2 เจอกันอีกครั้ง
ผ่านมาเกือบสิบชั่วโมงรถทัวร์ก็จอดนิ่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุราษฎร์ธานี อันดารีบลงจากรถก่อนจะเรียกต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ตรงไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดทันที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล อันดาวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปด้านในอย่างไม่คิดชีวิต ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาป้ายห้องผู้ป่วยวิกฤตตามที่ป้าสุดาส่งข้อความมาบอกล่าสุด
แต่คนที่เธอได้เจอคนแรกไม่ใช่ป้าสุดาหากแต่เป็นชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางยีนดูทะมัดทะแมงยืนกอดอกคุยกับคุณหมอท่านหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครีด พอเธอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าชายคนนั้นคือ ‘นายหัวนที’ เจ้านายของมารดา
หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ทั้งสองคุยกันนั้นเกี่ยวกับมารดาของเธอหรือเปล่า
“อันดาใช่ไหม” นายหัวนทีหันมาถามเพราะไม่แน่ใจเท่าไหร่ ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอก็ตอนที่หญิงสาวกำลังจะเข้าไปเรียนที่กรุงเทพซึ่งมาก็ผ่านมาสีปีกว่าแล้ว ในตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง แต่วันนี้เธอดูโตขึ้น สวยขึ้นแต่ใบหน้าสวยนั้นกลับซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำและดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีค่ะนายหัว” หญิงสาวจำชายหนุ่มได้ดีเพราะมารดามักพูดถึงเขาให้เธอฟังอยู่ตลอด อีกทั้งหน้าตาของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย
“อือ เพิ่งมาถึงใช่ไหม”
“ค่ะนายหัว แม่หนูเป็นยังไงบ้างคะ” อันดาคว้าท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้โดยลืมตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางไหลพรากลงมาอีกครั้ง
นทีไม่ได้ขยับหนี เขาลดมือลงข้างหนึ่งแล้วกุมมือสั่นเทาของเธอเอาไว้เบาๆ สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่อบอุ่นและสากระคายตามประสาคนทำงานหนัก ทำให้อันดารู้สึกเหมือนได้ยึดเหนี่ยวที่พึ่งสุดท้ายเอาไว้
“เดี๋ยวฟังที่หมอบอกดีกว่านะ”
“สวัสดีค่ะคุณหมอหนูชื่ออันดาเป็นลูกสาวแม่ประไพค่ะ แม่หนูอาการเป็นยังไงบ้างคะ”
“คนไข้มีอาการหัวใจวาย พอมาถึงโรงพยาบาลทางเราก็ปั๊มหัวใจจนเธอกลับมามีชีพจรอีกครั้ง ตอนนี้อาการทรงตัว แต่ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดและห้ามเยี่ยมชั่วคราว” คุณหมอเจ้าของไข้อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
“หมอคะ แม่จะหายเป็นปกติไหมคะ”
“ตอนนี้หมอยังให้คำตอบไม่ได้ คงต้องรอดูอาการวันต่อวัน ก่อนหน้านี้คนไข้ได้รักษาหรือทานยาที่โรงพยาบาลไหนมาก่อนหรือเปล่า”
“หนูไม่รู้เลยค่ะ หนูไม่ได้อยู่กับแม่ แต่ตอนโทรมาแม่ก็บอกว่าสบายดี หนูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการป่วยของแม่เลย” อันดาตอบคุณหมอด้วยเสียวสั่น เธอรู้สึกผิดมากที่ไม่ได้ใส่ใจมารดาให้มากกว่านี้
“ที่หมอถามไม่ใช่จะให้หนูรู้สึกผิดหรอกนะ หมอแค่อยากรู้เพื่อจะวางแผนรักษาต่อไป บางทีคนไข้เป็นคนแข็งแรงก็เลยไม่แสดงอาการของโรค แต่พอช่วงที่ทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อยอาการก็เลยแสดงออกมา”
“หมอคะ แล้วอีกนานไหมกว่าแม่จะฟื้น” อันดาร้อนใจและอยากให้ท่านฟื้นไวๆ
“ตอนนี้คนไข้รู้สึกตัวแล้ว หมอขอดูอาการอีกสักครึ่งวันนะ ตอนเย็นก็คงจะให้เข้าเยี่ยม หมอขอตัวก่อนนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
คุณหมอเดินไปแล้วแต่อันดายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตามองไปยังร่างของมารดาที่อยู่ในห้อง ICU ที่เป็นกระจก เธอเห็นสายระโยงระยางอยู่รอบตัวมารดา นอกจากนั้นท่านยังมีท่อสีฟ้าสอดอยู่ในปากอีกด้วย อันดารู้สึกสงสารมารดาจับใจอยากจะเข้าไปกอด ไปสอบถามว่าท่านเจ็บมากไหมแต่ก็ทำได้แค่เพียงยืนมองเท่านั้น
อันดารู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะอีกหลายชั่วโมงหมอจึงจะให้เข้าเยี่ยมมารดาได้
นทียืนมองหญิงสาวอยู่เงียบๆ ทั้งที่จริงอยากเข้าไปปลอบโยนแต่ด้วยสถานะของเขาเป็นเพียงเจ้านายของมารดาของเธอเท่านั้น
“กลับบ้านก่อนไหมอันดา ไปนอนพักก่อนตอนเย็นค่อยมาใหม่” นายหัวแตะที่แขนของหญิงสาวเบาๆ
“นายหัวคะ หนูอยากอยู่กับแม่ที่นี่”
“แม่เธออยู่ในมือหมอแล้วฉันว่าเธอกลับไปนอนพักก่อนดีไหม จะได้สดชื่นตอนที่มาเจอแม่” เขาเห็นสภาพของหญิงสาวแล้วก็เดาได้ว่าตอนที่นั่งรถมาเธอคงร้องไห้มาตลอดทาง
อันดาไม่อยากกลับไปที่บ้านเลย แต่ตอนนี้เธอก็รู้สึกเหนื่อยและอยากจะนอนพัก แต่หญิงสาวคิดว่านายหัวนทีพูดถูกถ้าหากเธอมาเยี่ยมมารดาในสภาพอิดโรยท่านคงไม่สบายใจ
“นายหัวคะ หนูต้องไปติดต่อเรื่องค่ารักษาแม่ตรงไหนนะคะ” หญิงสาวอยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะกลับไปพัก
“เรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเองเพราะน้าไพเป็นคนงานของฉัน ฉันไม่ทิ้งแกหรอก”
นายหัวนทีเป็นนายหัวที่คนภายนอกมองว่าดุและเข้มงวดกวดขันกับคนงานในสวนยางพารามากเพียงใด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขากลับดูแลเอาใจใส่คนงานของเขาทุกคนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนงานเก่าแก่ที่ทำงานซื่อสัตย์กับเขามานานสิบกว่าปีอย่างน้าประไพ มารดาของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้
อันดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความเกรงใจ เขาเป็นเจ้านายที่ดีของมารดา ที่มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอกับมารดาเสมอ จึงไม่แปลกใจเลยที่นายหัวนทีคือคนที่มารดาให้ความเคารพรักและจงรักภักดีมาตลอดชีวิต
“ขอบคุณค่ะนายหัว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ตอนนี้หนูทำงานมีเงินเดือนแล้วเดี๋ยวหนูจะทยอยใช้คืนนายหัวนะคะ”
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้นเลย เช้านี้เธอคงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องใช่ไหม” นทีตัดบท
“หนูกินไม่ลงหรอกค่ะ”
“กินไม่มาลงก็ต้องกินจะได้มีแรงดูแลแม่ ฉันให้ไอ้แหลมไปซื้อของกินมาให้แล้ว” นทีดุเสียงเรียบแต่สายตาอบอุ่น
แม้คำพูดจะฟังดูดุและตรงไปตรงมา แต่อันดากลับรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างในยามที่กำลังอ่อนแอ