11 เสียงโทรศัพท์กลางดึก
เสียงโทรศัพท์ของนายหัวนทีดังขึ้นในเวลาตีสาม ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย เขาคิดในใจว่าถ้าคนที่โทรมาไม่มีธุระสำคัญเขาจะต้องเอาเรื่องแน่ๆ ที่บังอาจมารบกวนเวลาพักผ่อน
“สวัสดีครับ” นทีรับสายด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายและเย็นชา
“นั่นใช้เบอร์โทรญาติคุณประไพไหมคะ” เสียงปลายสายถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ครับผมเอง มีอะไรหรือเปล่าครับ” นทีเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อปลายสายถามมาแบบนั้น
“ฉันโทรจากโรงพยาบาลนะคะ”
“โรงพยาบาลเหรอ” เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งความง่วงหายไปจนหมด
“ใช่ค่ะ ฉันจะโทรมาแจ้งอาการคุณประไพค่ะ ตอนนี้อาการของคุณประไพทรุดลงค่ะ เมื่อสักครู่คุณหมอได้ทำการปั๊มหัวใจและใส่ท่อช่วยหายใจแล้วแต่ท่าทางคนไข้ไม่ดีเลยคุณจะสะดวกมาที่โรงพยาบาลไหมคะ คุณหมอเกรงว่าถ้ารอให้ถึงเช้ามันอาจจะช้าเกินไปเพราะมีบางอย่างที่ญาติต้องตัดสินใจค่ะ”
“สะดวกครับเดี๋ยวผมจะรีบไป”
เมื่อกดวางสายจากพยาบาลแล้วนทีก็เลื่อนหารายชื่อของอันดาจากนั้นก็รีบกดโทรออก เขารอสายอยู่พักใหญ่ปลายสายก็กดรับด้วยความงัวเงีย
“สวัสดีค่ะนายหัวมีอะไรหรือเปล่า” อันดาถามด้วยเสียงร้อนรนเพราะนายหัวนทีไม่น่าจะโทรหาเธอในเวลาดึก
“อันดารีบเปลี่ยนชุดเลยนะ เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอที่บ้าน”
“เราจะไปไหนคะ ไปโรงพยาบาลใช่ไหม แม่หนูเป็นอะไรใช่ไหม” หญิงสาวถามเพราะมันเป็นสาเหตุเดียวที่เธอพอจะนึกออกว่าทำไมเขาถึงโทรหาเธอเวลานี้
“อือ เมื่อกี้พยาบาลโทรมาบอก เธอรีบแต่งตัวเลยนะ เดี๋ยวฉันขับรถไปรับที่บ้าน” เขาบอกอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเสียเวลา
“ค่ะนายหัว”
เมื่อหญิงสาวกดวางสายไปแล้วนายหัวนาทีก็รีบเข้าห้องน้ำล้างหน้าเปลี่ยนชุดก่อนจะขับรถมายังบ้านของอันดาซึ่งอยู่ไม่ไกล
พอนายหัวนทีมาถึงหญิงสาวก็ยืนรอเขาอยู่หน้าบ้านแล้วเธอรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งคู่กับเขาอย่างรวดเร็ว
“นายหัวค่ะ หมอบอกว่ายังไงบ้าง”
“เมื่อกี้พยาบาลโทรมาบอกว่าแม่เธออาการทรุดตอนนี้หมอเลยให้กลับมาใส่ท่อช่วยหายใจ” เขาตอบตามที่ได้ฟังมาจากพยาบาล
“นายหัวคะแม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ทางนั้นบอกให้เรารีบไปเผื่อมีอะไรที่เราจะต้องตัดสินใจ”
“หนูใจคอไม่ดีเลยค่ะ หนูกลัว” หญิงสาวหน้าซีดตัวสั่น
นายหัวนทีหันมามองแล้วเอื้อมมือมาจับมือของที่เย็นเฉียบของหญิงสาวไว้ส่วนมือหนึ่งก็ประคองพวงมาลัยรถยนต์แล้วเหยียบด้วยความเร็วกว่าทุกครั้ง
กลางดึกแบบนี้รถบนถนนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เพียงแค่ สิบนาทีนิดๆ นายหัวนทีก็พาหญิงสาวมายังโรงพยาบาลประจำจังหวัด
“เธอขึ้นไปก่อนเลยฉันจอดรถแล้วจะรีบตามไป”
นายหัวนทีจอดรถบริเวณหน้าตึกให้หญิงสาวลงก่อนที่ตัวเองจะไปหาที่จอดรถ
อันดาวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมายังตึกผู้ป่วยซึ่งตอนนี้มันเงียบสงัดหญิงสาวรีบตรงไปเคาน์เตอร์พยาบาลทันที
“พยาบาลค่ะแม่เป็นยังไงบ้าง” อันดาพยาบาลเสียงสั่น ความกลัวและความกังวลทำให้หญิงสาวตัวสั่น
“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนคนไข้มีอาการหอบเหนื่อยและหยุดหายใจไปครั้งหนึ่ง หมอปั๊มหัวใจและใส่ท่อช่วยหายใจไปแล้วค่ะ”
“ทำไมจู่ ๆหมายถึงอาการทรุดได้คะเมื่อตอนเย็นหนูยังคุยกับแม่อยู่เลย” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้ทางคุณหมอก็แปลกใจเหมือนกัน ตอนนี้หมอเวรกำลังดูอาการแม่ของหนูอยู่นะ”
“แล้วคุณหมอคนที่รักษาแม่หนูล่ะคะทำไมเขาถึงไม่มา” เธอถามเพราะไม่เข้าใจถึงขั้นตอนการทำงาน
“ช่วงกลางคืนแบบนี้จะมีหมอเวรประจำโรงพยาบาลคอยตรวจค่ะ ส่วนหมอที่ดูแลแม่ของหนูทางโรงพยาบาลก็โทรประสานงานให้แล้วคุณหมอก็ออกคำสั่งให้แพทย์เวรอีกทีค่ะ พรุ่งนี้เช้าท่านถึงจะเข้ามา” พยาบาลอธิบายอย่างใจเย็น เธอเข้าใจถึงความกังวลของญาติผู้ป่วย แต่ทุกอย่างก็ต้องทำตามขั้นตอนการรักษา เพราะหมอที่เป็นหมอเฉพาะทางจะไม่ตรวจคนไข้ตลอด 24 ชั่วโมงแต่จะให้หมอเวรคอยตรวจและโทรปรึกษาทางโทรศัพท์
“แม่หนูจะไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ยหญิงสาวมองไปยังเตียงของมารดาซึ่งตอนนี้มีผ้าม่านปิดอยู่
“ทางเราจะพยายามช่วยให้เต็มที่นะคะ หนูนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ”
“หนูอยากเข้าไปดูแม่ข้างในได้มั๊ยคะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการอย่างใกล้ชิดถ้าหนูเข้าไปมันจะเป็นการเกะกะนะ” คุณพยาบาลบอกอย่างใจเย็น
หญิงสาวถอยออกมาจากเคาน์เตอร์และยืนเกาะกระจกแม้จะไม่เห็นด้านในแต่เธอก็พยายามส่งกำลังใจให้มารดาอย่างเต็มที่
“อันดาหมอว่ายังไงบ้าง” นายหัวนทีเดินเข้ามาถามเห็นท่าทางของเธอแล้วเขาก็ใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ก็อย่างที่นายหัวบอกหนูเลยค่ะ ว่าแม่เหนื่อยและหยุดหายใจไปครั้งหนึ่งค่ะ หมอใส่เครื่องช่วยหายใจเหมือนเดิมแล้วหมอค่ะ นายหัวคะทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ล่ะเมื่อตอนเย็นเรายังคุยกับแม่อยู่เลย ตอนนายหัวคุยกับแม่แม่ก็ปกติดีใช่มั้ยคะ”
“ตอนที่ฉันคุยกับน้าไพเธอบอกว่าเหนื่อย”
“แม่ไม่เคยบอกหนูเลย”
“ก็เพราะแม่กลัวว่าเธอจะไม่สบายใจยังไงล่ะ แม่เธอเป็นคนเข้มแข็งนะเธอเองก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกัน
ขณะที่หญิงสาวเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่หน้าห้องไอซียู นายหัวนทีก็เดินไปกดน้ำจากตู้เครื่องดื่มมาส่งให้
“กินน้ำหน่อยนะอันดาจะได้ใจเย็นขึ้น” เขาเปิดขวดก็ส่งให้
หญิงสาวรับมาจิบเพื่อไม่ให้เขาเสียความตั้งใจ จากนั้นก็ปิดขวดแล้ววางไว้บนเก้าอี้ ขณะที่ตัวเองก็ลุกเดินไปมองเตียงของมารดาที่ถูกปิดผ้าม่านไว้
อันดาหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นทั้งหมอและพยาบาลวิ่งเข้าไปยังเตียงของมารดา หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังผ้าม่าน เธออยากจะเปิดประตูเข้าไปแต่ก็กลัวจะเป็นการรบกวนสมาธิของจนเกิดผลร้ายกับมารดาของเธอ