5
โรคติดต่อ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงโวยวายที่ดังลั่นไปทั่วบ้านจาง จางเหม่ยยังนอนอยู่บนที่นอนที่แสนแข็งของเธอ แต่เสียงดังจากข้างนอกนั้นทำให้เธอตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เสียงนั้นเป็นเสียงของพี่จวน พี่สาวคนที่สามของเธอ กำลังร้องไห้และฟ้องพ่อจางอย่างดุดัน
"คุณพ่อ! ดูสิ เสื้อผ้าของฉันขาดเป็นรูเลย!" จางจวนร้องเสียงสะอื้น "ฉันซื้อมาด้วยเงินเก็บตั้งเยอะนะพ่อ! นังเหม่ยมันทำของดีๆ ฉันเสียหายหมดเลย!"
พ่อจางฟังคำฟ้องของจวนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ "ทำไมทำของดีๆ เสียหายหมด ยัยนั่นมันไม่มีสติหรือยังไง?" เขาตะโกนออกมา ก่อนจะหันไปสั่งแม่จาง “ไปลากตัวมันมาเดี๋ยวนี้! ฉันจะจัดการกับมันเอง!”
แม่จางพยักหน้าและรีบเดินไปยังห้องของเหม่ยที่อยู่ในส่วนหลังของบ้านด้วยสีหน้าที่เอาเรื่อง เมื่อเธอมาถึงประตูห้อง เธอยังไม่ทันได้เคาะประตูดี ประตูก็เปิดออกมาเองเสียก่อน เหม่ยยืนอยู่ที่ประตูในสภาพที่ดูสงบนิ่ง สายตาสงสัย
"มานี่เดี๋ยวนี้ !" แม่จางตะโกนพร้อมกับจับแขนของเหม่ย
อย่างแรงและลากไปยังห้องนั่งเล่นที่พ่อจางรออยู่
เหม่ยไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้แม่จางลากไปอย่างเงียบๆ แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยการคำนวณและแผนการ เธอรู้ดีว่านี่คือสถานการณ์ที่เธอจงใจสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดปัญหาและทำให้พ่อจางแสดงความโกรธออกมา เพื่อที่เธอจะสามารถใช้สถานการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการดำเนินแผนการต่อไปของเธอ
เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่น พ่อจางนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้เก่าๆ พร้อมกับชุดเสื้อผ้าที่เหม่ยตั้งใจทำขาดตอนซักวางอยู่ตรงหน้า เขาเห็นเหม่ยถูกลากเข้ามาและยืนขึ้นทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
"แกทำของดีๆ แบบนี้เสียหาย ไม่รู้หรือว่านี่คือสิ่งที่พี่ของแกเสียเงินซื้อมา? มันไม่ง่ายเลยที่จะหาเงินในยุคนี้แล้วเธอที่หาเงินได้ไม่เท่าพี่สาวกล้าทำของเสียหายแบบนี้น่ะหรอ !"
พ่อจางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ เนื้อความเต็มไปด้วยความลำเอียงที่แสดงออกชัดเจน ทั้งที่หากส่งเสริมให้ลูกสาวได้เรียนพอๆกันก็ไม่แน่ว่าจางเหม่ยคนเดิมจะสามารถทำงานหาเงินสูงกว่านี้ก็ได้ คนอ่อนแอป่วยบ่อยกลับถูกบังคับให้ไปทำงานใช้แรงงานเสียอย่างนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเลย แต่จางเหม่ยตอนนี้ไม่คิดตอบโต้ไปหรอกเพราะเธอมันแผนการสำคัญรอคอยอยู่
เหม่ยมองไปที่พ่อจางและพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอ่อนแอ “ฉันขอโทษจริงๆ คุณพ่อ ฉันไม่ตั้งใจ เมื่อวานฉันยังไม่สบายอยู่แต่พี่และแม่ก็บอกให้ฝืนทำงานอยู่นั่นล่ะ ฉันไม่ตั้งใจทำอย่างนั้นจริงๆนะคะ”
ตอนที่พูดประโยคเมื่อครู่จางเหม่ยตั้งใจพูดเสียงดังอย่างคนทนไม่ได้ แน่นอนว่าเสียงนี้ดังพอให้บ้านใกล้ๆได้ยินจนออกมาดูได้เลย
พ่อจางที่กำลังจะง้างไม้เพื่อตีลูกสาวไม่ได้เรื่องหยุดชะงักลง เสียงดังนั้นทำให้เขาลังเล เพราะเขารู้ดีว่าการตีลูกสาวของเขาแบบนี้อาจจะทำให้เขาถูกนินทาได้ หากข่าวลือว่าคนบ้างจางบังคับคนป่วยทำงานเผยแพร่ออกไปคงไม่ดีแน่
แต่จางจวนมีหรือจะปล่อยให้คนที่ทำของของตนเสียหายให้รอดง่ายๆ
“เดี๋ยวก่อนคุณพ่อ อย่าเพิ่งตีน้องเลยค่ะ” จวนไม่พูดเปล่าท่าทางเหมือนจะห้ามก็จริง แต่แทนที่จะช่วยเธอกลับหยิบผ้ามาอุดปากเหม่ยไว้แทน
แม่จางและจางจวนร่วมมือกันจับเหม่ยนอนคว่ำลงกับพื้นอย่างแรง จวนกดแขนของเหม่ยไว้ขณะที่แม่จางดึงกระโปรงของเหม่ยขึ้น พวกเธอกำลังเตรียมพร้อมจะลงโทษเหม่ยอย่างกลมเกลียว โดยไม่สนใจว่าเธอจะขัดขืนหรือไม่
แต่ก่อนที่พ่อจางจะสามารถลงมือได้ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น เสียงนั้นไม่ใช่เสียงธรรมดา แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความสำคัญ เมื่อพ่อจางได้ยินเสียงนั้น เขาหยุดมือทันที และทุกคนในบ้านก็มองไปที่ประตูด้วยความสงสัย
พ่อจางวางไม้ในมือลงและลุกขึ้นไปเปิดประตู พบว่าคนที่มาเยือนคือผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูน ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาเคร่งขรึม เขามีบทบาทสำคัญในหมู่บ้านและมักจะมาตรวจสอบการทำงานของคนในคอมมูนเสมอ
“สวัสดีครับหัวหน้าหมู่บ้านจาง” ผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูนทักทายด้วยเสียงเรียบ
พ่อจางยิ้มแห้งๆ ก่อนจะถาม “คุณมีธุระอะไรถึงมาที่นี่หรือครับ?”
ผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูนพยักหน้า “ฉันมาแจ้งเรื่องสำคัญ ภรรยาของคุณขาดการทำงานไปหลายวันเกินกว่าที่จะได้รับคูปองเดือนนี้แล้วนะครับ”
พ่อจางทำหน้าซีดลงทันที คูปองเป็นสิ่งสำคัญในการซื้อสินค้าและอาหารในคอมมูน ถ้าขาดมันไปครอบครัวก็จะประสบปัญหาแน่นอน
แม่จางที่เพิ่งปล่อยเหม่ยจากการจับลงโทษ หันไปพูดกับผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูนอย่างร้อนใจ “คุณคะ...ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าขาดหลายวันแล้ว ฉันขอโทษจริงๆ จะรีบกลับไปทำงานชดเชยให้ทันทีนะคะ”
ผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูนมองแม่จางด้วยสายตาที่ไม่ค่อยสนใจ เพราะเขาไม่ใช่คนที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะผ่อนปรนให้ใครได้
“ผมแค่ทำหน้าที่แจ้งเตือนพวกคุณ เรื่องชดเชยนี้ต้องให้คุณไปคุยกับหัวหน้าคอมมูนเอง...”
แม่จางพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ฉันเข้าใจค่ะ ฉันจะไม่ขาดงานอีก แล้วจะรีบไปรายงานตัวกับหัวหน้าคอมมูนให้เร็วที่สุด ขอบคุณที่มาแจ้งค่ะ”
ผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูนพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งความเงียบสงบไว้ในบ้านจาง
หลังจากที่ผู้ช่วยหัวหน้าคอมมูนกลับไป บ้านจางก็ถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงบเพียงชั่วครู่ก่อนที่พายุอารมณ์จะระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง คุณแม่จางและคุณพ่อจางโกรธมาก สถานการณ์เรื่องคูปองนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก และพวกเขาทั้งสองต่างรู้ดีว่าถ้าหากเรื่องนี้ลามไปถึงหัวหน้าคอมมูนรู้แล้ว ครอบครัวของพวกเขาอาจประสบปัญหาใหญ่โตได้
พ่อจางหันไปหาจางเหม่ยที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ "เหม่ยไปบอกอะไรกับคนดูแลคอมมูนหรือยังไง เหม่ย? ทำไมแกถึงกล้าทำเรื่องแบบนี้กับครอบครัวของเรา? อยากให้บ้านเราตกต่ำใช่ไหม?"
จางเหม่ยมองพ่อจางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เธอแสร้งทำท่าทางเป็นทุกข์ใจและไอออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะเริ่มถลกแขนเสื้อของตนเองให้พ่อแม่และจวนดู "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน แต่ฉันป่วยจริงๆ คุณพ่อคะ ช่วงนี้ฉันไม่รู้ว่าร่างกายเป็นอะไร มันเริ่มเป็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ฉันทำงานส่วนของฉันเสร็จแล้วก็แทบไม่ไหวไม่สามารถทำส่วนของคุณแม่ต่อได้อีก มาวันนี้คิดว่ามันจะหายเอง แต่ยิ่งนานวันมันยิ่งแย่ลงค่ะ"
เมื่อพ่อจางและคนอื่นๆ เห็นตุ่มน้ำแดงใสๆ ที่ขึ้นตามแขนของเหม่ย พวกเขาต่างสะดุ้งและถอยห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว ความรังเกียจที่สะท้อนในสายตาของพวกเขาทำให้เหม่ยรู้สึกว่าคำโกหกของเธอได้ผล
"ฉันแค่คิดว่ามันเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มกลัวว่ามันอาจเป็นโรคติดต่อ ฉันอยากไปหาหมอประจำหมู่บ้านเพื่อให้เขาตรวจดูว่าเป็นอะไร หากคุณพ่อไม่ว่าอะไรค่ะ" เหม่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัวแต่ลึกๆในใจเต็มไปด้วยความสนุกสนาน