บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 นางร้ายไม่ชอบเด็ก!

ณ จวนสกุลเฟิ่ง แคว้นเฝิง

แม้จะเป็นเวลายามอู่ (11.00 - 12.59 น.) แต่ห้องหอภายในจวนสกุลเฟิ่งเงียบงันราวกับเวลาหยุดเดิน กลิ่นยาสมุนไพรจางๆ ลอยคลุ้งปะปนกับธูปหอมที่ถูกจุดไว้ไม่ให้บรรยากาศอึมครึมเกินไป แสงแดดยามสายลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก ตกกระทบลงบนเตียงนอนอย่างแผ่วเบา

บนเตียงนั้น ปรากฏร่างของ กู้เตี้ยนเถียน นอนนิ่ง ดวงตาปิดสนิท ไร้การตอบสนอง ราวกับมีเพียงแค่ร่างที่ยังมีลมหายใจ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางยังรับรู้อะไรอยู่หรือไม่

ข้างเตียง มีเด็กหญิงตัวเล็กในชุดผ้าฝ้ายสีซีดนั่งอยู่เงียบๆ สองมือวางบนขอบเตียงอย่างเก้ๆ กังๆ ดวงตากลมโตมองคนเป็นแม่ไม่วางตา

“ท่านแม่ เมื่อไหร่จะตื่น เปาเปาคิดถึง”

เสียงเล็กๆ เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากพูดดังไป แม่จะหายไปเสียอย่างนั้น เด็กหญิงเงยหน้ามองไปทาง หลินลั่ว สาวใช้คนสนิทของมารดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามต่ออย่างใสซื่อ

“หลินลั่ว ท่านแม่นอนหลับมาหลายวัน ตอนไหนจะตื่นเสียที”

คำถามนั้นทำให้หลินลั่วชะงักไปชั่วขณะ มือที่กำชายแขนเสื้อแน่นเผลอสั่นเล็กน้อย นางรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนสีหน้าที่แทบควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะฝืนเอ่ยเสียงให้นุ่มที่สุด

“อีกไม่นาน ฮูหยินก็คงจะฟื้นเจ้าค่ะ คุณหนูอย่าได้เป็นกังวลไปเลย”

หลินลั่วตอบทั้งที่ปลายเสียงสั่น ดวงตาแดงเรื่อพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาต่อหน้าเด็กน้อย

เฟิ่งเปาเปาหันกลับไปมองคนเป็นแม่อีกครั้งอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น มือเล็กๆ ยื่นออกไปแตะแขนของกู้เตี้ยนเถียนอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะทำให้แม่เจ็บ

“ท่านแม่ ตื่นได้แล้ว เปาเปาอยู่ตรงนี้”

เด็กน้อยเขย่าแขนคนเป็นแม่เบาๆ พร้อมเรียกซ้ำอีกครั้ง เสียงใสแฝงไปด้วยความหวังเล็กๆ ที่เก็บไว้แน่นในหัวใจ

ภาพนั้นทำให้หลินลั่วที่ยืนอยู่ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป นางรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ ลงมาตามแก้ม เพราะในใจรู้ดีว่าโอกาสที่ฮูหยินจะฟื้นขึ้นมานั้นแทบไม่มีแล้ว

ความทรงจำเมื่อสิบวันก่อนผุดขึ้นมาในหัวของนางอย่างชัดเจน เสียงของท่านหมอยังดังอยู่ในหูไม่จาง

‘ฮูหยินตกน้ำอยู่นานเกินไป อาการตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤต แม้จะยังมีลมหายใจ แต่โอกาสที่จะฟื้นขึ้นมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแทบจะไม่มี’

ตอนนั้นหลินลั่วยังยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง มองใบหน้าซีดขาวของผู้เป็นนายด้วยหัวใจที่เหมือนถูกบีบจนแน่น

แต่ตอนนี้ สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคือการต้องมองเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งพยายามปลุกแม่ที่ไม่มีวันตื่น

เฟิ่งเปาเปายังคงเขย่าแขนแม่ไม่หยุด นางไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย เพียงแต่เรียกซ้ำๆ อย่างดื้อดึง

“ท่านแม่ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ เปาเปาจะเชื่อฟังแล้ว จะไม่ดื้อแล้ว”

เสียงนั้นเบาลงเรื่อยๆ แต่กลับแทงลึกเข้าไปในใจคนฟังอย่างรุนแรง

‘ดื้ออย่างนั้นหรือ…ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย’

หลินลั่วรู้ดีว่านับตั้งแต่เกิดมา คุณหนูเปาเปาไม่เคยสร้างเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจให้ผู้ใดสักหน แม้จะโดนผู้เป็นแม่ตีหรือดุด่า นางก็ไม่เคยแสดงท่าทีก้าวร้าวแต่อย่างใด

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นที่ถูกกลั้นเอาไว้ กับเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนบนเตียง

หากแต่ว่า ในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด นิ้วมือของกู้เตี้ยนเถียนกลับขยับขึ้นเล็กน้อย แม้จะเพียงนิดเดียว แต่ก็ชัดเจน

หลินลั่วชะงักทันที ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นางก้าวเข้าไปใกล้เตียงโดยไม่รู้ตัว

“ฮูหยินเจ้าคะ?” เสียงของนางแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากดังไป ภาพตรงหน้าจะสลายหายไป

ไม่นานเปลือกตาที่ปิดสนิทมาหลายวันก็ค่อยๆ สั่น ก่อนจะลืมขึ้น แสงจากหน้าต่างสาดเข้ามากระทบดวงตาที่เพิ่งเปิดใหม่ ทำให้เจ้าของร่างขมวดคิ้วอย่างไม่ชิน ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นผ่านศีรษะ ร่างกายเหมือนถูกกดทับด้วยบางสิ่งที่ไม่คุ้นเคย

“ที่นี่คือที่ไหนกัน”

เสียงแหบเบาเอ่ยออกมาอย่างสับสน นางกะพริบตาช้าๆ มองเพดานไม้ที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะหันสายตาไปด้านข้างด้วยความงุนงง

ภาพแรกที่เห็นคือเด็กตัวเล็กๆกำลังมองนางด้วยดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ส่วนอีกด้านคือสาวใช้ที่กำลังยืนตัวแข็ง น้ำตายังเปื้อนแก้ม แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง

หลี่ซินหรือในตอนนี้คือ ‘กู้เตี้ยนเถียน’ ขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม ความทรงจำแปลกประหลาดจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในหัวอย่างควบคุมไม่ได้ นางจำได้ว่ากำลังเต้นอย่างเมามันในสถานบันเทิงยามค่ำคืน เพราะกำลังปาร์ตี้ฉลองวันเกิดกับเพื่อนสนิท แต่แล้วจู่ๆก็ก้าวพลาดเผลอตกลงไปในสระว่ายน้ำที่อยู่ข้างหลัง พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ไปเสียได้

“เดี๋ยวนะ! นี่มันไม่ใช่…”

ประโยคยังไม่ทันจบ นางก็เงียบไปทันที ดวงตาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อความจริงบางอย่างเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างรวดเร็ว

หลี่ซินหันไปมองยังกระจกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แม้จะมีใบหน้าที่เหมือนกัน แต่ร่างนี้ไม่ใช่ของนาง สถานที่นี้ไม่ใช่โลกของนาง ไหนจะเด็กตรงหน้าที่ยังคงจ้องนางไม่วางตา ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยออกมาเสียงสั่นเล็กน้อย

“ท่านแม่”

คำเรียกนั้นทำให้ทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่งอีกครั้ง

หลี่ซินนิ่งไปชั่วขณะ สายตามองเด็กตรงหน้าอย่างประเมิน ก่อนที่ในใจจะผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวนะ แม่อย่างนั้นหรือ!” นางกลืนน้ำลายเบาๆ ช้าๆ ก่อนจะคิดต่อในใจด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่น่าเชื่อ

“แม่บ้าบออะไรกัน!” นางตวัดสายตามองเด็กน้อยตรงหน้าตาขวาง ท่าทางนั้นทำให้เฟิ่งเปาเปาสะดุ้งโหยงขึ้นอย่างแรง ดวงตากลมโตสั่นระริก ทั้งตกใจและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“คุณหนูถอยออกมาก่อนเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินเพิ่งฟื้น ยังไม่แข็งแรงนัก” หลินลั่วรีบขยับเข้ามาจับไหล่เล็กๆของคุณหนูเฟิ่งเปาเปาเอาไว้ เพราะกลัวว่าเจ้านายจะใช้มือตีหรือทำร้ายคุณหนูเฟิ่งเปาเปาเหมือนทุกครั้ง

“ไม่ไป เปาเปาจะอยู่กับท่านแม่” เฟิ่งเปาเปาตอบอย่างดื้อดึง ดวงตากลมโตยังคงจับจ้องคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ตาแป๋วอย่างไม่วางตา

หลี่ซินที่อยู่ในร่างของกู้เตี้ยนเถียนนิ่งไปครู่ใหญ่ ดวงตาจับจ้องไปยังเด็กน้อยตรงหน้า แต่ในหัวกลับหมุนเร็วยิ่งกว่ากงล้อเสียอีก

ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองไหลทะลักเข้ามาไม่หยุด ทั้งชื่อคน สถานที่ ความสัมพันธ์ในจวน ทุกอย่างปะปนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าอะไรคือของเดิม อะไรคือของใหม่ แต่เพียงไม่นาน นางก็จับต้นชนปลายได้

‘รูปแบบนี้ ความจำแบบนี้ ไม่ผิดแน่’

หลี่ซินหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะสรุปในใจอย่างมั่นใจ

‘ฉันทะลุมิติเข้ามาในยุคโบราณสินะ’

ประสบการณ์จากการอ่านนิยายจีนโบราณมานับร้อยเรื่องไม่ได้สูญเปล่าเลยแต่อย่างใด สถานการณ์ตรงหน้าชัดเจนเสียยิ่งกว่าตำรา ร่างใหม่ ความทรงจำใหม่ และสถานะใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

ขณะที่นางกำลังประมวลผลอยู่นั้น ร่างเล็กของเฟิ่งเปาเปาก็พุ่งเข้ามากอดนางอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ท่านแม่ฟื้นแล้ว! เปาเปาดีใจ!”

เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น เด็กน้อยกอดนางแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วคนตรงหน้าจะหายไปอีก

ความรู้สึกอุ่นนุ่มจากร่างเล็กนั้นทำให้หลี่ซินหรือกู้เตี้ยนเถียนในตอนนี้ชะงักไปเล็กน้อย

มันเป็นความรู้สึกที่แปลก นุ่ม อุ่น และไม่คุ้นเคย

นางขมวดคิ้วทันที ความรู้สึกต่อต้านบางอย่างแล่นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ เพราะโดยปกติแล้ว นางเกลียดเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ความคิดนั้นผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน เด็กในความทรงจำของหลี่ซินคือสิ่งมีชีวิตที่เสียงดัง งอแง และไร้เหตุผล โดยเฉพาะตอนร้องไห้ เสียงแหลมบาดหูราวกับมีคนเอาเล็บขูดแก้ว

บางครั้งแค่ได้ยินเสียงร้อง นางก็อยากหาอะไรสักอย่างไปยัดปากให้เงียบๆ เสียให้รู้แล้วรู้รอด

ดังนั้น การที่มีเด็กตัวเล็กๆ พุ่งมากอดแบบนี้ สำหรับนางนั้นไม่โอเคเลยสักนิดเดียว

กู้เตี้ยนเถียนยกมือขึ้นอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ดันร่างเล็กของเฟิ่งเปาเปาออกจากตัวด้วยสีหน้าที่พยายามเก็บอาการ

“…” นางไม่ได้พูดอะไรในทันที เพียงแต่ขยับตัวถอยไปนั่งชิดมุมเตียง ราวกับต้องการรักษาระยะห่างอย่างชัดเจน

เฟิ่งเปาเปาชะงักไปทันใดเมื่อถูกผลักออก ดวงตากลมโตมองคนเป็นแม่อย่างงุนงง แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ

กู้เตี้ยนเถียนหันไปมองเด็กน้อยอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

“เธอ เอ๊ย เจ้าชื่ออะไรนะ”

คำว่า ‘เธอ’ หลุดออกมาอย่างเคยชิน แต่ก็ถูกนางแก้ไขกลางคันอย่างรวดเร็ว สีหน้าของหลินลั่วที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงเปลี่ยนไปด้วยความแปลกใจ

เฟิ่งเปาเปาได้ยินก็ยืดตัวตรงขึ้นทันที ราวกับได้รับคำสั่งสำคัญ ก่อนจะตอบเสียงใสเจื้อยแจ้ว

“ข้าชื่อเฟิ่งเปาเปา เป็นบุตรสาวของท่านแม่กู้เตี้ยนเถียนกับท่านพ่อเฟิ่งเหมาไท่ฝูเจ้าค่ะ”

เด็กน้อยพูดอย่างภูมิใจ แม้จะยังนั่งห่างออกไปราวหนึ่งช่วงแขนตามแรงผลักเมื่อครู่ หากแต่ว่าคำตอบนั้นทำให้กู้เตี้ยนเถียนนิ่งไปอีกครั้ง

‘เฟิ่งเหมาไท่ฝูกับเฟิ่งเปาเปา ชื่อเหล่านี้คุ้นหูนางอย่างประหลาด’ หญิงสาวหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะค้นความทรงจำในหัวอย่างรวดเร็ว แล้วทันใดนั้น เหมือนมีบางอย่างคลิกเข้าที่

“เดี๋ยวนะ!” นางลืมตาขึ้นทันที ดวงตาเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย

“นี่มันนิยายเรื่องนั้นไม่ใช่หรือ!”

เรื่องที่นางเคยนั่งอ่านรวดเดียวจนตีสาม เรื่องที่เคยบ่นว่าพล็อตน้ำเน่าแต่ก็อ่านจนจบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel