ตอนที่ 1 สวยๆอย่างคุณ
บรรยากาศในยามเช้า ทำให้คนที่อาศัยโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในกรุงเทพเพื่อนอนค้างคืนค่อยๆ เริ่มรู้สึกตัว ภูผาในสภาพเปลือยกายท่อนบนอวดความสวยงามของกล้ามเนื้อบนแผ่นหลังเคลื่อนไปมาเป็นลอนสวย ค่อยๆ พลิกตัวขึ้นนอนหงายทั้งที่ตายังคงหลับอยู่
ผิวขาวฉบับคนภาคเหนือทำให้เจ้าตัวมีใบหน้าที่ใสมาก อีกทั้งริมฝีปากยังเป็นสีชมพูสด จมูกโด่งเป็นสัน กรามมองเห็นเด่นชัด แผงอกกว้างมียอดอกทั้งสองข้างเป็นสีชมพูอีกเหมือนกัน ส่วนท่อนล่างมีเพียงผ้าห่มสีขาวผืนหนาปกคลุมอยู่ ทว่าด้านในเปลือยกายทั้งหมดเพราะเพิ่งเสร็จจากกิจกรรมไปเมื่อตอนตีสามของวัน
พอภูผาจ่ายเงินผู้หญิงคนนั้นจึงโบกมือไล่ให้กลับได้ ส่วนเจ้าตัวจึงนอนค้างต่อ ค่อยๆ ปรับสายตาให้เข้ากับบรรยากาศในยามเช้า เพราะเมื่อคืนไปดื่มเหล้ากับเพื่อนมายังคงทำให้เขามีอาการ
ตวัดขายาวลงจากเตียงนอน พาร่างกายที่มีส่วนสูงกว่าร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรเดินเข้าห้องน้ำในร่างเปลือยเปล่า มาหยุดยืนที่หน้ากระจกเงาเพื่อล้างหน้าล้างตาแล้วแปรงฟันเตรียมตัวกลับเชียงใหม่ ทว่ารอยอะไรบางอย่างบนต้นคอทำให้ภูผาสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาจะระวังเรื่องพวกนี้มาก เขาไม่ชอบให้ใครมาทิ้งร่องรอยเอาไว้บนตัวเพราะมันไม่สวยงามเลยสักนิด
วักน้ำในอ่างขึ้นล้างหน้าหลังจากทำการแปรงฟันเสร็จ ตามด้วยใช้ฝ่ามือถูรอยแดงบนต้นคอเพื่อให้มันจาง ทว่ามันกลับยิ่งแดงมากเมื่อเขาเป็นคนผิวขาวเสียขนาดนี้
ส่ายหัวก่อนเดินออกจากห้องน้ำแล้วไปจัดการใส่เสื้อผ้า เสื้อยืดสีครามน้ำทะเลแบบแขนสามส่วนกับกางเกงยีนสีเข้มอวดเรียวขายาว เช้านี้เขามีไฟลต์บินที่หกโมงสิบห้านาทีเพื่อกลับไปทำงานต่อ เที่ยวหนักแค่ไหนก็ได้ในเมื่อเขาเป็นคนโสด แต่เรื่องงานไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยสักครั้ง
หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวเองเสร็จ เดินออกมาจากโรงแรมพร้อมแว่นตากันแดดสีดำที่ถูกสวมเข้ามา ขึ้นรถของทางโรงแรมเพื่อไปยังสนามบิน เวลาเจ็ดโมงสี่สิบห้านาทีเขามาถึงยังสนามบินเชียงใหม่ ก็เจอกับลูกน้องคนสนิทอย่างโจมารอรับแล้ว
โจเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบหกปี ทำงานให้ภูผาแบบนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เรียกได้ว่ามองตาทะลุยันรูตูด
"เพลียขนาดนี้เมื่อคืนคงหลายยกเลยสินะนาย"
เห็นไหมล่ะ แล้วคำที่มันใช้ทักทายเจ้านายของมันน่าฟังเสียเมื่อไหร่ ถ้าเขาใส่ใจคงเป็นประสาทตาย
"กูไม่อยู่มึงไม่ได้เอาเวลาว่างไปเอาใครเลยว่างั้น" เพราะเขาไม่ได้ให้โจตามติดไปด้วย ให้คอยดูแลความเรียบร้อยว่าทางนี้มีอะไรให้เขาต้องรีบกลับไหม
"ผมก็ลูกน้องนายนี่ครับจะไปต่างจากเจ้านายได้ยังไง" เอ่ยก่อนหัวเราะในลำคอเบาๆ เจ้านายเป็นอย่างไรลูกน้องก็เป็นอย่างนั้น เอาไว้ให้เจ้านายเขาเรียบร้อยเหมือนผ้าขนหนูพับไว้เมื่อไหร่เขาถึงจะพิจารณาอีกที
"ขอบใจที่มึงหลอกด่ากูทางอ้อม"
โจส่ายหัว "ผมด่าตรงๆ ต่างหากครับ"
"ไอ้นี่..พากูกลับคอนโดได้ละ" บอกแล้วว่าถ้าเขาใส่ใจคงเป็นประสาทตาย เขาไม่เคยเถียงสู้ลูกน้องที่กินเงินเดือนจากเขาถึงเดือนละหนึ่งแสนบาทได้สักครั้ง ทำงานก็สบาย แต่การพูดการจาไม่เคยถนอมน้ำใจผู้ฟังเลยมันจะไปหางานแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก
"ผมเตรียมชุดไว้ให้ที่ทำงานแล้วนะครับ"
"งั้นไปบริษัท"
แล้วภาพเจ้านายที่ดูดีบ้างดูไม่ดีบ้างย่อมเป็นที่ชินตาต่อใครที่บังเอิญเดินผ่านมาเจอ ถึงแม้จะมีลิฟต์ระดับผู้บริหารไว้ใช้ส่วนตัว แต่ยังคงอำนวยความสะดวกไปถึงเลขาและหัวหน้าแผนกต่างๆ ด้วย
ทุกครั้งวรรณนาเลขาสาวสวยก็มักจะเจอเจ้านายหนุ่มในสภาพไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่บ่อยๆ ทว่าวันนี้ภูผาเดินมาถึงหน้าห้องทำงานตัวเองแล้วกลับไม่มีผู้หญิงร่างท้วมวัยสี่สิบแปดปีนั่งอยู่ตรงนี้จึงหันกลับไปถามโจ
"คุณวรรณนาลาเหรอวันนี้" เพราะปกติไม่บอกเขาก็บอกโจ ไม่ว่าเรื่องอะไรหากเกิดขึ้นทางนี้จะแจ้งผ่านโจทั้งหมด บางทีเขาก็ขี้เกียจเอามาคิดวิเคราะห์ จ้างเงินแล้วให้มันช่วยกรองสักนิดก่อนแล้วเขานั่งรอฟังชิลๆ
โจจึงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูทำเอาภูผาที่เห็นส่ายหัว นี่ถ้าเขาไม่ถามมันคงไม่สงสัย สรุปแล้วว่ามันทำงานชิลเกินไป แต่ทำไงได้เลือกมาเองกับมือ ที่เขาถามว่าคุณวรรณนาลาเหรอก็คือไม่เห็นเธอมา อีกอย่างเธอไม่ได้รายงานเขาด้วย
"อ้อ.."
ภูผานิ่งรอฟัง ทว่าจิ๊ปากออกมา ก็นึกว่าลูกน้องจะพูดแต่กลับนิ่ง จึงเดินเข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อทำงาน
ผ่านไปยี่สิบนาทีออกจากห้องนอนมานั่งประจำตำแหน่ง โจก็เข้ามาเรียนว่าคุณวรรณารถยนต์ยางรั่ว
"แล้วไปขับยังไงให้มันรั่วอีก" ภูผาส่ายหัว ไม่ชอบเมื่อได้ยินปัญหาที่เกิดขึ้นแต่เช้าแบบนี้
"อ้าวนาย อุบัติเหตุครับอุบัติเหตุ" โจล่ะยอมความคิดเจ้านายตัวเองจริงๆ "แต่คุณวรรณนาบอกมาว่าวันนี้เธอนัดคนที่จะมาช่วยงานให้คุณสัมภาษณ์อีกทีครับ"
ภูผานิ่งคิด เพราะเดือนที่แล้วเห็นคุณวรรณนาบ่นบ่อยๆ ว่างานเยอะ จึงมาขอเขาว่าอยากได้ผู้ช่วยสักคน เขาเองก็ไม่มีปัญหา ขอแค่ลูกน้องบอกมาจะอำนวยความสะดวกให้ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้แล้ว
"แล้วไหนล่ะ" เพราะจะมาเป็นผู้ช่วยของวรรณนา ก็ผู้ช่วยของเขาด้วย แต่นี่ก็แปดโมงยี่สิบนาทีแล้วทำไมยังไม่เห็นมาอีก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
โจรีบเดินกลับไปเปิดประตูอย่างไว ก็เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งในท่าทางเหนื่อยหอบ เหมือนเธอเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ หรือจะเป็น..
"คุณคือ.."
"สวัสดีค่ะ ดิฉันมาสัมภาษณ์งานกับคุณภูผาค่ะ พอดีคุณวรรณนานัดดิฉันมาเริ่มงานวันนี้ค่ะ"
"อ้อ ครับๆ"
ประตูถูกเปิดออกกว้างทันทีพร้อมกับโจที่หลบออก ทำให้สองสายตาสบประสานกันเข้าพอดี นิชาดารีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยท่านรองประธานทันที
ภูผานั่งกอดอกเอาแผ่นหลังพิงเก้าอี้ มองคนที่มีใบหน้าสะสวยอย่างที่เหงื่อหรือฝุ่นควันยังไม่สามารถทำอะไรใบหน้าแบบนี้ได้ด้วยความพอใจมากๆ หากอยู่ด้านนอกบริษัทเขาคงไม่ลังเลที่จะถามเธอตรงๆ ว่าสนใจเป็นเด็กเลี้ยงของเขาไหม ทว่าพออยู่ในคราบรองประธานบริษัทเขาต้องคีพลุคให้ดูมีสง่าราศี มองสำรวจคนที่มีท่าทางเร่งรีบอีกทีแล้วว่ากันตามความจริง
