บท
ตั้งค่า

บทนำ

บทนำ

เรากำลังจะหมั้น!

คนที่รอคอยและลุ้นอะไรมากๆ มักจะตื่นเต้นเสมอ และยิ่งเป็นเรื่องที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปตลอดกาล มันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีกเป็นหลายเท่า ความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนเมื่อวันสำคัญของตัวเองมาถึงคงไม่ต่างกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่รอคอยให้พิธีการมาถึง

ร่างบางสวยสง่างามระหงในชุดเดรสสีขาวแบบเปิดไหล่เล็กน้อย แขนยาว ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยผ้าลูกไม้สีขาวทั้งชุด ผมดำขลับถูกม้วนเป็นก้นหอยคล้ายกลีบดอกกุหลาบและรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย เปิดใบหน้างดงามที่ไร้ไฝฝ้าตำหนิใดๆ มีเพียงแค่เครื่องสำอางชั้นดีซึ่งแต่งเติมโดยโทนสีชมพูอมส้ม เพื่อให้ใบหน้านั้นดูมีสีสันและโดดเด่นยิ่งขึ้น บนลำคอมีสร้อยเพชรเส้นเล็กๆ เข้าชุดกับต่างหูที่ใส่ประดับแค่พองาม

หากเป็นยามปกติ เธอคงไม่คิดจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหราและราคาแพงขนาดนี้ แม้กระทั่งในยามที่ต้องออกงานสังคมกับบิดามารดาเป็นบางครั้งบางคราว เธอก็เลือกเสื้อผ้าที่ราคาไม่ได้แพงอะไร ด้วยรู้ว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นใส่ออกงานซ้ำได้เพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น แต่สำหรับงานวันนี้และชุดนี้มันคือข้อยกเว้น เพราะมันเป็นชุดที่นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาแพงเฉียดหมื่น

ทั้งหมดนี้เธอไม่ได้เลือกเอง แต่พ่อกับแม่เลือกให้ ไม่ใช่เลือกเฉพาะชุดและเครื่องประดับที่ใส่วันนี้ แต่ยังเลือกว่าที่คู่หมั้นให้เธอด้วย

เธอไม่เคยเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว รู้แต่ว่าเขาเป็นลูกชายคนเล็กของเพื่อนพ่อ ดังนั้นหัวใจดวงน้อยจึงยิ่งเต้นแรงโลด ด้วยความตื่นเต้นและรอคอย เมื่อแม่กระซิบบอกว่าตอนนี้แม่เลี้ยงลักษิกากับครอบครัวใกล้จะมาถึงแล้ว

จังหวะหัวใจที่เต้นแรงโลดก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นกระตุกวาบ ความรู้สึกบางอย่างแล่นซ่านเข้ามารวมตัวกันอยู่ในท้องน้อย เมื่อสายตาปะทะกับบุรุษที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องโถงของโรงแรมพร้อมกับสตรีต่างวัยสองคน

เขาคนนั้นน่าจะสูงราวๆ หกฟุต แต่งตัวด้วยชุดสูท ใส่เสื้อสีขาวตัวใน ผูกไทอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกลูกครึ่งเกาหลีอเมริกันคนหนึ่ง คิ้วเข้มหนา ตาเรียวรี จมูกโด่งคม และส่วนที่ดึงดูดสายตาของเธอมากที่สุดก็คือริมฝีปากหยักได้รูป แม้จะเป็นริมฝีปากที่หยักแบบบุรุษแต่ก็บางและเป็นสีชมพูอย่างคนสุขภาพดี ชวนให้คิดว่ายามที่เรียวปากนั้นทาบทับลงบนปากของตนเอง มันจะก่อให้เกิดความรู้สึกเช่นไร

แม้ว่าการหมั้นครั้งนี้จะเป็นการหมั้นแบบคลุมถุงชน และเธอก็แอบหวั่นใจมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องว่าที่คู่หมั้น ทว่าตอนนี้ความหวั่นใจเหล่านั้นหายวับไปหมดแล้ว มันเหลือแต่ความรู้สึกอย่างอื่น ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอประทับใจตั้งแต่แรกเห็น อย่างน้อยรูปร่างหน้าตาเขาก็ดึงดูดเธอเข้าอย่างจัง แบบนี้เองหรอกหรือที่เขาว่า ‘รักแรกพบ’ เธอมีสิทธิ์รักเขาไม่ใช่หรือ ก็ในเมื่อเขาคือคนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของเธอ จะผิดอะไรหากจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น

“มากันแล้ว”

คุณนิภากระซิบอีกครั้ง โดยแม่ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้หัวใจและความรู้สึกภายในของเธอปั่นป่วนแค่ไหน

“สวัสดีค่ะคุณป้า”

มือเรียวเล็กยกขึ้นไหว้ผู้ที่อาวุโสกว่าใคร ซึ่งเธอเคยเห็นแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เพราะแม่เลี้ยงลักษิกามาต้อนรับด้วยตัวเองตอนที่ครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงเชียงใหม่

“จ้ะหนูนัส วันนี้สวยเชียวว่าที่ลูกสะใภ้ของป้า” แม่เลี้ยงลักษิกาชมเปาะพลางพิศมองใบหน้างดงามนั้นอย่างเอ็นดู

“ขอบคุณค่ะคุณป้า” พูดจบแล้วก็หันไปมองทางร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่เลี้ยงลักษิกา ทำให้แม่เลี้ยงลักษิกาต้องเอ่ยแนะนำอย่างเป็นทางการ

“อ้อ...โทษทีจ้ะ ป้าลืมแนะนำ นี่ตาปราณต์จ้ะลูกชายคนโตป้า ส่วนนี่ธรินดาลูกสาวบุญธรรมของป้า”

เขาชื่อปราณต์! ไม่ได้ชื่อปรัชญ์ นัสรินอยากให้ตัวเองหูฝาดหรือโสตประสาทไม่ทำงานไปเลย หากจะมีใครที่สังเกตดีๆ จะเห็นสีหน้าของเธอเจื่อนลงทันที เขาไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่เป็นพี่ชายของคู่หมั้น เธอจำต้องยกมือขึ้นไหว้ ทั้งๆ ที่ตอนนี้หัวใจวูบโหวงไปหมด และเขาก็แค่ทักทายเธอแค่เพียงไม่กี่คำ จากนั้นเธอก็ต้องหันไปคุยกับธรินดาซึ่งสวยและดูเป็นกุลสตรีจนน่าอิจฉา

ไม่นานหลังจากนั้นคู่หมั้นตัวจริงของเธอก็ปรากฏตัว เขาชื่อปรัชญ์...เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาแต่เป็นความหล่อเหลาในอีกแบบ เธอก็ไม่แน่ใจว่าถ้าหากเธอเจอเขาก่อนปราณต์ เธอจะเกิดอาการหัวใจเต้นแรงเช่นเดียวกันหรือเปล่า ทว่าความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวงมันไม่สามารถเรียกคืนได้แล้ว หัวใจของเธอหล่นหาย และไปเดินเล่นอยู่ในหัวใจของปราณต์ โดยที่เขาคงจะไม่เปิดประตูต้อนรับ และเธอก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเคาะเรียก

สุดท้ายเมื่อถึงฤกษ์งามยามดี เธอก็ได้นั่งเคียงคู่กับปรัชญ์ต่อหน้าผู้ใหญ่ จากนั้นเขาก็สวมแหวนเพชรน้ำงามเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ชั่วขณะหนึ่งตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านข้าง เธอจำต้องรีบเบนสายตากลับมามองคู่หมั้นตัวจริงของตัวเอง พร้อมกับเตือนตัวเองว่า ผู้ชายที่กำลังสวมแหวนให้เธออยู่คนนี้ต่างหากคือว่าที่สามี ส่วนคนที่เธอแอบปองใจแต่แรกเห็นนั้น เขาคือพี่ชายของว่าที่สามี

กามเทพแผลงศรให้เธอได้เจอกับผู้ชายที่เป็นรักแรกพบ และหักศรรักนั้นทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนั้นคือพี่ชายของว่าที่สามี ความจริงนั้นแล่นเข้ามาอัดแน่นในอกครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งพยายามตัดใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนอาลัยอาวรณ์ จนเหมือนหายใจไม่ออก ในที่สุดโลกทั้งโลกก็มืดดำลง จากนั้นสติสัมปชัญญะก็ดับวูบ...

เธอหลับไปนานแค่ไหน นัสรินก็ไม่อาจรับรู้ รู้แต่ว่าอยากหลับไปเช่นนั้นนานๆ เพื่อหลบหนีจากความจริงอันสุดเจ็บปวด แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครอยากให้เธอหลับนาน เพราะไม่นานเธอก็ถูกปฐมพยาบาลจนฟื้น

สิ่งแรกที่เห็นก็คือใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่เหนือใบหน้าของเธอตอนนี้ มันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้งและอีกครั้ง จนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เขาช่างหล่อเหลาราวกับเจ้าชายรูปงามที่กำลังจะก้มลงจูบเจ้าหญิงนิทราเพื่อปลุกให้ตื่น แต่แล้วความตื่นเต้นลิงโลดของหัวใจนั้นก็สลายลง เมื่อมีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับกระชากเธอกลับสู่โลกแห่งความจริง

“หนูนัสเป็นยังไงบ้าง”

เสียงแม่เลี้ยงลักษิกาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง นางคือแม่ของว่าที่สามีที่ให้ความเอ็นดูเธออย่างจริงใจจนเธอสัมผัสได้ชัด และว่าที่สามีคนนั้นก็มีชื่อว่าปรัชญ์...ไม่ใช่คนที่ชื่อว่า ‘ปราณต์’ ที่เธอกำลังมองอยู่ตอนนี้แต่อย่างใด

ตัดใจซะ...เขาคนนี้คือผู้ชายต้องห้ามสำหรับเธอ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel