Ep:3 คนใจร้าย
“ขอแค่ให้หนูเจอหน้าน้องบ้างได้มั้ย แค่ได้มองอยู่ไกล ๆ ก็ได้ หนูจะไม่เข้าใกล้น้องเลย ขอแค่มองอยู่ไกล ๆ ก็พอ” เด็กสาวลุกขึ้นยกมือไหว้ชายหนุ่มที่มองเธอด้วยความรำคาญ
“ฮึ...ไม่มีวันอย่างฝันอะไรเกินตัว!” สิ้นคำพูดร่างหนาก็ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำทันที
“อึก!”
“คนใจร้าย!!” แนนนี่ได้แต่มองตามเจ้าของคำพูดคนที่ทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจ
“อึก! อึก” เธอได้แต่ก้มหน้ากอดเข่า เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอหน้าเด็กน้อยหัวใจเธอก็เจ็บเจียนจะขาดใจตาย...
หลายวันผ่านไป
โรงเรียนเอกชนชื่อดัง
“แนนนี่”
“แนนนี่!”
“ว่าไงเบบี๋” ฉันหันไปยิ้มให้เบบี๋ที่เดินยิ้มแป้นมาแต่ไกล
“วันนี้เราไปช้อบปปิ้งกันมั้ยเบบี๋ของแด๊ดดี้แล้ว” เบบี๋เป็นคนน่ารักนิสัยดีแล้วอีกอย่างผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็รู้จักกันมานาน
“ไปช้อปปิ้งเหรอ” ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่ได้เจอคุณเขาอีกเลยและเขายังสั่งห้ามไม่ให้ฉันไปเจอน้องพาร์ทอีก
“นะ ไปด้วยกัน” เบบี๋ก็แบบนี้ตลอดชอบอ้อนชอบเอาหน้ามาถูแขนแล้วใครล่ะจะใจแข็งได้
“อื่อ..” ฉันยิ้มให้เบบี้
“เย้ๆๆๆๆ นึกว่าแนนนี่จะไม่ไปกับเบบี๋ซะอีก”
“ช่วงนี้แด๊ดดี้ก็เอาแต่ทำงาน ปะป๋าก็เอาแต่ทำงาน พี่เปอร์ก็ไม่รู้ไปไหน เบบี๋เหง๊าเหงา”
แก้มป่อง ๆ ดวงตากลมโตใสซื่อ รอยยิ้มหวานๆ เสียงหัวเราะที่สดใสของเบบี๋มันทำให้ฉันยิ้มได้
จะว่าไปเบบี๋ก็เหมือนเป็นน้องสาวมากกว่าเป็นเพื่อนมากกว่า
“งั้นเราเข้าห้องกันดีกว่า สอบอีกไม่กี่วิชาก็จะเสร็จแล้ว” ฉันพูดกับเบบี๋ที่กำลังยิ้มให้โทรศัพท์
“แนนนี่ดูนี่สิ”
“เบบี๋ว่าน้องพาร์ทเหมือนกับแนนนี่เลย ยิ่งเวลานอนนิ่งๆ ยิ่งเหมื๊อนเหมือน” เธอยื่นโทรศัพท์ให้ฉันดู
ใช่! เหมือนมาก นึกว่าเป็นคนคนเดียวกัน ฉันได้แค่มองภาพแล้วยิ้ม มันเป็นภาพที่น้องพาร์ทนอนหลับอยู่บนตัวคุณเขา
“เราไปกันเถอะ!” ฉันพูดตัดบทไม่อยากจะนึกถึงเรื่องนี้เพราะต้องสอบอีกหลายวิชา
“ปะ!”
ฉันกับเบบี๋เดินคล้องแขนกันไปเข้าห้อง เบบี๋ไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากฉัน ส่วนฉันก็มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งแต่อยู่คนละโรงเรียน
นาน ๆ เราจะนัดเจอกันเพราะเธอต้องช่วยพ่อแม่ทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่
ระหว่างที่รอข้อสอบฉันก็เอาหนังสือมาอ่านทบทวน แต่เชื่อเถอะมันไม่เข้าหัวสักนิด ในหัวมันคิดแต่เรื่องจะทำยังไงฉันถึงจะได้เจอน้องพาร์ท
ถ้าจะพาหนีไปอยู่ที่อื่น เฮ้อ ขนาดตัวเองยังเอาตัวเองจะไม่รอดแล้วจะเลี้ยงดูน้องพาร์ทได้ยังไง
อีกอย่างน้องพาร์ท อยู่กับคุณเขา ก็สุขสบายมีทุกอย่างพร้อมไม่ต้องดิ้นรนอะไร แล้วดูฉันสิ มีอะไรเรียนยังไม่จบ ม. ปลายด้วยซ้ำ
“เฮ้อ!” คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
ฉันฝันอยากเรียนรัฐศาสตร์ถ้าฉันเรียนจบมีงานทำฉันก็สามารถดูแลน้องพาร์ทได้สบาย
ฉันเลือกเรียนสาขาการระหว่างประเทศ มันเป็นสาขาที่มุ่งทำความเข้าใจกับระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ
มีความสำคัญทั้งต่อภาครัฐบาลและภาคเอกชน เพราะแต่ละประเทศไม่ได้อยู่กันอย่างโดดเดี่ยว ความกินดีอยู่ดีของประชาชนในแต่ละประเทศ ความสำเร็จในธุรกิจการค้าอาศัยความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ระหว่างประเทศ
เศรษฐกิจระหว่างประเทศ นโยบายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศการค้าระหว่างประเทศ ฉันอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและชีวิตของทุกคนให้กินดีอยู่ดี ถ้าฉันทำได้น้อง ๆ ก็จะไม่ต้องลำบาก
แต่จะประกอบอาชีพอะไรยังไม่ได้คิดเลย อาชีพที่คนจบรัฐศาสตร์ส่วนใหญ่ทำกัน ก็พวก ปลัดอำเภอ, นายอำเภอ, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ปลัดกระทรวง, เจ้าหน้าที่ด้านการปกครองอื่น ๆ , ข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ , ข้าราชการในองค์กรอิสระต่าง ๆ นักการเมืองระดับประเทศ, นักการเมืองระดับท้องถิ่น, นักวิชาการ, อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักการทูตในระดับต่าง ๆ , พนักงานในองค์กรระหว่างประเทศ, เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป, เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน, เจ้าหน้าที่ประสานงาน, เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล, เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล, นักวิเคราะห์โครงการ, นักวิเคราะห์การลงทุน, นักวิเคราะห์ระบบงาน, นักบริหารองค์การระดับสูง, พนักงานธนาคาร, นักเขียน, นักหนังสือพิมพ์, ผู้ประกาศข่าว ฯลฯ
นี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ ยังมีอีกหลากหลายอาชีพที่คนจบรัฐศาสตร์เขาทำกัน ที่สายงานมันเยอะขนาดนี้ก็เพราะว่า รัฐศาสตร์ไม่ใช่สาขาวิชาที่เป็นวิชาชีพเฉพาะ แต่เป็นสาขาวิชาที่บูรณาการศาสตร์หลายแขนงเข้าด้วยกัน ทำให้ทักษะของคนจบรัฐศาสตร์นั้นสามารถทำงานได้มากมาย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน หรืองานอิสระ
แต่ฉันคิดๆ ไว้ฉันอยากเป็นนักการทูต แต่มันก็ยังเป็นได้แค่ความฝัน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เรียนต่อมั้ยแต่ยังไงก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนเพื่ออนาคตของตัวฉันเอง! เพื่อน้องพาร์ทสักวันเราต้องได้อยู่ด้วยกัน!
ตอนเย็น…
“เป็นไงบ้าง” ฉันพูดกับเบบี๋ที่ตอนนี้ดูงอแงเอามาก ๆ
“เบบี๋กลัวสอบตก!” เบบี๋เอาแต่นั่งก้มหน้า
“เบบี๋ของแนนนี่เก่งจะตาย ไม่เอายังไงเราก็ต้องจบพร้อมกัน”
“ไม่งอแงนะเดี๋ยววันนี้แนนนี่เลี้ยงไอติม!” ฉันเดินเข้าไปกอดคอเบบี๋
“ไอติม! ว้าวเบบี๋อยากกิน ขอ 2อันนะ” พอพูดถึงไอติมเบบี๋ก็ถึงกับตาเป็นประกาย เด็กคนนี้เคยมีอะไรทำให้อารมณ์ไม่ดีบ้างมั้ยเนี่ยเห็นยิ้มได้ตลอด ถ้าโลกของฉันสวยงามเหมือนกับโลกของเบบี๋ก็คงจะดีไม่น้อย ไม่มีอะไรให้ต้องคิดเหมือนกับทุกวันนี้
“งั้นเราไปกันเถอะ!” แต่เราไม่ได้ไปกันสองคนหรอกมีเพื่อนๆ ในห้องไปด้วยสองสามคนจะได้ไม่เหงา
“โอเค!”
เบบี๋ชูนิ้วโอเคพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะสดใส ทุกคนรักและเอ็นดูเบบี๋เพราะเธอไม่มีพิษมีภัยกลับใคร เห็นอะไรก็พูดไปแบบนี้ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม
เพราะแบบนี้ละมั้งแดดดี้ของยัยน้องเบบี๋ถึงได้ฝากให้ฉันดูเธอคอยปกป้องเธอถ้ามีคนมารังแก
สถานะเราสองคนมันเป็นพี่น้องมากกว่าเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ
