เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียน 1.1
เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียน
เสี่ยวหลิง นักเขียนนิยาย เธอเขียนได้ทุกแนว แต่เวลานี้ต้องการเงินมากจึงเร่งปั่นนิยาย ซึ่งแนวที่กำลังทำเงินก็คือนิยายจีนย้อนยุค เธอจึงตัดสินใจเขียนขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ตอนแรกตั้งใจจะเขียนจีนโบราณแต่บอกตามตรงว่าไม่ถนัดเลยต้องเขียนแนวนี้แทน
การเขียนนิยายแต่ละเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะต้องหาข้อมูล กว่าจะเค้นเนื้อหาและเขียนออกมาได้แต่ละตอนต้องกินยาแก้ปวดไปหลายเม็ด จะบอกว่าหลายกระปุกก็ไม่ใช่เรื่องโกหก
“เฮ้อ...วางพล็อตเสร็จแล้วเหลือแต่ทรีทเม้นท์นี่สิจะทำยังไงดีละเสี่ยวหลิง” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเล็กน้อย เนื่องจากเธอเป็นนักเขียนที่ชอบดั้นสดมากกว่าทำทรีทเม้นท์เส้นเรื่องไว้
“แกก็ดั้นสดสิ จะยากอะไร สรุปจะกินไหมข้าวน่ะ พวกฉันทำเสร็จแล้ว มีหมูกระทะด้วย จะกินก็รีบมา”
เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้น ทำให้เสี่ยวหลิงรู้แล้วว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว!!
หนำซ้ำวันนี้ทุกคนนัดกันกินหมูกระทะที่ห้องของเธอ แต่เจ้าตัวกลับลืมเสียสนิท มันน่าไหมล่ะ!
“อ้าว! ฉันลืมเสียสนิทเลยว่านัดพวกแกมากินหมูกระทะ แต่ขอเขียนสักตอนก่อนได้ไหม แล้วค่อยไปกิน กำลังสมองแล่นเลย” เสี่ยวหลิงยังคงดื้อรั้น เธอต้องการเขียนนิยายก่อน เนื่องจากหัวสมองกำลังแล่น เลยไม่ยอมไปกินหมูกระทะที่เพื่อนเตรียมไว้แล้ว
เพื่อนที่ได้ยินก็เข้าใจเพราะทั้งกลุ่มคือนักเขียนนิยายเหมือนกัน แม้จะเขียนคนละแนวแต่ความเป็นเพื่อนกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
พอเพื่อนเดินไป เสี่ยวหลิงก็จ้องหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเพื่อเขียนนิยาย หวังว่าก่อนไปกินหมูกระทะกับเพื่อนจะเขียนได้สักตอนสองตอน
แต่ใครจะคิดกันละว่าเพราะไม่ค่อยได้นอน จะทำให้เธอเกิดวูบหน้าคอมพิวเตอร์ที่กำลังเขียนนิยาย ก่อนจะมีแสงประหลาดเกิดขึ้น นั้นจึงทำให้วิญญาณของเสี่ยวหลิงถูกดูดเข้ามาในนิยายที่เธอเขียนอย่างไรล่ะ!
เมืองเฉียนไท่ หมู่บ้านไห่เฉิน ปี 1973
วันนี้ในหมู่บ้านดูจะวุ่นวายไม่น้อยเพราะทางการแจ้งมาว่าจะมียุวปัญญาชนมาทำงานอีกสี่คน ทำให้เป็นที่สนใจของคนในหมู่บ้านว่าจะมีใครมากันบ้าง แล้วคนกลุ่มนั้นมาจากที่ไหน ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านจะมียุวปัญญาชนจำนวนไม่น้อยแล้วก็ตาม
แต่กลับมีบ้านหนึ่งที่ไม่สนใจเรื่องนี้ แต่สนใจเรื่องของลูกสาว นั่นเพราะเธอป่วยมาหลายวันแล้วแต่ไม่ยอมฟื้นขึ้นมาเสียที แม้หมอจะบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรก็ตาม
หลี่กวงที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกสักเท่าไร แต่ครั้งนี้กลับแสดงความกังวลออกมาไม่น้อยเลย
“หากอาเหมยยังไม่ตื่น พ่อคิดว่าคงต้องพาไปโรงพยาบาลในเมืองแล้วล่ะ” เสียงของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันเห็นด้วยนะพี่ อย่างน้อยหมอในเมืองน่าจะตอบเราได้ว่าทำไมอาเหมยถึงยังไม่ฟื้น” เฉินรุ่ยเมิ่ง แม่เลี้ยงของหลี่เหมยพูดด้วยเสียงที่เป็นกังวลไม่ต่างกัน
แม้ว่าเธอจะเป็นภรรยาคนที่สองของหลี่กวง แต่ก็รักลูกของเขาทั้งสองคนไม่ต่างจากลูกของเธอเอง นั่นเพราะแม่ของหลี่เหมยตายเพราะเสียเลือดมากตอนคลอด และตอนนั้นเธอเองก็ถูกแม่บังคับให้แต่งกับบ้านหลี่เพราะเงินสินสอด
แต่เมื่อแต่งมาแล้วก็เกิดความรักให้กันจนมีลูกสาวหนึ่งคน และถึงแม้หลี่เหมยจะร้ายกาจสักต่อคนรอบข้างสักแค่ไหน ทว่าเธอก็รักครอบครัวมากเหมือนกัน
“พี่รองจะฟื้นขึ้นมาใช่ไหมคะพ่อ แม่ พี่ใหญ่”
เด็กสาววัยสิบสี่จะเข้าสิบห้าพูดออกมาน้ำตาคลอ เธออยากให้พี่สาวหายจากอาการป่วย ถึงแม้หลี่ลู่หรานจะไม่ร้องออกมาให้เห็นแต่น้ำเสียงก็สะอื้นไม่น้อย
“อย่าร้องเลย อาเหมยต้องฟื้นสิ เชื่อพี่เถอะนะเสี่ยวหราน”
พี่ชายคนโตอย่างหลี่ซือหยวนเข้ามาโอบกอดน้องสาวคนเล็กอย่างปลอบโยน เขารู้อาการเสียใจนี้ดี เพราะเวลานี้ใจเขาก็แทบขาดแล้วเหมือนกัน ที่น้องสาวคนรองอย่างหลี่เหมยป่วยแบบไร้สาเหตุ และตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาทั้งที่หลายวันแล้ว ซึ่งท่าทางของเธอเหมือนกันคนนอนหลับ
