Ep:2 ต้องอดทน
“3 ปีแล้วสินะ” แนนนี่เดินเหม่อนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา
สาวน้อยแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันสดใส พร้อมรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เมื่อนึกถึงรอยยิ้มเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเด็กชายตัวน้อยที่เธอพึ่งได้เจอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า
“เธอต้องอดทน! แนนนี่! ขอแค่เธอเรียนจบทุกอย่างต้องดีขึ้น!”
ด้วยพลังด้านบวกในตัว ไม่ว่าจะโดนกระทำให้เจ็บช้ำแต่ไหนเด็กสาวก็ยังคงยิ้มสู้กับมัน “คนอื่นที่ลำบากกว่าเธอเขายังทนได้แค่นี้เองสู้ๆ” เด็กสาวพูดให้กำลังใจตัวเองแล้วเดินไปรอรถเมล์เพื่อกลับบ้าน
บ้านเบญจวัฒนานันท์
“แนตตี้นนท์พี่กลับมาแล้ว!”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อเท้าแตะลงบนพื้นบ้าน สิ่งแรกที่เธอทำไม่ว่าจะไปไหนเมื่อกลับมาบ้านคือเรียกหาน้องสาวและน้องชาย
“ไปไหนกันหมดทำไมบ้านเงียบจัง” แนนนี่เดินหาน้อง ๆ ทั่วทั้งบ้านแต่ไม่เจอใคร
“หรือจะไปกับแม่” ว่าแล้วมือเรียวก็ล้างเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาแม่ทันที
[มีอะไร!]
น้องอยู่กับแม่รึเปล่า แนนหารอบบ้านแล้วแต่ไม่เจอเลย”
[อือ พอดีฉันมีธุระเลยเอาแนตตี้กับตา นนท์ออกมาด้วยจะให้อยู่ตามลำพังก็เป็นห่วง ถ้าไม่มีอะไรก็แค่นี้นะ]
ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด!
“.......” แนนนี่ได้แต่มองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความแปลกใจ เพราะปกติผู้เป็นแม่ไม่เคยพาน้อง ๆ ออกไปไหนถ้าเธอไม่อยู่ก็จะปล่อยให้เด็กทั้งสองอยู่บ้านเพียงลำพัง แต่วันนี้...กลับทำตัวแปลกๆ
“คิดมากแม่คงเป็นห่วงน้องแหละ วันนี้เธอก็กลับช้าด้วย!”
เด็กสาวสะบัดความคิดทุกอย่างทิ้ง เปิดจอโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้ง เพื่อดูรูปที่แอบถ่ายเด็กน้อยสุดหล่อของเธอไว้ เธอดูแล้วยิ้มพร้อมกับเดินขึ้นไปบนห้องอย่างอารมณ์ดี
“ทำไมน่ารักแบบนี้นะ!”
ใบหน้าหวานเปื้อนด้วยรอยยิ้ม พูดพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้หน้าจอเหมือนคนที่กำลังมีความรัก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มไม่อาจละสายตาจากหน้าจอได้แต่เสี้ยววินาที
แกรก!
เธอเปิดประตูเข้าห้องนอนว่างกระเป๋าสะพายหลังไว้ที่ปลายเตียง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ เหมือนที่เคยทำทุก ๆ วัน
"วันเกิดปีหน้าจะซื้ออะไรให้ดีนะ"
สายตายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอพร้อมรอยยิ้มที่ไม่หยุดหุบจนลืมสังเกตถึงความผิดปกติบางอย่างในห้องนอน
เพราะตอนนี้มีสายตาเยือกเย็นคู่หนึ่งกำลังจ้องมองทุกการกระทำของเธออยู่
“ปีนี้ซื้อเสื้อผ้าให้ ปีหน้าอะไรดีนะ!” เด็กสาวยังคงครุ่นคิดนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอน โดยไม่รู้ตัวว่าอันตรายกำลังจะมาถึงตัว
สายตาคมกริบคู่นั้นมองเธออย่างไม่สบอารมณ์เพราะเธอขัดคำสั่งเขาที่ห้ามไม่ให้เข้าใกล้เด็กชายตัวน้อย
หมับ!
พรึบ!!
“เฮือก!!” เด็กสาวตกใจตาเบิกกว้างเมื่อกำลังจะลุกขึ้นไปดูเงินในบัญชีที่เธอมี แต่กลับโดนมือหนาคว้าตัวดันร่างเล็กนอนราบไปกับเตียงตามเดิม
“วันนี้เธอไปไหนมา!” เสียงทุ้มต่ำพร้อมสายตาโกรธเกรี้ยวจ้องหน้าเด็กสาว
“......” แต่เธอเลือกที่จะเงียบ
“ฮึ...” ชายหนุ่มเค้นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
“ฉันถามว่าเธอไปไหนมา!!” เขาตะคอกใส่เธอเสียงแข็ง เมื่อเธอเอาแต่เงียบไม่ยอมตอบ
“นะ...หนูแค่เอาของขวัญวันเกิดไปให้น้องพาร์ท!” เด็กสาวพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็พูดและมองหน้าสบตาชายหนุ่มและรู้ว่าจะเจอกับอะไรเมื่อขัดคำสั่งเขา
“ไม่เจอแค่ 5-6 เดือน” มือสากเอื้อมไปลูบที่หัวสาวนอนที่นอนตัวแข็งทื่ออย่างแผ่วเบา สายตาคมกริบไล่มองที่หน้าอก พร้อมเลื่อยมือปลดกระดุมเสื้อนักเรียนทีละเม็ดอย่างใจเย็น
“อึก!” เด็กสาวกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ
“ยะ..อย่าทำอะไรหนูเลยพรุ่งนี้หนูมีสอบ”
สองมือเรียวยกขึ้นไหว้ขอความเห็นใจ ถึงรู้ว่าคำขอของเธอมันจะไม่เป็นผลแต่ก็ดีกว่าเธอยอมเขาทุกครั้งไป
“แล้ว?” คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงยกค้างขมวดเข้าหากันเป็นปม
“ถ้าคุณทำแบบนั้นกับหนู....” เด็กสาวเม้มปากเน้นไม่กล้าพูดต่อเมื่อสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นผ่านสายตาคู่ ที่ต้องหน้าเธออย่างเลือดเย็น
“หึ...ทำไมกลัวฉันรู้ว่าเธอไปนอนกับคนอื่น?” ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากอย่างรำคาญ
“......” สาวน้อยส่ายหน้าปฏิเสธ
“แล้วทำไม?” ปลายจมูกโด่งก้มลงคลอเคลียสองแก้มนุ่ม
“......” เด็กสาวได้แต่นอนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ หัวใจดวงน้อย เต้นโครมครามเมื่อมือสากค่อยๆ ล้วงลูบไล้เรียวขาอย่างแผ่วเบา
หัวใจเธอตกวูบ! เมื่อสัมผัสอุ่นๆ แตะต้องที่เนินน้องสาว!
“......” แนนนี่รู้สึกตัวงัวเงียตื่นขึ้นหลังจากที่เจอบทลงโทษจากคนใจร้าย
ส่วนคนก่อเหตุยังคงนอนหลับแถมยังกอดร่างบางไว้แน่น
“จะไปไหน!” เสียงเข้มดังขึ้นเมื่อร่างบางค่อยๆ ยกท่อนแขนแกร่งออกจากตัว
“นะ...หนูจะไปอาบน้ำ” เด็กสาวตอบตะกุกตะกักอย่างเลิกลั่น
“ฉันบอกเหรอ ว่าให้เธอไป!” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นจ้องหน้าเด็กสาวอย่างไม่สบอารมณ์
“ตะ...แต่คุณทำไปหลายรอบแล้วนะคะ ตอนนี้มันก็จะมืดแล้วด้วย”
เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดจ้องหน้าและพูดความในใจออกไป
“อีกอย่างคุณไม่กลับไปหาน้องพาร์ทเหรอ ปล่อยให้เด็กอยู่บ้านคนเดียวมัน...”
“ไม่ต้องมาสอน!” ไม่ทันที่ แนนนี่จะได้พูดจบชายหนุ่มก็พูดสวนขึ้นก่อน
“หนูไม่ได้สอนหนูแค่อธิบายให้ฟัง!”
“หึ...ปากเก่งนะเดี๋ยวนี้กล้าเถียง!” ชายหนุ่มกดเสียงทุ้มต่ำกระตุกยิ้มอย่างขบขัน
“หนูไม่ได้เถียง! ก็บอกอยู่ว่าหนูแค่อธิบาย!” ร่างบางพูดหนักแน่นพร้อมดันตัวออกจากอ้อมแขนท่อนใหญ่
หมับ!
“อยากลองดีว่างั้น?!” แต่ไม่ทันจะได้ลุกขึ้นก็ถูกเจ้าของท่อนแขนรั้งให้นอนลงที่เดิม
“ไม่ค่ะ!” เมื่อเห็นแววตาเยือกเย็น ไร้ซึ่งอารมณ์คู่นั้นทำให้เด็กสาวได้แต่นอนนิ่ง เพราะถ้าขืนยังพูดต่อปากต่อคำคงได้เจ็บตัวอีกเป็นแน่
แค่นี้เธอก็ระบมไปทั้งตัว ผิวขาวๆ มีแต่รอยแดงเป็นจ้ำๆ ตามเรียวแขนมีแต่รอยนิ้วมือเต็มไปหมด
ไหนจะรอยกัดรอยเขี้ยวที่หัวไหล่จนเลือดซึม ตามหน้าท้อง ต้นขา พูดได้ว่าส่วนไหนที่อยู่ใต้ล้มผ้าที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้เป็นรอยหมดทุกส่วน
“ฉันสั่งห้ามเธอแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้ไปเจอลูกชายฉันอีก!” สีหน้าเรียบนิ่งน้ำเสียงดุดันพร้อมสายตาที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อต้องมองที่เด็กสาว
“นะ...หนูแค่เอาของขวัญวันเกิดไปให้น้องค่ะ ไม่ได้จะไปทำอย่างอื่น” เธอกล่าวเสียงสั่น เพราะคนตัวโตเริ่มออกแรงบีบที่แขนเธออย่างแรง
“ลูกฉันไม่ต้องการอะไรจากเธอทั้งนั้น”
“จำไว้เธอห้ามเข้าใกล้ลูกชายฉันอีก! ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีสิทธิ์จะเป็นแม่ของลูกฉันจะไว้!” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยวทั้งๆ ที่เขาสั่งห้ามแล้วแต่เด็กสาวก็ยังจะฝืนคำสั่ง
“หนูรู้ ว่าหนูไม่มีสิทธิ์แต่หนูขอเจอหน้าน้องบ้างได้มั้ย!”
“คุณจะให้หนูทำอะไรก็ได้ จะเอาหนูไปขาย ให้หนูไปนอนกับใครจะตบ จะตี จะทำอะไรหนู หนูยอมหมด” แนนนี่พูดเสียงสะอื้นไห้ พูดระบายความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมาจนหมด
