บทที่ 3 กับดัก
ขาเรียวยาวก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ นอกจากแชร์เฮาส์ที่อยู่ร่วมกับเพื่อนอีกสองคนแล้ว เรติกายังมีคอนโดส่วนตัว เผื่อวันไหนอยากชวนสาว ๆ ขึ้นห้อง จะได้ไม่ต้องมีกางขวางคอ
ทว่าวันนี้เรติกาเพียงแค่อยากปลีกวิเวกอยู่คนเดียวตามลำพัง เนื่องจากมีหลายอย่างให้เธอต้องใช้ความคิด ถึงแม้ว่าอยู่กับเพื่อนอาจได้คำปรึกษาและคำแนะนําที่ดีกว่า แต่ครั้งนี้เธออยากคิดทบทวนกับตัวเองเงียบ ๆ
เรติกาครุ่นคิดบางอย่างในหัวขณะที่ค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าให้ช้าลง เธอชำเลืองหางตามองเพียงนิด ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในลิฟต์โดยมีชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาด้วย มือเรียวกดปุ่มไปยังชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียม
ผัวะ! ฮัก! พลั่ก!! ตุบ! ฮัก! ผัวะ!!
ทั้งหมัดทั้งศอกถูกประเคนใส่ชายฉกรรจ์ทั้งสองไม่ยั้งทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดสนิท แม้จะร่างกายเธอจะตัวเล็กกว่า แต่ด้วยเธอฝึกฝนทักษะการต่อสู้ตั้งแต่เด็กมาอย่างชำนาญ ทำให้มีแรงมือแรงเท้าหนักพอที่จะทำชายฉกรรจ์ทั้งสองร่วงลงไปกองกับพื้น ผนวกกับความคล่องแคล่วว่องไวและตัดสินใจรวดเร็วจึงทำให้เธอได้เปรียบ
แตร๊น!!!
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งสั่นกระตุกอย่างแรงเมื่อถูกเล่นงานด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้าที่เธอพกติดมากับกระเป๋าสะพาย ในขณะที่อีกคนโดนเข่าของเธอทับลงตรงท้ายทอย จนมั่นใจว่าคนที่โดนช็อตน็อกหมดสติไป เรติกาจึงหันมาจัดการกับอีกคนด้วยการประเคนหมัดหนัก ๆ ทุบกระแทกทุกส่วนที่เป็นจุดอ่อนของร่างกายอย่างระบายอารมณ์
อัก! ผัวะ! เอือก!
เธอไม่ถามให้เสียเวลาว่าใครส่งพวกมันมา แต่เลือกจัดการให้น็อกคาที่และค้นกระเป๋ากางเกงของพวกมันทั้งคู่แทน เผื่อจะมีบางอย่างที่สามารถสาวไปถึงตัวบงการได้ เธอตรวจพบนามบัตรซึ่งมีเบอร์ติดต่อที่คุ้นตา และเมื่อเช็กอย่างถี่ถ้วนแล้วมันตรงกับเบอร์ที่โทรมาก่อกวนเธอเมื่อสามวันก่อน เสียงเค้นหัวเราะอย่างกะคนโรคจิตนั่น เธอยังจำได้ดี
ติ๊ง~
เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่ค่อย ๆ เปิดออก ดวงตาเพชฌฆาตเหลือกกลอกกลิ้งไปมาอย่างสุดจะทน เธอก้มมองนามบัตรนั้นอีกครั้งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือเรียวยื่นไปกดปุ่มลิฟต์ที่ชั้นล่างสุดของคอนโดมิเนียม ก่อนเดินจากไปเธอกระทืบพวกมันซ้ำอย่างระบายอารมณ์
“แปลก ๆ ปะวะ” คาริสาเอ่ยด้วยความสงสัย หลังจากที่สืบหาข้อมูลเจ้าของเบอร์แปลกที่โทรมาก่อกวนเรติกา ที่ทำเอาเธอถึงกับหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อสามวันก่อน
ตลอดสามวันหลังจากนั้นก็มีชายแปลกหน้าคอยตามเธอ เรติการู้ตัวมาตลอด ทั้งที่อยากจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเงียบ ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องให้คาริสามาช่วยสืบข้อมูลจากหลักฐานที่เธอได้มาอยู่ดี เนื่องจากคาริสาถนัดด้านการสืบหาข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีกว่าเธอมาก ซึ่งเพื่อนรักก็หาคำตอบที่เธอต้องการได้อย่างรวดเร็วทันใจ
“มันติดต่อเข้ามาที่เบอร์ส่วนตัว ซึ่งอยู่ในระบบเครือข่ายพิเศษขององค์กร ไม่ใช่ใครจะต่อสายตรงมาได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ใช่สมาชิกหรือคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ว่าแกเมาแล้วไปแจกเบอร์ให้ใครมั่วซั่วปะเนี่ย”
แม้จะรู้ว่าเรติกาไม่มีทางทำแบบนั้น แต่ก็อดที่จะกระแนะกระแหนเพื่อนรักในประโยคสุดท้ายไม่ได้
“ฉันไม่เคยแจกเบอร์ใคร และฉันก็ไม่เคยกินเหล้าจนเมามายไม่มีสติ”
“ถึงขั้นเจาะหมายเลขโทรศัพท์ในเครือนี่ได้ต้องไม่ธรรมดา...” ในขณะที่คาริสาตั้งข้อสังเกต เรติกาก็ไม่รอช้าที่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกไปจัดการกับคนที่กล้ามาเล่นตลกกับเธอ “จะ...ใจเย็นก่อนเรย์ นี่แกจะไปไหน”
คาริสาตะโกนถามเพื่อนหลังจากที่เรติกาเดินพรวดพราดเข้าไปในห้องแต่งตัว และเดินออกมาพร้อมเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวหนาสีน้ำตาลเข้ม
“ฉันจะไปเอาเลือดหัวมันออก กล้าดียังไงมาตามรังควานฉัน ไม่ใช่แค่ไอ้กระจอกสองตัวที่มันส่งมาติดตาม แต่มันส่งคนมารื้อห้องฉันด้วย ตอนนี้เซนกำลังช่วยเช็กกล้องให้อยู่”
เรติกาพูดในขณะที่เดินสาวเท้ายาว ๆ ออกมาจากแชร์เฮาส์ ซึ่งมีคาริสากึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเธอมาจนถึงโรงจอดรถ
“เดี๋ยวก่อนเรย์ แกไม่คิดว่ามันแปลก ๆ เหรอ” คาริสาคว้าแขนของเรติกาหลังจากที่เธอขึ้นไปนั่งคร่อมบนเบาะของมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ จัดการสวมถุงมือและกำลังสวมหมวกกันน็อก
“จากข้อมูลที่อยู่ ดูก็รู้แล้วว่าเป็นพวกโรคจิต ถ้ากล้าท้าทายส้นตีนขนาดนี้ เดี๋ยวแม่งจะกระทืบอัดหน้าให้เละคาตีนเลย” เรติกาพูดโดยไม่เปิดโอกาสให้คาริสาได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะทิ้งท้ายประโยคให้เพื่อนรักรู้สึกสบายใจขึ้น “ถ้ามีปัญหาเดี๋ยวฉันส่งสัญญาณมาขอความช่วยเหลือนะ ฝากบอกเตชินด้วยว่าฉันกำลังจะไปจัดการกับมัน”
คาริสาถอนหายใจพรืดใหญ่ หลังจากที่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของเพื่อนรักห่างหายไปต่อหน้าต่อตา
ปัง! ปัง! ปัง!
ฝ่ามือหนัก ๆ ทุบประตูห้องซึ่งเป็นที่อยู่ของตัวการที่เธอเพิ่งได้มาหมาด ๆ
“ใครวะ!” เสียงคนข้างในห้องตะโกนพูดพร้อมกระแทกเท้าเดินออกมาเปิดประตู เรติกาที่ยืนกอดอกรออยู่ก่อนหน้าจิ๊ปากอย่างเอือมระอา ก่อนจะก้าวถอยหลังออกห่างจากประตูห้องสองสามก้าว
แกร๊ก!
โครมมมมม!! พลั่ก!!
ทันทีที่คนด้านในเปิดประตู เท้าหนัก ๆ กระทืบบานประตูเข้าไปด้วยความโมโห ทำเอาชายร่างกำยำที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเสียหลักล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง เรติกาพรวดพราดเข้าไปในห้องและใช้ขาปิดประตูเสียงดัง ก่อนจะจัดการล็อกแขนล็อกขาของชายร่างกำยำด้วยแขนและขาของเธออย่างว่องไวและชำนาญ
“มึงใช่ไหมที่ส่งไอ้กระจอกสองตัวมาจัดการกู”
“พูดเรื่องอะไร! กะ...กูไม่รู้ โอ๊ยยยยย!” เขาตอบอย่างผู้ร้ายปากแข็ง ก่อนจะถูกบิดแขนเข้าให้อย่างแรง
“หรือมีใครที่บงการมึงอีกที”
“มะ...ไม่มี!”
“บอกมา”
“กะ...กูส่งพวกมันไปเอง”
“มึงอยากตายใช่ไหม!”
อ๊าก! อั๊ก!
เสียงร้องโอดโอยของชายร่างกำยำดังสวนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อถูกแรงเท้าอันหนักหน่วงกระทืบไม่ยั้ง
“ฮึฮึ” เรติกาหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอันคุ้นหู เสียงนั้นดังมาจากข้างหลังพร้อมกับระเบิดควันที่กำลังทำงานอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกล่อให้ติดกับดักอันแยบยล เธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปตอบโต้กับคนบงการตัวจริงเสียแล้ว สายตาที่พร่ามัวค่อย ๆ มืดดับไป
