ตอนที่ 2 พ่อดุ
อคิราห์มองสบสายตาเศร้าหมองลงกว่าเมื่อกี้ ก่อนลดระดับสายตาลงสบกับเด็กน้อยที่มองเขาไม่ลดละ ค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ แล้วยื่นมือไปตรงหน้า เด็กน้อยก็ค่อยๆ วางมือเรียวเล็กนั้นลงแตะสัมผัสอย่างไม่เกรงกลัว
ความอบอุ่นที่มือทำให้เขาได้สติกลับมาแล้วกลั้วหัวเราะออกมา และเด็กน้อยคนนี้ก็รีบชักมือกลับทันที
ไม่ผิดคาด! มิจฉาชีพที่แม่พามาหาเงินเลยใจกล้าให้เขาจับมือ แต่เด็กอาจยังไม่มีประสบการณ์มากพอ พอเขารู้ทันกลับกลัวเสียอย่างนั้น
"เธอจะบอกฉันว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉันอย่างนั้นเหรอ" อคิราห์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าถามกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความรู้สึกเอาไว้
"ค่ะ" เมยาวีพยักหน้าช้าๆ พอเห็นเขาหัวเราะออกมาราวกับเยาะเย้ยหัวใจเธอหล่นลงไปอยู่แทบเท้า เขาทำราวกับเป็นเรื่องตลกมาก ทำไมเธอถึงได้รู้สึกหน่วงที่อกนักก็ไม่รู้
ทั้งที่เผื่อใจมาก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาอาจไม่เชื่อที่เธอพูด เพราะมันผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ แล้วอีกอย่างเขาคงไม่พลาดหรอกในเมื่อเขาเป็นเสือผู้หญิง เขาจะกล้าปล่อยให้ตัวเองทำผู้หญิงขายตัวตั้งท้องได้อย่างไรกัน
แต่เธอก็ยังมั่นใจว่า หากเขาได้มองหน้าลูกตัวเองสักครั้ง แล้วสะกิดใจสักนิดสักหน่อยนัดไปตรวจดีเอ็นเอกันเธอก็ยินดี
อคิราห์พาสองแม่ลูกคู่นี้เดินไปคุยกันที่ล็อบบี้เมื่อคิดว่ามันไม่ใช่แล้ว มาแบบนี้คงหวังอยากได้เงินแน่ๆ แต่เอาเถอะ ถ้าลำบากเขายินดีจะช่วย แต่ห้ามมาแอบอ้างแบบนี้อีกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเขา
"เท่าไหร่" เมื่อมาถึงอคิราห์เปิดประเด็นถามทันที เขาไม่อยากรู้เรื่องราวพวกนั้นว่าเธอลำบากแค่ไหน แต่แค่อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้กับลูกต้องการเงินเท่าไหร่จะได้จบๆ
"คะ" เมยาวีทำหน้างง
"เธออยากได้เงินไม่ใช่หรือไงถึงได้มาแอบอ้างว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน!" อคิราห์ถามเสียงเข้ม
"เอ่อ..ไม่ใช่นะคะ น้องมายด์เป็นลูกของคุณจริงๆ ค่ะ"
"งั้นมีอะไรมาพิสูจน์" ถ้าจะมาอ้างแบบนี้เขาคงได้มีลูกเป็นโกดัง
"ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันสามารถให้ลูกตรวจดีเอ็นเอได้ค่ะ"
อคิราห์มองลงที่เด็กน้อยตาแป๋วอีกครั้ง แต่เด็กน้อยนั้นเหมือนกำลังจะร้องไห้ขึ้นมาทำเอาใจเขาวูบสั่น เมื่อเขาและแม่ของเธอคล้ายคนกำลังจะทะเลาะกัน
เมยาวีก้มลงมองตามสายตา พอเห็นว่าลูกสาวดวงตากำลังปริ่มน้ำก็ตกใจ เด็กน้อยคงไม่เข้าใจความหมาย แต่คงตกใจมากกว่าที่เธอมามีปัญหากับพ่อของเขา
ก่อนมาที่นี่เธอบอกลูกแล้วว่าจะพาแกมาหาพ่อ แล้วน้องมายด์ก็ดีใจมากๆ เพราะเจ้าตัวอยากเจอ
ไม่รู้ว่าลูกสาววาดฝันเอาไว้อย่างไร คงคิดว่าคนตรงหน้านี้จะยิ้มให้แล้ววิ่งเข้ามากอด คงเข้าใจว่าพ่อรู้อยู่แล้วว่ามีแกเป็นลูก ไม่ใช่มองเราสองแม่ลูกราวกับตัวประหลาดแบบนี้
"เอ่องั้นไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันขอตัวพาลูกกลับบ้านก่อนนะคะ ไปค่ะน้องมายด์" แล้วเมยาวีก็อุ้มลูกสาวขึ้นแนบอกแล้วเดินออกไปจากที่นี่โดยเร็ว มือเรียวปาดน้ำตาที่ไหลลงมาทั้งสองข้างแก้มออกเพราะเข้าใจความรู้สึกลูก ก่อนจะพาเด็กน้อยกลับที่พัก
