บทที่ 5
“เงียบซะ...ผมจะทำให้มันเจ็บน้อยที่สุดตกลงไหม” หญิงสาวจำต้องยอมพยักหน้ารับคำอย่างคนไม่มีทางเลือก หยดน้ำตาพรั้งพรูออกมาเป็นสายทุกครั้งเมื่อเขาขยับแนบชิดถลำลึกเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะกดมันเข้าหาเธออย่างแรงและแช่เอาไว้อยู่เช่นนั้นเพื่อรอให้เธอได้คลายความกังวลที่กำลังมีอยู่ลงไปบ้าง
ภาคินทร์ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองใจเย็นมากเท่ากับตอนนี้วินาทีนี้มาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มเฝ้าพยายามเล้าโลมคนตัวเล็กใต้ร่างอย่างหนักหน่วงแต่ก็ยังแอบแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนเป็นบางครั้ง เขาจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์อันโชกโชนของตัวเองล่อลวงให้อีกฝ่ายหลงกลก่อนที่เขาจะอาศัยจังหวะนั้นขยับร่างกายช้าๆ พร้อมๆ กับส่งเสียงคำรามขึ้นมาอย่างสุดกลั้น
“อ่าส์...มันยอดมาก! คุณวิเศษที่สุด...” ชายหนุ่มเอ่ยปากชมอย่างไม่รู้ตัว ไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองนั้นจะมีความต้องการใครสักคนได้มากขนาดนี้มาก่อน หล่อนทำมันได้ยังไง หรือผู้หญิงคนนี้จะมีเวทมนต์คาถากันแน่ถึงทำให้เขาคลั้งเธอได้มากถึงขนาดนี้ได้
เขาควบคุมจังหวะรักไปอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นทุกครั้งที่ใกล้ถึงสวรรค์รำไร ความหรรษาที่ยากจะลืมได้ลงทำให้ทายาทหนึ่งเดียวของธุรกิจพันล้านหลงลืมทุกๆ สิ่งไปจนหมดสิ่ง ลืมแม้กระทั่งจะสวมใส่บางสิ่งที่ควรทำก่อนเป็นอันดับแรกๆ ของการร่วมรัก
สิ่งที่เขากำลังสนอกสนใจมันมีแค่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นในตอนนี้นั่นก็คือเสียงหวานน่าฟังที่กำลังร้องครวญคราญใต้ร่างที่ดังขึ้นคราแล้วคราเล่าก่อนมันจะเงียบสนิทก็เกือบเช้าของวันใหม่...
อรนลินแทบจะเผลอหลับไปทันทีที่เขายอมหยุดความทรมานที่ปลุกปั้นขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเสียที หญิงสาวพลิกตัวนอนหันหลังให้คนใจร้ายก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมือหนาเอื้อมเข้ามาโอบกอดเธอเอาไว้จากด้านหลังไม่ยอมปล่อย
ภาคินทร์สุขล้นจนไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาเอ่ยได้ในตอนนี้ เขาคิดแต่เพียงว่าพอรุ่งเช้าก่อนจะแยกจากกันเขาคงจะต้องเพิ่มทิปหนักๆ ให้กับแม่กวางน้อยในอ้อมกอดนี้อีกครั้งเพื่อตอบแทนที่เธอทำให้เขาได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ กับสาวบริสุทธิ์ที่หวานฉ่ำไปทั่วทั้งตัวแบบที่ไม่เคยเจอะเจอมาก่อน ไม่นานดวงตาคมกริบก็หลับลงก่อนจะปิดสนิทตามคนในอ้อมกอดไป...
เป็นอรนลินที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก ความปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งตัวคือสิ่งแรกและสิ่งเดียวที่สัมผัสถึง หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่คิดที่จะหันกลับมามองหน้าใครอีกคนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนั้นอีกเลย
หญิงสาวใช้เวลาร่วมชั่วโมงกับการล้างเอาความแปดเปื้อนที่เขาสาดเข้าใส่กันจนนับครั้งไม่ถ้วนทั้งๆ ที่รู้ดีแก่ใจว่านี่มันคือครั้งแรกของเธอแต่เขาก็ไม่ยอมปราณีกันเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามกลับรุนแรงและโหมกระหน่ำราวกับพายุร้ายที่พัดผ่านมา มันคือพายุที่พรากเอาทุกๆ สิ่งที่เคยหวงแหงมาตลอดชีวิตให้พังพินาศจนไม่เหลือชิ้นดี
เรียวขาสวยค่อยๆ สวมใส่เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นอย่างเงียบเสียงที่สุดเท่าที่จำพอทำได้ก่อนจะใช้เวลาอีกห้านาทีสุดท้ายจ้องมองใบหน้าของผู้ชายที่พรากเอาทุกๆ สิ่งที่เธอหวงแหนไปด้วยความร้ายกาจไร้ซึ่งความปราณีอยู่นาน
จดจำทุกๆ ส่วนบนใบหน้าของเขาเอาไว้ให้ลึกสุดหัวใจและภาวนาให้ทุกๆ สิ่งบนโลกขอให้นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุกท้ายที่เธอจะได้พบกับเขา...
ผู้ชายแปลกหน้าที่เธอเองไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ!!!
แต่เธอก็จะขอจดจำเขาเอาไว้ในฐานะผู้ชายสารเลวที่ขืนใจกันด้วยการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้ความเป็นมนุษย์ที่สุด!
1 ปีผ่านไป
เสียงร้องไห้โยเยของเด็กทารกเพศหญิงวัยสองเดือนเศษที่ดังระงมไปทั่วบ้านเช่าหลังเล็กส่งผลทำให้หญิงสาวที่เพิ่งจะได้หลับอย่างเต็มตาเพราะต้องเวียนรับแขกไม่ซ้ำหน้ามาตลอดทั้งคืนสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตกใจ กานติมาตวัดหางตาไปมองหลานสาวตัวน้อยที่กำลังนอนร้องไห้อยู่ข้างกายอย่างหัวเสีย พาลทำให้หงุดหงิดจนต้องตวาดใส่น้องสาวของตัวเองเสียงดังเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง
“โอ้ย!! นังอร!! นี่แกช่วยทำให้ลูกสาวของแกมันหุบปากสักชั่วโมงหน่อยจะได้ไหม กว่าฉันจะได้นอนก็เกือบเช้ายังต้องมาคอยสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ลูกแกแหกปากแบบนี้ฉันก็ตายกันพอดีสิยะ!” คนถูกเรียกที่กำลังระงมอยู่กับการตากผ้าอ้อมหลังบ้านจำต้องหยุดมือจากการตรงหน้าก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้ามาดูลูกน้อยของตนเองตามเสียงเรียกของพี่สาว บุคคลที่เป็นเสมือนต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
และนั่นก็หมายถึงเรื่องที่เธอต้องตั้งท้อง ‘ลูกปลา’ ลูกสาวตัวน้อยวัยสองเดือนเศษตรงหน้านี้อย่างไม่ตั้งใจ และแน่นอนว่าพ่อของลูกเธอก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเลยนอกเสียจากเขาคนนั้น ผู้ชายที่ซื้อเธอไปจากพี่สาวเพื่อระบายความใคร้ด้วยเงินมูลค่าถึงหนึ่งแสนบาทเมื่อหนึ่งปีก่อน
