ตอนที่ 1 ตัวร้ายในสายตาสามี
เสียงเพล้งของแจกันเซรามิกราคาแพงที่แตกกระจายเต็มพื้นกระเบื้องหินอ่อน ไม่ได้ทำให้ พิชชา รู้สึกตกใจเท่ากับสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของ วายุภัค สามีที่เธอรักและเทิดทูนมาตลอดห้าปี
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้พิชชา! รินเขาแค่มาขอโทษเรื่องในอดีต คุณจะจิตใจคับแคบไปถึงไหน!” วายุภัคตะคอกเสียงดังลั่นห้องโถง พร้อมกับโอบกอด รินลดา หญิงสาวร่างบางที่นั่งสะอื้นไห้อยู่บนพื้น ท่ามกลางเศษแจกันที่กระจัดกระจาย
“พิชไม่ได้ทำ... เขาทำตัวเองทั้งนั้น วายุมองไม่เห็นเหรอว่าเขากำลังเล่นละคร!” พิชชาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น มือที่กำแน่นสั่นเทาด้วยความโกรธและเสียใจ
“ละครเหรอ? รินเขาเลือดออกขนาดนี้ คุณยังจะหาว่าเขาแกล้งอีกเหรอ!” วายุภัคก้มลงมองแผลถลอกเล็กน้อยที่เข่าของรักแรกของเขา ราวกับมันเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่เสี่ยงต่อชีวิต
รินลดาเงยหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมามองพิชชา แววตาที่คนอื่นมองไม่เห็นนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและชัยชนะ แต่ปากกลับพร่ำบอก “วายุคะ อย่าโทษคุณพิชเลยค่ะ รินผิดเองที่เดินไม่ระวัง... รินไม่เจ็บมากหรอกค่ะ ฮึก...”
“เห็นไหมพิชชา ขนาดรินเจ็บ เขายังปกป้องคุณเลย!” วายุภัคหันมาตวาดใส่ภรรยาตีตราจองของเขา “คุณมันก็ดีแต่สวยเปลือกนอก แต่ข้างในใจดำอำมหิต!”
คำว่า ‘ใจดำอำมหิต’ เหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงลงบนกลางใจของพิชชา
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ใครกันที่คอยประคับประคองวายุภัค? ใครกันที่ใช้บารมีและเงินทองของตระกูลอัครโยธินช่วยปิดดีลธุรกิจให้เขาจนบริษัทที่เกือบเจ๊งกลับมารุ่งเรือง? ใครกันที่ยอมก้มหัวขอโทษแขกในงานสังคมแทนนายวายุภัคที่มักจะทำตัวใจร้อนจนเสียเรื่อง?
ก็คือเธอ... พิชชา ‘นางร้าย’ ในสายตาเขานี่ไง
“ถ้าคุณคิดว่ารินลดาดีนัก...” พิชชาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักบัดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า “วายุก็ช่วยพานางเอกของคุณออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!”
“พิชชา!” วายุภัคคำราม “คุณกล้าไล่ผมเหรอ?”
“บ้านหลังนี้เป็นชื่อของฉัน เงินที่ใช้ซ่อมแซมก็เงินของฉัน ถ้าคุณอยากจะปกป้องผู้หญิงคนนี้มากนัก ก็เชิญไปหาความสุขกันที่อื่น แต่อย่ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันในบ้านหลังนี้!”
พิชชายืนหลังตรง สง่าผ่าเผยสมกับเป็นลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐี เธอไม่หลบสายตาเขาอีกต่อไป ความอดทนที่สั่งสมมานานปีเหมือนทำนบที่พังทลายลง
วายุภัคชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยเห็นพิชชาในโหมดนี้ ปกติเธอจะง้อเขา ยอมเขา และร้องไห้ขอความรักจากเขาเสมอ แต่ครั้งนี้... แววตาของเธอมันเปลี่ยนไป
“ไปสิ! ไปรักกันให้ตายเลย!” พิชชาชี้นิ้วไปที่ประตู
“ได้! ในเมื่อคุณไร้เหตุผลขนาดนี้ ผมก็ไม่อยากอยู่เห็นหน้าคุณเหมือนกัน ริน... ไปกับผมครับ ผมจะรับผิดชอบชีวิตรินเอง” วายุภัคประคองรินลดาขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองภรรยาตัวเองแม้แต่น้อย
เมื่อเสียงเครื่องยนต์รถพอร์ชที่เธอเป็นคนซื้อให้เขาขับเคลื่อนออกไป ความเงียบก็นเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง
พิชชาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหรู เธอไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนทุกครั้ง แต่มือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกหาเลขาฯ ส่วนตัวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบจนน่าขนลุก
“คุณกานต์... เตรียมทนายที่เก่งที่สุดให้ฉัน พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปจัดการเรื่อง ‘ขอคืนทรัพย์สิน’ และเตรียมเอกสารหย่าให้พร้อม”
เธอมองที่นิ้วนางข้างซ้ายที่มีแหวนเพชรวงโตสวมอยู่ ก่อนจะถอดมันทิ้งลงในถังขยะข้างโต๊ะทำงานอย่างไม่ใยดี
“ในเมื่อแก้วมันร้าวแล้ว ฉันก็จะไม่เสียเวลาซ่อม... แต่วายุภัค คุณจำไว้เลยนะ สิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ฉันนี่แหละจะเป็นคนทำลายมันเอง”
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิด โทรศัพท์ก็แจ้งเตือนข้อความจากไอจีสตอรี่ของเพื่อนคนหนึ่ง เป็นภาพที่ถ่ายติดเงาหลังของผู้ชายคนหนึ่งที่ดูคุ้นตาในงานเปิดตัวโรงแรมหรู พร้อมแคปชั่นที่ว่า ‘ท่านประธานคนใหม่ของเครือพีเคกรุ๊ป กลับมาทวงบัลลังก์แล้ว!’
พิชชาจ้องมองร่างสูงสง่าในรูปนั้น... ภาวินทร์ คู่กัดเบอร์หนึ่งสมัยเรียนที่เคยสบประมาทเธอไว้ว่า ‘คนอย่างเธอ ถ้าตาไม่บอด ก็คงไม่มีวันรักผู้ชายอย่างวายุภัคได้หรอก’
ตอนนั้นเธอเกลียดเขาที่กล้ามาว่าคนที่เธอรัก แต่ตอนนี้...
“นายคงขำฉันน่าดูเลยสินะ ภาวินทร์...” พิชชาพึมพำกับตัวเอง พร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนไป “แต่รอก่อนเถอะ ถ้าจะเริ่มชีวิตใหม่ทั้งที ฉันก็ต้องเลือก ‘พาร์ทเนอร์’ ที่ดีที่สุด... และคนนั้นต้องไม่ใช่คนกระจอกแบบวายุภัค”
________________________
