ตอนที่1[คลุมถุงชน]
เมียแต่งไร้สถานะ
ตอนที่1
[คลุมถุงชน]
ณ คฤหาสน์เลิศรักษ์ธารา
ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างขวางสิบกว่าไร่ มีต้นไม้หลากหลายชนิดรายล้อม ให้ร่มเงาร่มรื่นและมีคฤหาสน์หลังหรูตั้งเด่นหราอยู่กลางสวนถึงแม้จะมีอายุนานมาแล้วตั้งแต่สมัยบิดาของท่านเจ้าสัว ‘เปรม’ และมารดายังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งท่านทั้งสองได้จากโลกนี้ไปด้วยวัยอันควร ทว่าฤหาสน์หลังนี้ก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมด้วยบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูล ได้ดูแลบำรุงรักษามาเป็นอย่างดี ทำให้มันโดดเด่นอยู่ท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้ยืนต้นนานาชนิด เพราะเจ้าสัวเปรมชื่นชอบในธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ
ด้านหลังคฤหาสน์จะเป็นเรือนของคนรับใช้เก่าแก่ ที่อาศัยอยู่ด้วยกันมานาน ถันออกไปประมาณห้าร้อยเมตร จะเป็นเรือนไม้สีขาวทั้งหลัง รอบบ้านรายล้อมไปด้วยดอกกล้วยไม้นานาพันธุ์ เพราะภรรยาของเจ้าสัวชื่นชอบ และโปรดปรานบ้านหลังนี้เป็นอย่างมาก กระทั่งภรรยาล้มป่วยและจากโลกนี้ไป ท่านเจ้าสัวก็ยังบำรุงรักษาดูแลเป็นอย่างดีตลอดมา
เจ้าสัว ‘เปรม’ นั่งเอนกายอยูบนเก้าอี้พนักพิงไม้ตัวหรูอยู่ที่เฉลียงซีกซ้ายของบ้าน ที่ใช้งานมาร่วมยี่สิบกว่าปี ทว่ามันยังแข็งแรง และรับน้ำหนักของท่านมาโดยตลอด เป็นเพื่อนพักพิงในยามเหนื่อยล้า เป็นที่รองรับเรือนกายของชายสูงวัย ในยามหลับใหลพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ทว่าชั่วโมงนี้ นาทีนี้ เขากลับข่มตาให้หลับลงไม่ได้อีกต่อไป ในยามที่ความแก่ชราเข้ามาเยี่ยมเยือน โรคภัยต่าง ๆ พลางพากันเข้ามารุ่มเร้า โดยไม่มีใครสามารถล่วงรู้ว่าลมหายใจ ในวันสุดท้ายของเราจะหมดลงเมื่อไหร่ ทุกคนต่างรับรู้เฉพาะวันที่เราลืมตามาดูโลก เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ชายสูงวัยครุ่นคิดมาตลอดสองสัปดาห์ ว่าตนจะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อจะให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ได้มีหลักเป็นที่เกาะยึดในยามที่ท่านหมดลมหายใจ และคน ๆ นั้นก็ต้องเป็น ‘ปริญญ์ เลิศรักษ์ธารา’ หลานชายเพียงคนเดียวของท่านเท่านั้น ที่เหมาะสม จะให้เธอเข้ามาอยู่ในสถานะ ‘หลานสะใภ้ของเลิศรักษ์ธารา’ ได้แต่เพียงผู้เดียว
“ท่านเจ้าสัวครับ น้ำชาร้อน ๆ ได้แล้วครับ” เสียงนาย ‘บุญ’ บ่าวรับใช้คนสนิท ที่รู้ใจกันตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ เคยออกเดินทางไปตั้งแคมป์พักค้างอ้างแรมด้วยกันในกลางป่าลึก ตามประสาคนที่ชื่นชอบธรรมชาติในสมัยนั้น จนกระทั่งได้รู้จักนายพรานท่านหนึ่ง ที่เก่งกาจและชำนาญในการเดินป่าอย่างนายพราน ‘เข้ม’
เมื่อนึกถึงผู้ชายที่เก่งกาจ และมีน้ำใจ ของพรานเข้ม ถึงจะเป็นคนบ้านป่าทว่าชายผู้นั้น กลับกล้าหาญเยี่ยงวีรบุรุษ เมื่อเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ ครั้งที่เจ้าสัวเปรม ได้ออกไปตั้งแคมป์กลางป่าลึก โดยมีพรานเข้มนำทาง และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาในกลางดึกสงัดของคืนหนึ่ง เมื่อสมัยสิบกว่าปีที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนนี้เหตุการณ์ ที่นายพรานเข้มได้เข้าช่วยชีวิตท่านเจ้าสัวเปรม ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช จากเสือลายพาดกลอนที่ดุร้ายตัวนั้น กระทั่งตัวเองถูกเสือร้ายขย้ำจนจมเขี้ยว และขาดใจตายต่อหน้าต่อตาเจ้าสัวในครั้งนั้น ยิ่งตอกย้ำให้ท่านต้องรีบจัดการอะไรสักอย่าง ก่อนที่มันจะสายเกินไป
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของหลานชาย ปลุกให้ท่านเจ้าสัวหลุดออกจากภวังค์ความคิด
“อ้าว! มาแล้วเหรอ!” ชายชราเงยหน้าขึ้นมองหลานชาย ที่มีร่างสูงหล่อล้ำราวเทพบุตรมาจุติ
“สวัสดีครับคุณปู่ ให้ลุงบุญโทรเรียกผมมาด่วน มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
“นั่งก่อนสิ! ถ้าปู่ไม่โทรตาม ปริญญ์ก็คงไม่มาหาใช่ไหมล่ะ!” เสียงแหบแห้งตามวัยเอ่ยถาม
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ คือตอนนี้งานที่บริษัทของเรายุ่ง ๆ อยู่นิดหน่อยครับ ผมจึงไม่ค่อยมีเวลามาหาคุณปู่ กะว่าจะรีบเคลียร์งานรอบนี้เสร็จ ผมจะมาค้างกับคุณปู่สักสองสามวันครับ” ปริญญ์อธิบายกับบุพการีเพียงคนเดียวที่เขาเหลืออยู่
“ปู่ดีใจนะ ที่ปริญญ์มีความตั้งใจทำงาน แต่อย่าหักโหมให้มันมากนัก รู้จักหาเวลาพักผ่อนบ้าง”
“ผมก็แบ่งเวลาพักผ่อนอยู่นะครับ ขอบคุณที่คุณปู่เป็นห่วง”
“ปู่มีเราเพียงคนเดียว ถ้าไม่ให้ห่วงปริญญ์ แล้วจะให้ห่วงใคร แล้วนี่ เราอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” ชายสูงวัยหันมาลอบมองเสี้ยวหน้าของหลานชายเพียงแวบเดียว
“วันที่ห้าเดือนหน้า ผมอายุครบสามสิบสองปีพอดีครับคุณปู่” ปริญญ์เอ่ยเสียงเรียบเรื่อย
“อืม อายุก็พอจะมีครอบครัวได้แล้วสินะ ได้คิดไว้บ้างหรือยัง ว่าจะเอาใครมาเป็นแม่ของลูก ปู่ก็อายุมากขึ้นทุกวัน ก่อนตายก็อยากเห็นหน้าเหลนสักครั้ง” ท่านเจ้าสัวเอ่ยเสียงเนิบ ไม่รีบร้อนพลางสังเกตปฏิกิริยาของหลานชายไปด้วย
“คุณปู่ก็รู้ว่าผมคบกับใครอยู่นี่ครับ ถ้า‘เจนจิรา’ จบโทมา ผมตั้งใจจะขอเธอแต่งงานเลยครับ” เมื่อคุณปู่เอ่ยถึงเรื่องนี้ เขาจึงเลือกที่จะบอกท่านไปตรง ๆ ว่าตนกับเจนจิราคบกัน ถึงแม้จะห่างกันเพราะเธอเลือกไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ แต่เขากับเธอก็ยังติดต่อสื่อสารกันตลอด เจนจิราเป็นรุ่นน้องเขาถึงสี่ปี และตอนนี้เธอมีอายุครบยี่สิบแปดปีเต็มพอดี
“ปู่เคยบอกเราไปแล้ว ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เหมาะที่จะมาเป็นหลานสะใภ้ ของเลิศรักษ์ธารา” ท่านเจ้าสัวเอ่ยเสียงจริงจัง และหนักแน่น
“แต่คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต ผมขอเลือกเองได้ไหมครับ ผมกับเจนเราคบกันมาหลายปีแล้วนะครับคุณปู่” ปริญญ์พยายามอธิบายเสียงแข็ง เรื่องอื่นเขายอมทำตามใจคุณปู่ทุกอย่าง แต่สำหรับเรื่องคู่ครองเขาอยากเลือกด้วยตัวเอง
“แกตัดใจจากผู้หญิงคนนั้นซะ! เพราะปู่จะไม่มีวันรับผู้หญิงคนไหนของแก มาเป็นหลานสะใภ้เลิศรักษ์ธาราเด็ดขาด ทางเลือกของแกมีทางเดียว คือแกต้องแต่งงานกับหนู ‘รินรดี’ คนเดียวเท่านั้น” เสียงแหบแห้งเอ่ยราวหัวเสีย เมื่อหลานชายคนเดียว เริ่มกล้าขัดคำสั่ง
