บท
ตั้งค่า

ไม่เข้าใจ

@ร้านอาหาร

ฉันเดินทางมาถึงที่หมาย ใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็มาถึงที่ร้าน พี่อีฟที่เป็นผู้จัดการ หน้าตาดีมาก และดูเป็นกันเองสุดๆ ไปเลย

"ที่ร้านก็ไม่มีอะไรมาก เราแค่ทำหน้าที่รับออเดอร์ และเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าเพียงเท่านั้น ทำเหมือนน้องเมเลย ทางร้านเราเน้นแค่อดทน พูดจาดี สะอาด บุคลิกดี เท่านี้ก็พอจ๊ะ"

"ได้ค่ะพี่อีฟ ขอบคุณที่ให้โอกาสปายนะคะ"

"นอกจากจะสวยแล้ว เสียงยังเพราะด้วย" ฉันยิ้มกว้างทันทีที่ได้ฟัง และไม่ลืมที่จะยกมือขอบคุณพี่อีฟที่เป็นผู้จัดการของร้านอาหารที่ให้โอกาส จากนั้นก็เริ่มงานในวันนั้นเลย

ตอนแรกฉันก็เกร็งๆ อยู่บ้าง ก็ตามที่เคยเล่า คือฉันไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อน นี่เป็นงานแรก จึงมีความประหม่ามากเหมือนกัน

"น้องปาย รับออเดอร์โต๊ะเก้าด้วยค่ะ"

"ได้ค่ะ"

"สปาย รับออเดอร์โต๊ะแปดเพิ่มด้วยนะ"

"ได้ค่ะ"

"ปาย เสริฟโต๊ะสิบเอ็ดด้วยนะ"

"ได้ค่ะ"

"ชามนี้ร้อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง ปายเสริฟโต๊ะหกก็แล้วกัน"

"ได้ค่ะพี่ ขอบคุณนะคะ"

"ไหวเหรอ พี่ว่ามันเยอะเกินไป เอางี้ แบ่งมา เดี๋ยวพี่ยกตามออกไป"

"ขอบคุณมากๆ ค่ะพี่"

ความน่ารักของเพื่อนร่วมงาน ความที่ฉันไม่ต้องปล่อยให้ตัวเองว่าง มันทำให้ฉันดูสนุกไปกับงาน ก็เข้าใจนั่นแหละว่าสมัยนี้งานไม่ได้หากันได้ง่ายๆ ยิ่งที่ทำงานดีๆ เพื่อนร่วมงานดีๆ คือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา สิ่งที่ฉันควรทำคือการทำหน้าที่ตรงนี้ของตัวเองให้ดีที่สุด ฉันจะได้อยู่ในตรงจุดนี้ได้นานๆ

ฉันเริ่มงานตั้งแต่ห้าโมงเย็น และทางร้านให้พักเบรกตอนหนึ่งทุ่มตรง ความจริงฉันจะต้องเลิกงานตอนสองทุ่มตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่ทว่า ใกล้เวลาที่ฉันจะกลับ ทางร้านก็ดูวุ่นวายมากๆ มีลูกค้าเข้ามาจองที่นั่งเพิ่มขึ้น และดูจะเยอะมากกว่าทุกวัน พี่ที่เป็นพนักงานประจำของร้านนี้ ความจริงพี่ต้องเข้างานในเวลาสี่โมงเย็น และเลิกงานตอนห้าทุ่ม ฉันก็เพิ่งมาทราบ พี่คนนั้นท้องอยู่และเกิดลาคลอดกะทันหัน เพราะมีอาการเหมือนจะคลอดก่อนกำหนด ทางร้านจึงวุ่นวาย พนักงานไม่ครบ พี่อีฟจึงขอให้ทั้งฉันและเมช่วยต่ออีกสักหน่อย

เมยี่ตอบรับทันที เมเล่าว่า จริงๆ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดบ่อยครั้ง จริงๆ ที่ทำงานที่นี่ดูเป็นระบบมาก แม้ภายนอกจะดูเป็นกันเอง แต่ทุกอย่างก็มีกฎระเบียบ สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ฉันเห็น พอทางร้านมีปัญหาทุกคนต่างก็ช่วยกัน และฉันก็ปฏิเสธที่จะไม่ช่วยต่อไม่ได้จริงๆ

"เม งั้นฉันไลค์บอกฉายก่อนนะ กลัวรายนั้นจะรอ"

"ได้ๆ อธิบายให้เขาฟัง"

"อื้อ" ฉันพยักหน้าให้เพื่อน ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาอีกทาง

Lineeeee~

'สปาย : ฉาย อยู่ไหน'

'ฉาย : รอที่ลานจอดรถ เลิกงานยัง'

'สปาย : ยังเลย ตอนนี้ลูกค้าที่ร้านเยอะมาก เหมือนจะได้ช่วยพี่เขาก่อนอาจจะเลิกเช้ากว่าปกติ สักประมาณหนึ่งชั่วโมง'

'ฉาย : งั้นหรอ มีนัดกับเพื่อนไว้ด้วยอ่ะดิ'

'สปาย : มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ นายเลื่อนนัดเพื่อนก่อนได้ไหมอ่ะ'

ไม่มีการตอบรับจากตะวันฉาย และเป็นเวลาที่เมเดินออกมาตามฉันพอดี ฉันจึงจำเป็นต้องเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

ยอมรับว่าลึกๆ แล้ว ฉันก็มีความกังวลที่ต้องปล่อยให้อีกคนต้องคอย คือฉันก็ไม่รู้ก่อนหน้านี้ ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าฉันรู้ล่วงหน้า ฉันก็คงจะบอกอีกฝ่ายว่าอย่าเพิ่งมารับ แต่สุดท้ายแล้วการรอหนึ่งชั่วโมง มันก็อาจจะไม่ได้นานมากพอ ฉายสามารถเล่นเกมรอในรถก็ได้ มันคงไม่มีอะไร

ฉันทำงานของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลาสามทุ่มตรง พี่อีฟจึงบอกให้ทั้งฉันและเมยี่กลับบ้าน ฝ่ายเมนั่งแท็กซี่กลับเอง ส่วนฉันมองเห็นรถตะวันฉายที่จอดรอ ตั้งแต่เดินออกมาพ้นหน้าประตู

@บนรถ

"ขอโทษด้วยนะ ที่ปล่อยให้รอนาน พี่ที่เป็นพนักงานประจำของที่นี่ลาคลอด แล้วบังเอิญลูกค้ามาเยอะช่วงนี้พอดี"

"..."

"หิวหรือเปล่า ได้กินอะไรรองท้องระหว่างคอยไหม"

"..."

"ฉาย..."

"ถ้าการทำงานมันสร้างปัญหา ก็เลิกทำ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมาทำ!" น้ำเสียงที่ติดความไม่พอใจ ยืนยันชัดเจนว่าเขาโกรธ

โกรธที่ต้องมานั่งคอย โกรธที่ฉันขอให้เขาคอย!

"ฉันบอกเหตุผลนายไปแล้ว ว่าอยากทำงานเพราะอะไร"

"ลูกแค่สามขวบ เขาไม่อยากได้อะไรหรอก ฉลามมีทุกอย่างแล้ว แม่หาให้หลานทุกอย่างแล้ว ส่วนฉัน เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยต้องการอะไรจากเธอ เธอไม่จำเป็นต้องหาอะไรให้ฉัน!"

เพราะไม่บ่อย ที่ตะวันฉายขึ้นเสียงใส่ฉัน ไม่บ่อยที่เขาตะคอก มันก็ไม่แปลก หากฉันจะมองว่า ครั้งนี้เขาพูดแรงไป

"ฉันเป็นแม่ มันแปลกเหรอ ที่ฉันอยากจะทำเพื่อลูก ถ้าสำหรับคนเป็นพ่ออย่างนาย มองว่าการทำเพื่อลูกสามขวบมันไม่มีความหมาย ก็ขอโทษที่วันนี้ให้คอย"

ทันทีที่พูดแบบนั้นออกไป มันทำให้ฉันอดคิดถึงตอนที่ฉันท้องอยู่ไม่ได้ เอาจริงๆ เถอะ ตอนที่ฉันตั้งท้อง มันก็น้อยมากที่ฉายต้องมาดูแลฉันในฐานะสามี พอถึงตอนที่ฉันคลอด เขาก็ไม่ได้อยู่เคียงข้างฉัน ในวันที่ฉันต้องเจ็บปวดที่สุดด้วยซ้ำ ทั้งที่ผ่านมา ฉันพยายามเสียสละมาโดยตลอด แต่เขากลับไม่มอง ในจุดที่ฉันต้องเสียสละอยู่ดี

ตะวันฉายไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำ เขามาส่งฉันถึงคอนโด โดยที่ฉันก้าวขาลงจากรถทันทีที่รถจอดสนิท ไม่ได้มีอะไรพูดต่อจากนั้น วันนี้ตั้งแต่เช้าฉันก็เรียนมาทั้งวัน พอตกเย็นฉันก็ต้องไปทำงานพิเศษ ฉันจะไม่บ่นว่าเหนื่อย และจะไม่ทำตัวเหมือนมีปัญหา ถ้ากำลังใจที่ดีที่สุดของฉัน เข้าใจในสิ่งที่ฉันทำ

สุดท้ายแล้วความจริงมันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉันอาจจะผิดที่ปล่อยให้เขานั่งคอย หรือฉันอาจจะผิด ที่รบกวนให้เขามารับ แต่หากว่าการนัดกับเพื่อนของเขา มันสำคัญกว่าการนั่งคอยฉัน หากมีครั้งต่อไป หรือหากไปทำงานวันถัดไป ฉันก็คงจะไปและกลับด้วยตัวของฉันเอง

ฉันกลับเข้ามาในห้องด้วยคีย์การ์ดในส่วนของตัวเอง ตะวันฉายไม่ได้ตามฉันขึ้นมา ซึ่งบางทีหลังจากที่เขาส่งฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาอาจจะไปที่อื่นต่อ อาจจะยังไม่อยากขึ้นมาสาเหตุเพราะเราทะเลาะกัน

ทุกอย่างภายในห้อง ยังอยู่ในสภาพปกติ ที่นอนมีการเก็บเรียบร้อย ตรงนี้ฉายจะค่อนข้างเรียบร้อย คือถ้าเขาตื่นนอนหลังฉัน เขาจะเป็นฝ่ายจัดการทุกอย่างบนพื้นที่เตียงให้มันเรียบร้อย ส่วนอื่นๆ ทั้งการซักเสื้อผ้า หรือเก็บกวาดข้าวของที่อยู่ภายในห้อง มันก็ยังเป็นหน้าที่ฉัน ที่เป็นฝ่ายทำเองอยู่ฝ่ายเดียวตลอด เหมือนที่ผ่านมา

ฉันได้แต่พยายามปัดความรู้สึกแย่ๆ ออกไปจากใจ หาของในตู้เย็น มาทำกับข้าวและเลือกที่จะกินก่อนเพราะไม่เห็นวี่แวว และไม่รู้เลยว่าตะวันฉายจะกลับตอนไหน จากนั้นฉันก็พาตัวเองไปอาบน้ำแล้วกลับออกมานอนคิดอะไร เพลินๆ เพียงลำพัง

เวลา 23 : 20 น.

Lineeeee~

'สปาย : อยู่ไหน?'

'ฉาย : มีอะไร'

'สปาย : แค่ถาม เมื่อไหร่จะกลับ'

'ฉาย : นอนเถอะ ไม่ต้องรอ'

ฉันจ้องข้อความที่ตะวันฉายส่งเข้ามา บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าฉันมีความรู้สึกแบบไหน มันใจหาย มันน้อยใจ ทั้งที่คนที่เหนื่อยคือฉัน แต่เขากลับทำเหมือนไม่เข้าใจกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel