบกระด้าง กลิ่นอับชื้นของดินโคลน และเศษเสี้ยวความทรงจำของใครบางคนที่ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับคลื่นยักษ์ กำลังตอกย้ำความจริงอันเหลือเชื่อ...
เธอทะลุมิติมา!
สัญชาตญาณของสายลับระดับ S ร้องประท้วงว่านี่คือเรื่องไร้สาระ ทว่าหยาดเลือดอุ่นๆ ที่ไหลเข้าตาและความเจ็บปวดเจียนตายที่กำลังเผชิญ บังคับให้เธอต้องยอมรับความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อไม่กี่อึดใจก่อน เธอยังเป็นผู้กุมชะตาชีวิตคนนับพัน เป็นมือสังหารอันดับหนึ่งที่ใครต่อใครต่างหวาดผวา แต่บัดนี้... เธอกลับมาฟื้นขึ้นในร่างของหญิงโง่เขลาและร้ายกาจที่มีชื่อเดียวกัน! เป็นสะใภ้รองที่ถูกคนทั้งหมู่บ้านชิงชัง มีสามีขาพิการนอนรอความตาย มีลูกชายวัยสี่หนาวผอมแห้งราวกับหัวผักกาดเหี่ยว และที่บัดซบที่สุด ตัวเธอเพิ่งถูกแม่สามีผลักหัวฟาดพื้น เพียงเพราะถูกจับได้ว่าแอบขโมยมันเทศต้มไปกินคนเดียว!
“โบราณว่าไว้ มังกรว่ายน้ำตื้นถูกกุ้งหยอกล้อ พยัคฆ์ตกที่ราบถูกสุนัขรังแก ไม่คิดเลยว่ายอดฝีมืออย่างฉัน จะต้องมาตื่นขึ้นในสภาพที่น่าสมเพชยิ่งกว่าสุนัขข้างถนนเช่นนี้”
เยี่ยหว่านชิงแค่นยิ้มหยันในใจอย่างเย็นชา
“นังตัวดี! ข้าจะตีแกให้ตายแล้วเอาศพไปโยนทิ้งท้ายเขา!”
หญิงชราสกุลหวังง้างท่อนฟืนในมือขึ้นสุดแขน เล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของร่างบางที่นอนจมกองเลือด
“อย่าทำท่านแม่นะ!!”
เงาร่างเล็กจ้อยเท่าลูกหมาพุ่งพรวดออกมาจากมุมมืด ซากเด็กชายวัยสี่ขวบที่สวมเสื้อผ้าฝ้ายขาดรุ่งริ่งจนเห็นผิวเนื้อสีม่วงคล้ำจากความหนาวเย็น ตามท่อนแขนและท่อนขาที่โผล่พ้นรอยขาดนั้น เต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำและรอยแผลเป็นเก่าใหม่สลับกันไปจนน่าเวทนา... ซึ่งเยี่ยหว่านชิงเองก็ตอบไม่ได้ว่า ร่องรอยเหล่านั้นเกิดจากน้ำมือของเจ้าของร่างเดิมผู้เกรี้ยวกราด หรือเกิดจากไม้เรียวของย่าใจยักษ์ผู้นี้กันแน่ แต่ที่แน่ๆ เด็กน้อยกำลังกางแขนผอมบางดุจกิ่งไม้แห้งบังร่างของเธอเอาไว้ น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงบนแก้มที่ตอบซูบ
“อาเป่า... อาเป่าไม่ให้ตีท่านแม่! ย่าตีอาเป่าแทนเถอะขอรับ ฮือๆๆ ...”
หัวใจของเยี่ยหว่านชิงที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บปวดและซาบซึ้งจากสัญชาตญาณของเจ้าของร่างเดิมตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เด็กคนนี้ ทั้งที่ถูกร่างเดิมทุบตีสารพัด แต่ในวินาทีความเป็นความตาย กลับใช้ร่างเล็กๆ นี่มาปกป้องแม่ที่แสนเลวร้ายอย่างเธอ
“ไอ้เด็กเหลือขอ! แกอยากตายนักใช่ไหม ได้! ข้าจะสงเคราะห์ให้ตายตกตามกันไปทั้งแม่ทั้งลูก!”
แม่เฒ่าหวังหน้ามืดตามัว ฟาดท่อนฟืนลงมาอย่างไม่ออมแรง
ชาวบ้านที่มุงดูต่างเบือนหน้าหนี บางคนยกมือขึ้นปิดตา สลดใจกับภาพเด็กน้อยที่กำลังจะถูกตีสมองไหล
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ท่อนไม้นั้นกำลังจะสัมผัสกระหม่อมบางของอาเป่า
หมับ!
มือเรียวเล็กที่เปื้อนเลือดและโคลน พุ่งสวนขึ้นไปคว้าท่อนฟืนนั้นไว้กลางอากาศ แรงบีบมหาศาลราวกับคีมเหล็กทำให้ท่อนไม้หยุดนิ่งสนิท ห่างจากศีรษะของเด็กน้อยเพียงหนึ่งชุน (นิ้ว)
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากชาวบ้านที่มุงดู
แม่เฒ่าหวังเบิกตากว้าง พยายามออกแรงดึงท่อนไม้กลับ แต่ไม่ว่าจะออกแรงจนหน้าดำหน้าแดง ท่อนไม้นั้นก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหินผา
“นี่แก...”
เยี่ยหว่านชิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้เลือดจะอาบครึ่งซีกหน้า แต่ท่วงท่ากลับมั่นคงสง่างามดุจราชินีที่ประทับบนบัลลังก์เลือด ดวงตาดอกท้อที่เคยมักจะฉายแววหวาดกลัวและโง่เขลา บัดนี้กลับดำมืดลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบด้านดูเหมือนจะลดต่ำลงไปอีกหลายองศา
“คนเขาว่า! เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง แต่ดูเหมือนบ้านสกุลฉู่ จะมีแต่เดรัจฉานที่ต่ำต้อยกว่าสุนัขโสโครกสินะ”
น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไม่ดังไม่เบา แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนดุจเสียงกระซิบของมัจจุราช
สะใภ้ใหญ่ที่ยืนกอดอกอยู่ถึงกับขนลุกซู่ ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ‘สะใภ้รองผีเข้าหรือไร? เหตุใดแววตาถึงได้น่ากลัวปานนั้น ราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งคลานขึ้นมาจากขุมนรก!’
“นัง... นังแพศยา! ปล่อยไม้นะ!เจ้ากล้าด่าข้าเร้อ!”
แม่เฒ่าหวังใจดีสู้เสือ ตะคอกกลับเสียงสั่น
เยี่ยหว่านชิงริมฝีปากเหยียดยิ้มเย็นชา
“ท่านอยากได้ไม้นี้งั้นหรือ? ย่อมได้”
กร๊อบ!
หญิงสาวบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย ท่อนฟืนไม้เนื้อแข็งก็หักลั่นคามือเป็นสองท่อนราวกับกิ่งไม้ผุๆ! ก่อนที่เธอจะตวัดหลังมือ ฟาดเศษไม้ในมือกลับไปที่ใบหน้าของแม่เฒ่าหวังอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน
เพียะ!!
“โอ๊ยยยย!!”
แม่เฒ่าหวังกระเด็นลอยไปตามแรงตบ ร่วงกระแทกพื้นโคลนดังตุ้บ ฟันกรามหลุดกระเด็นออกมาสองซี่ เลือดกลบปากร้องโอดครวญอย่างน่าสมเพช
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานบ้านในทันที เงียบจนได้ยินเสียงหิมะตกกระทบพื้น ชาวบ้านเบิกตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
นั่นมันแม่สามีเชียวนะ! สะใภ้รองกล้าลงมือตีแม่ย่า! ตรรกะฟ้าดินวิปริตไปแล้ว!
“จำเอาไว้...”
เยี่ยหว่านชิงก้าวเดินเข้าไปหาแม่เฒ่าหวังช้าๆ ปลายเท้าเหยียบลงบนชายกระโปรงของอีกฝ่าย โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“ต่อจากนี้ไป หากใครกล้าแตะต้องตัวฉันหรือลูกของฉันอีกแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะทำให้มันได้รู้ว่า การมีชีวิตอยู่มิสู้ตาย!มันเป็นอย่างไร”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวกลับ ก้มลงอุ้มร่างเล็กๆ ที่สั่นเทาของอาเป่าขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากสายเลือดทำให้ความเจ็บปวดทางกายทุเลาลงอย่างประหลาด
ในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวเดิน อาการปวดแปลบราวกับถูกเข็มเผาไฟแทงทะลุข้อมือซ้ายก็แล่นปราดขึ้นมา!
เยี่ยหว่านชิงสูดปากด้วยความเจ็บปวด ก้มลงมองข้อมือที่ผอมแห้งเปรอะเปื้อนโคลน สัญลักษณ์รูปดอกบัวสีเงินขนาดจิ๋วเรืองแสงวาบขึ้นมาในระดับสายตา ก่อนจะซึมซาบหายเข้าไปใต้ผิวหนังราวกับมีชีวิต!
ภาพหลอนจากอาการเสียเลือดงั้นเหรอ? ในฐานะศัลยแพทย์จากโลกยุควิทยาศาสตร์ การทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นก็ถือว่าบ้าบอคอแตกพอแล้ว แต่นี่มันอะไรกัน? เธอขมวดคิ้วแน่น ลองหลับตาลงเพื่อเพ่งจิตสำรวจความผิดปกติในร่างกาย ทว่า... วินาทีที่จิตรวมเป็นหนึ่ง ทัศนียภาพเบื้องหลังเปลือกตากลับไม่ใช่ความมืดมิด
มันคือพื้นที่สีขาวปลอดเชื้อที่คุ้นตา ชั้นวางยาสูงจรดเพดาน ตู้แช่แข็งเก็บเลือด และเตียงผ่าตัดหุ้มโลหะมันปลาบ...
ห้องทดลองแพทย์และคลังอาวุธส่วนตัว 01!
******
