บท
ตั้งค่า

ระยะห่าง

@มหาวิทยาลัย

วันนี้ก็เหมือนทุกๆ วัน ตะวันฉายมาส่งฉันที่ มหา'ลัย ทุกครั้งที่เวลาเรียนของเราไม่ตรงกัน อย่างวันนี้ที่ฉันมีเรียนเช้า ฉายก็มาส่งฉัน ก่อนที่เขาจะกลับไป เพราะเวลาเรียนของฉายคือช่วงบ่าย

"หวัดดีปาย หน้าสวย สดใส แล้วกระโปรงก็ยาวเหมือนเดิมเลยนะ" เมยี่เป็นฝ่ายทักฉัน รายนั้นชอบแซวแบบนี้ทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องกระโปรงนักศึกษาของฉัน ที่ถูกเอ่ยถึงอยู่เป็นประจำ

"ฉันสะดวกแบบนี้" และฉันก็ตอบแบบนี้ทุกที

ฉันหย่อนสะโพกลงนั่งข้างๆ เมยี่ ด้วยความที่อีกด้าน มีกระเป๋าโน๊ตบุ๊ควางทับอยู่

"ฉายนี่ขี้หวงไม่เปลี่ยนเลยนะ ใส่กระโปรงสั้นนิดสั้นหน่อยไม่ได้เลย หวงหนักมาก"

ฉันยิ้มกลับไปแทนคำตอบ จริงๆ ฉันไม่ได้อยากใส่ยาวอะไรขนาดนี้หรอก แต่ตอนที่ไปซื้อชุดนักศึกษา ฉันหยิบตัวสั้นแล้วเขามองหน้า ฉันเลยหยิบตัวยาวมาแทน

และเขาก็โอเค ไม่เห็นเคยพูดอะไร

"แต่ก็อย่างว่าแหละ ฉายต้องหวงหนักมากอยู่แล้ว เพราะปายสวยและฮอตมาก"

"ไม่ขนาดนั้น" ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ เมยี่ชอบแซวฉันแบบนี้เป็นประจำเลย

Lineeeee~

โทรศัพท์ของฉันที่ดังขึ้น ทำให้บทสนทนาถูกตัดไป และฉันก็ล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแทน

'ย่าของฉลาม : ส่งรูปภาพ 18 รูป'

ฉันยิ้มกว้าง เมื่อเห็นรูปของบุตรชายวัยสามขวบอยู่ในอิริยาบถต่างๆ

ฉลามในวัยสามขวบ กำลังช่างพูดช่างคุย ด้วยความที่คุณย่าเป็นคุณครู คุณย่าก็พาตัวเล็กไปโรงเรียนด้วย มีครูปฐมวัยที่สอนในโรงเรียนเดียวกับย่าของฉลาม ช่วยดูอีกแรง

'สปาย : ซนไหมคะแม่ กวนพี่ๆ กวนคุณครูหรือเปล่า'

'ย่าของฉลาม : คุยเก่งมาก แย่งขนมพี่ๆ กินตลอดเลย'

'ย่าของฉลาม : ส่งรูปภาพ 3 รูป'

'สปาย : มีชุดนักเรียนด้วยหรือคะ'

'ย่าของฉลาม : ฉลามบอกปู่ว่าอยากใส่ชุดเหมือนพี่ แม่เลยจัดการให้ทั้งเซตเลย'

มันสุขใจมากๆ เลยนะ เมื่อเห็นความรัก ความเอ็นดูที่คุณย่ามีต่อหลาน ฉลามโชคดีมาก เป็นโชคดีของทั้งฉันและลูกเลย

'สปาย : ขอบคุณมากๆ นะคะแม่ ขอบคุณทุกอย่างที่แม่ทำให้ปายเลยค่ะ'

'ย่าของฉลาม : ไม่ต้องคิดมาก ตั้งใจเรียนนะ อ่านหนังสือเยอะๆ'

'ย่าของฉลาม : ส่งรูปภาพ 1 รูปภาพ'

ซึ่งภาพล่าสุด เป็นภาพของสลิปโอนเงิน

'ย่าของฉลาม : ตอนนี้แม่มีแอพธนาคารในเครื่องแล้ว โอนเองได้แล้ว'

ฉันยิ้มออกมาทันทีที่เห็นแบบนั้น นอกจากความน่ารักที่ย่าของฉลามเล่าให้ฉันฟัง ว่าท่านทำในสิ่งที่เคยทำไม่เป็นได้แล้ว นั่นคือความสม่ำเสมอ ความทำในแบบที่รับปาก คือการดูแลฉัน รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ค่าเล่าเรียนของฉันแบบนี้เสมอมา

'ย่าของฉลาม : แม่โอนของปายต่างหาก ส่วนของฉาย แม่โอนให้ฉายต่างหากแล้ว แม่ให้ทั้งสอง ใช้จ่ายของใครของมัน ส่วนค่าคอนโด ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้ฉายจัดการ'

'สปาย : ปายไม่รู้จะขอบคุณแม่แบบไหนแล้ว ปายจะตั้งใจเรียนนะคะ'

'ย่าของฉลาม : ส่งสติ๊กเกอร์'

'ย่าของฉลาม : วันเกิดของฉลามเดือนหน้า ว่างมากันหรือเปล่าลูก'

'สปาย : ปายคุยๆ กับฉายไว้เหมือนกันค่ะ ถ้าได้คำตอบยังไง ปายจะบอกแม่อีกทีนะคะ'

'ย่าของฉลาม : โอเค ยังไงก็บอกแม่นะ วันนี้มีเรียนหรือเปล่า'

'สปาย : ปายอยู่ ม. ค่ะ ส่วนฉายมีเรียนตอนบ่าย'

'ย่าของฉลาม : งั้นแม่ไม่กวนแล้ว แม่ต้องเข้าสอนแล้วเหมือนกัน'

'สปาย : ส่งสติ๊กเกอร์'

ฉันเก็บโทรศัพท์เข้าที่ และอดที่จะคิดถึงในสิ่งที่แม่ของฉายพูดไม่ได้ วันเกิดครบรอบสามขวบของฉลาม ปีที่แล้วๆ มา ฉันไม่เคยได้ให้อะไรลูกด้วยซ้ำ ของเล่นราคาแพงๆ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าสวยๆ แบบที่พ่อแม่หลายๆ คนซื้อให้ หากฉันจะใช้เงินในส่วนที่แม่ของฉายให้ฉัน เอาเข้าจริง มันก็พอใช้เฉพาะค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเท่านั้น ตามความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ฉันอาจจะขอแม่ของฉันเองด้วยซ้ำ แต่ในความจริงแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายในจุดนี้ แม่ฉันไม่ได้ช่วยอะไรเลย หรือต่อให้ในตอนนี้ฉันมีเงินซื้อชุดสวยๆ ให้ลูก มันก็ไม่ใช่เงินที่ฉันหาเองอยู่ดี มันก็ไม่รู้สึกดีใจ และสุขใจเหมือนฉันได้หาเองอยู่ดี

"เออเม ถามอะไรหน่อยดิ"

"อื้อ ว่า?"

"งานร้านอาหารที่เธอทำอยู่ รับพนักงานเพิ่มไหมอ่ะ"

"ถามให้ใครอ่ะ หรือเธอสนใจที่จะทำ"

"อื้อ อยากทำงาน จะได้มีเงินอ่ะ" จริงๆ เมยี่เคยชวนฉันไปทำงานด้วยนะ แต่ยอมรับตรงๆ ว่า ตอนนั้นแม้ว่าฉันจะอยากไปทำ แต่สุดท้ายก็ต้องปฏิเสธ เพราะไหนจะยุ่งเรื่องเรียนและตัวฉันเอง ก็ไม่เคยออกไปทำงานเลยสักครั้ง

"งั้นเดี๋ยวฉันโทรถามผู้จัดการให้ แกชื่อพี่อีฟ สนิทกันอ่ะ แกใจดีมาก"

"ดีจัง"

"งั้นเดี๋ยวฉันโทรถามให้เลย" ไม่ว่าเปล่า เมยี่ชูโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะเลื่อนหาเบอร์โทรใครสักคนแล้วกดโทรออกในเวลาต่อมา

"ฮัลโหลค่ะพี่อีฟ เมเองค่ะ ที่ร้านรับพนักงานเพิ่มไหมคะ พอดีเพื่อนสนิทเมสนใจอ่ะค่ะ"

[…]

"ผู้หญิงค่ะพี่อีฟ บุคลิกดีมาก สวยเลยก็ว่าได้ค่ะ"

[…]

"จริงเหรอคะ โอเคได้ค่ะ งั้นเอาเป็นว่า ถ้าเพื่อนเมโอเค เดี๋ยวเมติดต่อกลับไปนะคะ"

[…]

"อ๋อ เอางั้นหรือคะ ได้ๆ ค่ะ" เมยี่ยิ้มกว้าง เธอละโทรศัพท์ออกจากหู และรายงานในสิ่งที่เธอพึ่งจะรู้มาให้ฉันฟัง

"โอเคเลยปาย โชคดีที่โทรไปตอนนี้ ช่วงนี้ที่ร้านลูกค้าเยอะมาก พี่อีฟหาพนักงานพาร์ทไทม์ไปช่วยที่ร้านพอดีเลย เรื่องรายได้ ช่วงนี้ดีหน่อย คือลูกค้าเยอะ ทางร้านจ่ายเป็นค่าแรงพิเศษ แม้เราจะเป็นนักศึกษาก็ตาม ถ้าเธอโอเค เย็นนี้ไปสัมภาษณ์งานที่ร้านได้เลย"

"เย็นนี้เลยเหรอ ดีจัง งั้นเดี๋ยวฉันคุยกับฉายก่อนนะ ถ้าฉายโอเค ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา"

"น่ารัก เอะอะปรึกษาแฟนก่อน แฟนจะยอมให้ไปไหมอ่ะ รายนั้นหวงแฟนจะตาย" เมยี่ยิ้มกว้าง และมักจะเป็นแบบนี้เวลาที่แซวฉันทุกครั้ง

"เดือนหน้าวันเกิดลูกชายฉัน หาตังค์ซื้อของขวัญ" เรื่องนี้ฉันไม่ได้ปิดบังเพื่อนหรอก คือพอเราสนิทกันในระยะหนึ่ง ฉันก็เลือกที่จะพูดคุยกับเพื่อน บอกในสิ่งที่เป็นฉัน เพราะระยะเวลาที่เรารู้จักกัน มันชัดเจน ว่าเมยี่นิสัยดี และน่าคบจริงๆ

"งั้นปายคุยกับฉาย ถ้ายังไงก็บอกละกัน ส่วนตอนนี้ ไปเรียนกัน"

"อื้อ" ฉันพยักหน้ารัวกลับไป พลางคว้าสายกระเป๋าขึ้นมาคล้องบ่า ก่อนจะไลน์ไปหาฉาย เพื่อบอกกล่าวในสิ่งที่ฉันจะทำ

Lineeeee~

'สปาย : ฉาย ฉันว่าจะไปทำงานที่ร้านอาหารเดียวกับเม อยากทำงานหาเงินอ่ะ เดือนหน้าวันเกิดลูก อยากซื้อของขวัญให้ลูกบ้าง'

ฉันส่งข้อความไปไว้แค่นั้น ก่อนจะปิดเสียงโทรศัพท์ เพราะต้องเข้าเรียนพอดี จริงๆ เดือนเกิดของฉลาม เป็นเดือนเดียวกับฉาย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ฉันอยากไปทำงาน สำหรับคนอื่นแล้ว เขาอาจจะมีครอบครัวคอยซัพพอร์ตทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้ หรือบางทีอาจจะไม่ต้องดิ้นรนอะไรด้วยซ้ำ แต่นั่นมันไม่ใช่ฉัน ฉันในตอนนี้ มีเพียงแม่ของฉาย ที่มีศักดิ์เป็นแม่ย่า คอยช่วยเหลือและซัพพอร์ตอยู่ด้านหลัง ส่วนพ่อแม่ของฉัน เอาจริงๆ ตั้งแต่ฉันเรียนมหา'ลัย ท่านแทบไม่ได้ช่วยอะไรด้วยซ้ำ ซึ่งฉันเข้าใจและรู้ดีว่า พ่อกับแม่ของฉันไม่ได้มีเงินทองอะไรขนาดนั้น ลำพังแค่ส่งเสียสกายคนเดียว ก็สาหัสพออยู่แล้ว ฉันไม่ได้หวังหรืออยากรบกวนพ่อแม่อยู่แล้ว และหากเลือกได้ หากฉันมีงานทำ มีรายได้ด้วยตัวเองบ้าง ทุกอย่างมันก็เป็นเรื่องดี

หลังจากที่จบคลาสเรียน ฉันก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า เพราะหวังจะฟังคำตอบที่ฉายตอบกลับมา และปรากฏว่า มีข้อความของฉายส่งมาทิ้งไว้พอดี

Lineeeee~

'ฉาย : ทำงานที่ไหนอ่ะ แล้วจะมีเวลาเหรอปาย เรียนก็หนักอยู่แล้วนะ'

'ฉาย : อยากได้อะไรก็บอก ฉันซื้อให้ได้'

'ฉาย : ไม่อยากให้เหนื่อย'

'สปาย : ทำไม่กี่ชั่วโมงเอง วันละสี่ชั่วโมง สบายมาก เมยี่ก็ทำ ไม่เห็นมีผลกระทบอะไรกับการเรียนเลยนะ วันไหนเราไม่ว่างหรือวันไหนเราเหนื่อย เราก็ขอลาได้ ร้านนี้ไม่เอาเปรียบลูกน้องด้วยนะ แม้จะเป็นนักศึกษา แต่ก็รับรายได้เต็มหน่วยเหมือนกัน'

ฉันพิมพ์ข้อความกลับไป แต่ฉายก็ตอบกลับด้วยการส่งสติกเกอร์มา

"เป็นไงบ้างปาย คุยกับฉายยัง"

"คงต้องคุยกันเย็นนี้อ่ะ พรุ่งนี้เราให้คำตอบได้ไหมเม"

"เคๆ เดี๋ยวเราบอกพี่อีฟให้"

"อื้อ ขอบใจมากนะ"

@ตอนเย็น

ฉันเปิดโทรศัพท์ของตัวเองพร้อมกับยื่น หน้าจอโทรศัพท์ไปที่ตรงหน้าของฉายที่ทำหน้าที่เป็นพลขับ

"แม่ส่งมาให้ดูเมื่อเช้า ฉลามไปโรงเรียนกับคุณย่า"

"ใส่ชุดนักเรียนด้วยเหรอเนี่ย" คนถูกอวดยิ้มกว้าง และแย่งโทรศัพท์ไปจากมือของฉันเพื่อดูในสิ่งที่แม่ของฉายส่งมา

"เจ๋งมาก ใส่ชุดนักเรียนเหมือนพี่ๆ ด้วย คุณครูคงปวดหัวน่าดู"

"ก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ ลูกใครล่ะ" ฉันแซวออกมา อีกคนถึงกับหลุดเสียงหัวเราะทันที

"ได้ทีและแซวใหญ่เลยนะ ดื้อแล้วไง ดื้อแล้วแฟนใครล่ะ" ไม่ว่าเปล่า มือหนาเลื่อนมาประคองศีรษะของฉัน ส่งผลให้ฉันซบลงกับบ่าแกร่งในเวลาต่อมา

กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย มันทำให้ฉันคลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกอบอุ่นหัวใจจัง รู้สึกดีที่ได้อยู่แบบนี้ ฉันรักผู้ชายคนนี้จัง

"เย็นนี้เราซื้ออะไรกลับไปกินกันดี"

"อยากกินสุกี้"

"งั้นเราซื้อเนื้อหมูแล้วก็พวกผักกลับไปทำกินที่ห้องละกันนะ เดี๋ยวฉันโชว์ฝีมือเอง"

"ครับผม" ฉายก้มหน้ามามองฉัน พร้อมกับยกมือลูบผมฉันเบาๆ

เราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ต เลือกซื้อเนื้อหมูและพวกผักติดมือกลับมาทำสุกี้ทานกันที่ห้อง และระหว่างที่นั่งทาน ฉันก็ไม่ลืมที่จะพูดคุยในเรื่องที่ยังค้างคา

"ตกลงเรื่องที่จะทำงาน นายคิดว่าไงอ่ะ โอเคหรือเปล่า"

"จะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอ"

"ก็ต้องอดทนไง ถึงเรียนจบมา ถ้ายังสอบครูไม่ติด เราก็ต้องหางานอื่นทำรออยู่ดี อยู่เฉยๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก"

"รู้ แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีไง"

"ทำงานแค่สี่ชั่วโมง มันแป๊บเดียวเองนะ ทำงานห้าโมงถึงหนึ่งทุ่ม หรือถ้ารับพิเศษ ก็แค่ทำถึงสองหรือสามทุ่ม ฉันว่ามันก็ไม่ดึกนะ อีกอย่าง เดือนหน้าวันเกิดฉลาม วันเกิดนายด้วย อยากซื้ออะไรพิเศษๆ ให้นายกับลูกบ้างไง"

"ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ ต่อให้เธอไม่ซื้ออะไรให้ฉัน ฉันก็รักเธออยู่ดี"

"ถ้างั้นขอไปลองทำก่อนได้ไหมอ่ะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยว่ากันอีกที" ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันออดอ้อนตะวันฉายเต็มที่ ก็อย่างว่า ฉันมีจุดมุ่งหมายที่ต้องการ มีสิ่งที่อยากทำ เพื่อคนสองคนที่ฉันรักมาก นั่นคือฉลามและตะวันฉาย

"อื้อ ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่ละกัน"

"เย้ๆ รักฉายที่สุดเลย" ฉันยิ้มกว้าง พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปหา แล้วใช้มือบีบปลายจมูกโด่งเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อคนตัวโต

ตอนเช้าของวันถัดไป ฉันก็บอกกับเมยี่ว่าจะไปทำงานที่ร้านอาหารที่เมยี่แนะนำ ช่วงเช้าฉันก็เรียนตามปกติ และตอนเย็นจะไปเจอเมย์ที่ร้านอาหาร และจะเริ่มงานเป็นวันแรกเลย

แต่เหมือนการไปทำงานวันแรกของฉัน จะไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไหร่ เพราะคนที่ฉันตั้งใจว่าจะให้ไปส่ง เมื่อตอนบ่ายนัดดื่มกันเพราะวันเกิดเพื่อน ฉายกลับห้องก่อนฉัน เพราะฉายกลับบ่ายสาม ส่วนฉันกลับสี่โมง และห้าโมงก็ต้องไปทำงาน

"จะไปทำงานแล้ว..."

"...ดึกๆ เดี๋ยวกลับมานะ" ฉันบอกกับฉายที่ยังอยู่ในสภาพงัวเงียเพราะว่าพึ่งตื่น สาเหตุก็เพราะฉันปลุก

"ต้องไปจริงๆ เหรอ"

เอาจริงๆ คำพูดนั้น ทำให้ฉันไม่อยากไปไหนเลย ฉันอยากอยู่กับฉาย อยากมีเวลาอยู่กับเขาเหมือนทุกวัน ไม่อยากห่างกัน แต่เพราะความเกรงใจ ความที่อยากพึ่งพาตัวเองบ้าง มันทำให้ฉันต้องรับงานพาร์ทไทม์ อย่างน้อยๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นมาบ้าง เพราะตั้งแต่ที่ฉันเข้าเรียน ตั้งแต่ปีหนึ่ง จนถึงปีที่สาม แม่ฉายเป็นคนรับผิดชอบฉันหมดเลย

แค่ท่านเลี้ยงหลาน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการเรียน มันก็มากพอแล้วจริงๆ

"ฉันต้องทำงาน มันจำเป็น"

"อื้อ เคๆ สองทุ่มเจอกัน" เขารั้งแขนฉันเข้าหาตัวอีกครั้ง ก่อนจะหอมแก้มฉันแรงๆ

ฟอดด~

"แล้วนี่จะออกไปไหนหรือเปล่า"

"ไม่หรอก คงนอนพักอีกหน่อย ไว้เกือบๆ สองทุ่มฉันไปรอรับเธอที่ร้านก็แล้วกัน" และคำพูดนั้น ถึงเรียกรอยยิ้มของฉันให้หลุดระบายออกมา

"โอเค" ฉันโน้มตัวเข้าไปใกล้คนตัวโต ก่อนจะฝังริมฝีปากลงที่แก้มสากเบาๆ จากที่ตอนแรกจะให้ฉายไปส่ง ไปๆ มาๆ สภาพที่ไม่ค่อยจะเต็มร้อยของเขา ทำให้ฉันเลือกที่จะเดินทางไปร้านอาหารด้วยตัวของฉันเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel