ตอนที่4[ลูกจัน] เมียเด็กของหมอเพลย์บอย
“เธอกลับไปก่อน”
“เพิ่งจะสองน้ำเองนะคะ คุณปราณพอแล้วเหรอ” สาวสวยออดอ้อนเสียงหวาน
“อืม!” เขาครางรับสั้น ๆ ก่อนจะยื่นธนบัตรให้
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าคุณปราณอยากผ่อนคลายเมื่อไหร่ ติดต่อ ‘พราว’ โดยตรงก็ได้นะคะ ไม่ต้องผ่านผู้จัดการ” ‘พราวตา’ ว่า ก่อนจะหันหลังไปที่ประตู ปราณหยิบผ้าขนหนูมาพันรอบเอวลวก ๆ ก่อนจะก้าวเท้าไปหาเพื่อนหนุ่มที่ทำสีหน้าราวแบกโลกไว้ทั้งใบ
“ไอ้หมอ มึงเป็นเชี่ยไรอีก กูอุตส่าห์ให้ลูกน้องเรียกน้องแซนดี้มาให้ แต่มึงดัน ‘ถีบ’ ลงข้างทางซะงั้น”
“กูหมดอารมณ์” หมอหนุ่มตอบเสียงห้วน
“น้องอมไม่ถูกใจ” ปราณเลิกคิ้วถาม
“เพราะเสียงมึงนั่นแหละ แทรกเข้าไปในโทรศัพท์…เด็กนั่นเลยกระแทกโทรศัพท์ จนหูกูแทบดับอยู่เนี่ย!” หมอหนุ่มกระแทกเสียงใส่
“เอ่อ ก็กูกำลัง ‘อร่อย’ นี่หว่า…ขอโทษที แล้วแซนดี้ปลุกไม่ขึ้น” เมื่อเห็นสายตาเพื่อนตวัดมองแรง ปราณได้แต่กลั้นขำจนแก้มแทบแตก
“สัส!” หมอหนุ่มสบถ ก่อนยกแก้ววิสกี้ กระดกดื่มรวดเร็วหมดแก้ว
“ไม่น่าเชื่อ ว่า ‘ลูกจัน’ จะทำให้คุณหมอเพลย์บอยหมดอารมณ์เสียได้” ปราณพูดขำ ๆ
“ขำพ่อง!” เสียงเข้มสวนทันควัน
“เอ่อ ไม่ขำก็ได้วะ! แม่ง! อารมณ์ขึ้นลง เหมือนผู้หญิงเมนส์จะหมด” ปราณสวนเสียงเข้ม รู้สึกไอ้หมอหงุดหงิดจนเกินเบอร์ เขาจึงเดินเลี่ยงเข้าไปอาบน้ำ ปล่อยให้เพื่อนชายนั่งดื่มลำพังเงียบ ๆ เผื่ออารมณ์มันจะดีขึ้น
อีกด้าน ณ บ้านสวนคุณย่าประไพ
บ้านเรือนไทยโอ่อ่าที่ทำจากไม้เนื้อดีทั้งหลัง พื้นปูด้วยไม้สักและไม้มะค่าที่ให้ความแข็งแรง และลายสวยงามสีแดงเข้ม ตั้งโดดเด่นอยู่กลางสวนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ หลังบ้านใหญ่มีบ้านพักคนงานสองหลังที่อยู่ด้วยกันมานาน ทำหน้าที่ดูแลบ้านและอาหารในครัว ถันไปจะเป็นสวนส้ม ทุเรียน มังคุด ด้วยเนื้อที่100 กว่าไร่ ท้ายสวนมีบ้านพักคนงานหลายครอบครัว อาศัยอยู่และทำงานที่นี่มานานหลายสิบปี จนกระทั่งมีลูกหลานเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว
เช่นครอบครัวของนาย ‘เจิด’ คนงานที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วัยหนุ่มและได้ชอบพอกับลูกสาวคนงานด้วยกัน จนกระทั่งแต่งงานกัน และสร้างครอบครัวที่อบอุ่น จนทั้งคู่ได้ให้กำเนิดลูกสาวชื่อ ‘ลูกจัน’
ลูกจันลืมตาดูโลกมาได้ไม่ถึง 5ขวบ แม่ผู้ให้กำเนิดก็มาจากไปด้วยโรคร้ายที่คอยรุมเร้า ลูกจันอาศัยอยู่กับพ่อตามลำพัง นายเจิดทำงานสวนเลี้ยงดูลูกสาวมาด้วยความรักและทะนุถนอม ลูกจันเป็นเด็กฉลาด มีหน้าตาที่สวยโดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก ผิวขาวอมชมพูต่างจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด จนคุณย่าประไพหลงรักและเอ็นดู… กระทั่งเย็นวันหนึ่งหลังเลิกงาน นายเจิดได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ขากลับขณะขี่รถอยู่บนถนนใหญ่ ได้มีรถกระบะคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง เกิดพลาดเสียหลักพุ่งชนร่างนายเจิดอย่างจัง จนทำให้นายเจิดเสียชีวิตคาที่ ตอนนั้นลูกจันเพิ่งจะอายุเพียง 8ขวบ ต้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่ไปพร้อม ๆ กัน
จากนั้นคุณย่าประไพจึงรับลูกจันมาเลี้ยงดู ให้ที่อยู่ที่กินและส่งเสียให้เรียนหนังสือ ในขณะที่ท่านก็ได้เลี้ยงหลานชายชื่อ… ‘ธีรภัทร’ หรือคุณหมอธีร์ในปัจจุบัน
“ลูกจัน ได้โทรหาพี่หมอธีร์ให้ย่าหรือยัง” หลังจากรับอาหารมื้อค่ำจบลง คุณย่าได้เดินออกไปเดินเล่นในสวนหย่อมข้างบ้าน รอให้อาหารย่อย หันมาเอ่ยถามเด็กสาวในปกครอง
“ลูกจันโทรแล้วจ๊ะ แต่…” เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมาตอบหญิงสูงสัย
“แต่อะไร นี่แสดงว่ายังไม่ได้บอกพี่หมอใช่ไหม ว่าย่าสั่งให้พี่หมอกลับบ้านสวนในวันพรุ่งนี้” คุณย่าประไพถามเสียงเนิบ ในแบบผู้ใหญ่ใจดี
“เออ ลูกจันโทรแล้ว แต่… คุณหมอไม่ว่าง น่าจะกำลังติด ‘สาว’ เอ้ยติดคนไข้นะจ๊ะ” ลูกจันยิ้มเจื่อน ๆ
“งั้นไปโทรใหม่ ป่านนี้คนไข้น่าจะเบาบางแล้ว” ท่านไล่ลูกจันให้ไปโทรอีกรอบ
“จ๊ะ เดี๋ยวลูกจันจะไปโทรเดี๋ยวนี้ คุณท่านจะเข้าบ้านด้วยกันเลยไหมจ๊ะ”
“จะเข้าพร้อมลูกจันนั่นแหละ ย่าอยากคุยธุระกับพี่หมอ”
ขณะที่หมอหนุ่มนั่งดื่มอยู่เงียบ ๆ จู่ ๆ เสียงมือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์บ้านสวน เขาจึงเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะกดรับสาย
“ลูกจัน เมื่อกี้ทำไมต้องกระแทกโทรศัพท์ด้วย” เสียงเข้มกรอกไปตามสาย อย่างหงุดหงิด
[อะไรกันตาหมอ…ทำไมต้องดุน้องขนาดนั้นด้วย] เสียงนุ่มเนิบของคุณย่า ทำหมอหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง
“คุณย่าเหรอครับ เออ คุณย่ามีธุระอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าครับ…ถึงได้โทรมาตอนนี้” คุณหมอธีรภัทรดัดเสียงไม่ให้ปลายสายรู้ ว่าลิ้นเขากำลังพันกันด้วยความมึนเมา อย่างยากลำบาก
[ตาหมอกำลังดื่มเหล้าอยู่ใช่ไหม]
“คุณย่าครับ ผมแค่จิบนิดหน่อยเองครับ ยังไม่ทันเมา คุณย่ามีธุระอะไรก็พูดมาเถอะครับ ผมกำลังฟังอยู่” หมอหนุ่มเอ่ยเสียงออดอ้อนคุณย่ามาตามสาย
[พรุ่งนี้ย่าอยากให้หมอกลับบ้านสวน ย่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย เข้ามาให้ได้นะ ย่าจะได้ให้ป้านอมเตรียมของโปรดรอ]
“ครับคุณย่า พรุ่งนี้สาย ๆ นะครับ ผมจะเข้าไป ผมรักและคิดถึงคุณย่านะครับ…จุ๊บ ๆ” หมอหนุ่มส่งจูบรัว ๆ ผ่านมือถือ ทำคนแก่ปลายสายยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
[ปากหวานจริงหลานคนนี้]
“ผมไม่ได้ปากหวานนะครับคุณย่า…ผมรักและคิดถึงคุณย่ามากจริง ๆ ครับ”
[ปากบอกคิดถึง แต่ปล่อยให้คนแก่นั่งมองทางอยู่ทุกวัน…นี่ถ้าไม่มีลูกจัน ย่าคงเหงาตายไปนานแล้วมั้ง]
“คุณย่า… คุณย่าอย่างอนสิครับ ผมต้องเฝ้าคลินิกนะครับ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ” คุณหมอหนุ่มรีบตัดบท กลัวคุณย่าจะบ่นต่ออีก
