CHAPTER 4 คนนี้แหละใช่เลย
จีน่าก้าวตามหลังพรพระจันทร์ไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็เห็นบางอย่างร่วงหล่นจากกระเป๋าผ้าของหญิงสาว
“หนูทำของตกจ้ะ” ก้มลงเก็บอย่างตั้งใจจะคืนเท่านั้น แต่พอปลายนิ้วแตะขอบหนังสือเดินทาง หน้าพาสปอร์ตก็ดันเปิดออกเองราวกับโชคชะตาตั้งใจให้เห็น
รูปถ่ายใบหน้าจิ้มลิ้มชื่อ “พรพระจันทร์” และวันเดือนปีเกิดที่ทำให้จีน่าชะงักไปหนึ่งวินาที
“ขอบคุณค่ะ” พรพระจันทร์หันกลับมารับอย่างลนลาน
จีน่าส่งคืนให้ แต่ดวงตาเธอกลับเปล่งประกายประหลาด ทั้งอบอุ่นอ่อนโยน และเหมือนมีความหวังลึกๆ ซ่อนอยู่
“หนูเป็นคนไทยเหรอจ๊ะ?” น้ำเสียงของจีน่านุ่มขึ้นกว่าตอนคุยกับตำรวจมาก
“ใช่ค่ะ”
“ไปนั่งคุยกันก่อนไหมอยากทำงานที่นี่แบบถูกกฎหมายไหมน้าช่วยได้นะ”
“คุณน้ารู้เหรอคะ” หญิงสาวตกใจไม่น้อยที่มีคนรู้เรื่องนี้
“น้าไม่ทำอะไรหรอกเราแค่ไปนั่งคุยกัน หากถูกชะตาน้าอาจจะจ้างงานหนูก็ได้” จีน่ายิ้มอบอุ่นหากเวลาเกิดตรงกับที่ซินแสบอก หรือว่าเป็นโชคชะตาแล้วกัน
พรพระจันทร์ทิ้งตัวลงนอนที่เตียงในห้องพักหลังจากกลับมาถึง ในสมองกำลังคิดถึงแต่คำพูดของคนที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
“หนูอยากได้เงินไหมน้าจะจ้าง ลืมแนะนำตัวไปน้าชื่อจีน่า”
“หนูจ๋าค่ะ แต่เพื่อนเรียกว่าเป่าเปา”
“ชื่อน่ารักเหมาะสมมาก” จีน่านั่งคุยเพื่อฆ่าเวลาในขณะที่รอซินแสติดต่อกลับมา ไม่นานทุกอย่างก็เหนือความคาดหมายไปหมด
“งานอะไรเหรอคะ?” เธอถามด้วยความหวังลึกๆ ในแววตา
“น้าจะจ้างหนูให้แต่งงานกับลูกชายน้าค่าจ้าง 4ล้านเหรียญพอไหม” จีน่ามองหน้าเธออย่างเอ็นดู พร้อมพูดชัดถ้อยชัดคำ
“แต่งงาน นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะคะ หนูไม่เอาด้วยหรอกแต่งงานกับคนไม่รู้จักหนูทำไม่ได้” หญิงสาวหน้าถอดสีเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่ตลกไม่ออก
“น้าไม่บังคับหนูเก็บเอาไปคิดก่อนก็ได้ลูกชายของน้าอายุเพิ่งจะ 32 หน้าตาหล่อเหล่า” จีน่าวางกระเป๋าในมือลงอย่างใจเย็น
มือเรียวหยิบสมุดเช็กออกมาก่อนเซ็นด้วยลายมืออันเฉียบคมเสียงปลายปากกาขูดกระดาษเบาๆ แต่กลับสะท้อนในหัวพรพระจันทร์เหมือนระฆังดังลั่น
“น้าให้มัดจำไว้ก่อนถ้าหนูคิดดีแล้วก็ติดต่อน้ามาได้ตลอด”
หญิงสาวเบิกตากว้างตัวเลขบนเช็กไม่ใช่จำนวนน้อยๆ สำหรับใครสักคนที่ไม่มีแม้แต่เงินค่าห้องนอนคืนนี้
“แค่แต่งงานในนามเท่านั้น” จีน่าวางนามบัตรสีทองใบหนึ่งตรงหน้าพรพระจันทร์
พรพระจันทร์นั่งนิ่งใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความสับสนและตกใจ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดเองโดยไม่ต้องฟังใคร เธอยังคงมองแคชเชียร์เช็คที่อยู่ในมือ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเคาะประตูในตอนแรกดังปกติ แต่ไม่นานก็กลายเป็นเสียงทุบ เฟิ่งหวงผละออกจากหญิงสาวบนเตียงทันที ใบหน้าคมคายเริ่มฉายแววไม่พอใจ
“ที่รักอย่าไปสนใจเลยค่ะ” นางแบบสาวเลื่อนตัวเข้ามาเกาะแขนเขาอย่างอ้อนๆ
“ใครมันกล้ามาขัดจังหวะกู” เฟิ่งหวงกัดกราม
ยังไม่ทันได้ด่าเต็มประโยค ประตูก็ถูกผลักเปิดออก ทันที โดยไม่สนใจแม้ว่าเจ้าของห้องจะอนุญาตหรือไม่ มามี้จีน่ายืนเท้าเอวทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท
“แต่งตัวแล้วออกไปคุยกับมามี้ข้างนอก ภายในห้านาที ถ้าไม่ออกมามามี้จะเผารถลูกทิ้งให้หมด” น้ำเสียงเรียบแต่เฉียบคมจีน่าเหลือบตามองนางแบบบนเตียงเพียงเสี้ยววินาที
ไม่นานเฟิ่งหวงเดินออกมาพร้อมเสื้อคลุมเพียงตัวเดียว ใบหน้าของไม่แสดงอาการหงุดหงิด เพราะเกรงใจแม่ตัวเองไม่น้อย
“ให้เวลาตั้งนานใส่ได้แค่นี้?”
“มามี้ครับ” เขาทำเสียงออดอ้อนเฉพาะเวลาที่อยู่กับแม่เท่านั้น
“กลางวันแสกๆ หัดอดกลั้นบ้าง” จีน่าไม่ได้ห้ามลูกชายเรื่องแบบนั้นเพราะเป็นธรรมชาติของผู้ชาย แต่อดที่จะบ่นไม่ได้
“มามี้มีธุระอะไร”
“มามี้เจอผู้หญิงที่เกิดวันตามที่ซินแสบอกแล้ว ซินแสบอกว่าคนนี้แหละยังไงลูกต้องแต่ง”
“เจอไวขนาดนั้นเลยเหรอครับมามี้ล้อเล่นหรือเปล่า” เขากะพริบตาช้าๆ ราวกับต้องประมวลผลข้อมูลใหม่ทั้งหมด
“ลูกสัญญาแล้วถ้าเจอก็ต้องแต่ง”
“มามี้ไม่ได้ถึงขั้นจ้างผู้หญิงมาหลอกผมหรอกนะครับ” ถ้าผู้หญิงคนนั้นยอมแต่งง่ายๆ แปลว่ามามี้ต้องจ้างมาแน่นอน
“ไม่จ้างเขาจะยอมแต่งด้วยเหรอ”
“แล้วเขายอมแต่งเหรอครับ” เขารอฟังคำตอบ
“ยังไม่ได้คำตอบ” จีน่าส่ายหน้าเอื่อยๆ
“ผมว่า...”
“น้องน่ารักมากเลยนะ วันข้างหน้าถ้าอยู่ด้วยกันลูกต้องตกหลุมรักแน่เลย” คนเป็นแม่ยิ้มหวานยามที่นึกถึงใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น
“มีแต่จะตกนรกมากกว่า” เขาสวนกลับทันทีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้า นอกจากคนที่หวังเพียงแค่เงินทอง
“ไม่รู้แหละลูกบอกแล้วว่าจะแต่งมามี้ไปหาฤทธิ์รอเลย”
“เจ้าตัวเขายังไม่ให้คำตอบมามี้จะรีบไปไหน”
“ยังไงก็ต้องแต่งเท่านั้น เพื่อไม่ให้เห็นแก่ตัวมามี้ให้เวลาลูกศึกษาดูใจกันสัก 3 เดือนแล้วกัน ไปกันไม่รอดค่อยหย่า”
เฟิ่งหวงกะพริบตาแรงๆ ก่อนถามด้วยความไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“หย่า? มามี้จะให้ผมจดทะเบียนสมรสด้วยเหรอครับ”
“ใช่ไงวันไหนลูกมีชู้จะได้ฟ้องกันได้” จีน่าหันมามองตาลูกชายเต็มสองตาแล้วตอบชัดถ้อยชัดคำ
ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อเหมือนโดนฟ้าผ่า ปากคาบคำบ่นไว้เต็มปอดแต่ไม่กล้าพูดออกมา ขมับเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิด
“ไม่ต้องขอบใจมามี้ขนาดนั้น”
“ผมยังใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลยนะครับ” ซินแสบ้าก็มาทักแบบนั้นอีก
“32 แล้วคนอื่นเขามีครอบครัวกันหมด ไม่แต่งก็ปล่อยให้กาสิโนมันเจ๊งไป ลูกไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้เป็นยังไง”
เรื่องนี้ได้ผลทันทีสีหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงนี้ไม่ว่าเขาจะขยับตัวทำสิ่งใดก็มีแต่เรื่องชวนปวดหัวไปหมด แต่ที่ยอมเงียบเพราะรู้ตัวดีว่าตนเองก็ปฏิเสธเรื่องดวงชะตาพวกนี้ไม่ค่อยได้เหมือนกัน
“อีกสักสองสามวัน มามี้จะนัดให้มาเจอกันนะลูก”
“ก็ได้ครับ แต่สามเดือนนะถ้าไปกันไม่รอด มามี้ต้องสัญญาว่าจะไม่เข้ามายุ่งเด็ดขาด” เฟิ่งหวงพ่นลมหายใจยาวก่อนตอบเสียงนิ่ง
“โอเคจ้ะ” จีน่าตอบอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แตะแต้มบนริมฝีปาก รับรองเลยลูกชายเธอไม่มีวันคิดเรื่องหย่าแน่
เพราะในใจของจีน่าเชื่อสนิทว่าพรพระจันทร์คือเนื้อคู่ที่ฟ้าส่งมาให้เขาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“ลูกจะดูรูปน้องไหมมามี้แอบถ่ายมา”
“แอบถ่ายรูปคนอื่นโดยเจ้าตัวเขาไม่รู้ระวังจะโดนฟ้อง” เขาพูดแบบไม่จริงจังเท่าไรนัก
“ไม่ดูก็ตามใจ” คนเป็นแม่รีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าทันที
“ผมขอตัวก่อน”
“เรื่องผู้หญิงก็เบาๆ ลงบ้างนะแต่งงานไปลูกจะควงผู้หญิงคนอื่นไม่ได้” เรื่องนี้จีน่าพูดจนปากเปียกปากแฉะมาหลายปี แต่ดูเหมือนลูกชายจะไม่เคยใส่ใจสักครั้ง
“แต่งไว้เอาขึ้นหิ้งแตะเนื้อต้องตัวไม่ได้ มามี้อย่าบังคับผมเกินไปเลยครับ” เขาเหลือบตามองแม่อย่างคนเบื่อโลก
“ร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อไรมามี้ไม่ช่วยหรอก”
“ไม่มีวันนั้นแน่ครับ” เขาหัวเราะในลำคอ ประหนึ่งเรื่องนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นกับเขา
“เจอน้องเขาห้ามตกหลุมรักคนนี้มามี้หวง” จีน่าหยิบกระเป๋าก่อนจะลุกขึ้น ก่อนจะหันมามองลูกชายอีกครั้ง
“บอกผู้หญิงของลูกด้วยว่ากำลังจะแต่งงาน”
ชายหนุ่มยักไหล่ทำทีไม่สนใจคำพูดของมารดา แต่ทันทีที่คิดถึงผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นภาพแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวกลับเป็นใบหน้าของพนักงานสาวที่เขาเพิ่งสั่งให้ไล่ออก
