บทที่ 2 จุดเริ่มต้น
แกร๊ก!
มือเรียวจัดการประกอบปืนยาวตั้งแต่ปลายลำกล้องจรดพานท้าย เพื่อความแม่นยำเธอเลือกปืนสังหารที่มีซองกระสุนขนาดบรรจุห้านัด น้ำหนักรวมเมื่อติดกล้องเล็งระยะไกลประมาณหกจุดสองกิโลกรัม ระยะยิงหวังผลไกลกว่าแปดร้อยถึงหนึ่งพันเมตรเป็นอย่างต่ำ
สายตาของเพชฌฆาตจ้องมองเหยื่อผ่านกล้องส่อง มือเรียวสวยหันเล็งปากกระบอกปืนไปยังศีรษะของเป้าหมาย นิ้วชี้เรียวบรรจงสอดเข้าโกร่งไกอย่างใจเย็น ความเร็วในขณะที่กระสุนพ้นปากลำกล้องคือสองพันสี่ร้อยฟุตต่อวินาที กระสุนจะเจาะเข้าตรงกลางกะโหลกของเหยื่อและจะเสียชีวิตทันที
ปังง!!
เสียงปืนดังสนั่นซ้อนกันทันทีที่นิ้วเรียวกดลั่นไก รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนใบหน้าสวยหวานขัดกับบุคลิกของสไนเปอร์สาวอย่างสิ้นเชิง เรติกาจัดเก็บอาวุธปืนเข้ากับกระเป๋าสีดำขนาดกลาง มือเรียวดึงแว่นดำกันแดดที่เกยคาดศีรษะมาสวมใส่ ก่อนเดินจากไปท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ดังอยู่ไกล ๆ จากจุดที่เธอสังหารเหยื่อ
“เมื่อเวลา 11:30 น. วันนี้ มือปืนจ่อยิง นายปฐพี เอกอัครกุล ส.ส. พรรครวมใจเพื่อชาติ ด้วยอาวุธปืนขนาด 57 มม. เข้าที่บริเวณโหนกแก้มขวาทะลุโพรงจมูก อาการสาหัส
ด้าน พล.ต.อ. เผยว่าขณะนี้ยังอยู่ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้อยู่เบื้องหลัง ยังมีความเชื่อมั่นว่าทีมตำรวจภาคสองสามารถจับได้แน่ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้
เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมือง
ย้อนไปก่อนหน้านี้ มีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เชื่อมโยงกับการเมืองหลายเหตุการณ์...”
“ฝีมือแก?” คาริสาเอียงคอถามคนที่นั่งดูทีวีอย่างสบายใจ มือเรียววางแท็บเล็ตลงบนตัก หลังจากได้อ่านข่าวที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จึงอดที่จะสงสัยเพื่อนรักของเธอไม่ได้ เพราะวันนี้เรติกาหายไปตั้งแต่เวลาช่วงเช้าสายและกลับมายังแชร์เฮาส์ในตอนบ่ายโมง
“...” คนโดนถามเหลือบหางตามองมาเพียงนิด เอียงคอยักไหล่ให้ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นไปหยิบเบียร์กระป๋องในตู้เย็นมากระดกลงคอ
“ทำท่าแบบนั้นหมายความว่าไงเรย์ อธิบายให้มันเคลียร์” คาริสาเอี้ยวหลังมองตามเพื่อนพลางซักถามไม่หยุด
“แล้วทำไมแกจะต้องมาหงุดหงิดใส่ฉันด้วยเนี่ย” เรติกาตอบโต้กลับไปเชิงย้อนถาม หลังจากที่กลืนน้ำสีอำพันลงคอ คงจะรู้สึกสดชื่นกว่านี้ถ้าไม่มีใครมาคอยจับผิด
“ก็เหยื่อทุกรายที่แกลงมือ แกจะให้ฉันตรวจสอบข้อมูลของเหยื่อก่อนตัดสินใจรับงานไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อะไร?”
“คำสั่งบิ๊กบอส” เรติกาตอบเพื่อนรักกลับไปแค่นั้น คาริสาเข้าใจได้ทันทีว่าไม่ควรซักถามอะไรต่อ หากเป็นคำสั่งของบอสใหญ่ ไม่มีสิทธิ์หลีกเลี่ยงได้ และทุกอย่างจะเป็นความลับ “ไปเที่ยวกับฉันไหมเคส”
“เที่ยวเหรอ?” คนหน้ามุ่ยเมื่อครู่ตาโตขึ้นมาอย่างดี๊ด๊า เมื่อได้ยินคำชวนจากเพื่อนสาว
“โดนไอ้เตสั่งพักงาน ไม่ได้เข้าองค์กรตั้งหลายวัน แกคงเบื่อแย่ ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตากับฉันหน่อยไหม ถ้าไอ้เตมันกล้าโวยวายเดี๋ยวฉันจัดการมันเอง” คาริสาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เพื่อนรักรู้ใจเธอที่สุด
ณ สกายผับ
“พี่เรย์ขา วันนี้ไม่ให้พวกหนูมานั่งเป็นเพื่อนเหรอคะ”
“หา?” คาริสาตาเบิกโพลงก่อนจะส่งเสียงอุทานแล้วหันมองหน้าเพื่อน คนข้าง ๆ ก็ได้แต่ยิ้มกริ่มกลับมา
“ให้เด็กมันได้มีค่าเทอมไรเงี่ย” เรติกาวางแขนพาดกับพนักเก้าอี้พร้อมเอียงคอไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของเพื่อน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดตอบโต้กับเด็กสาวทั้งสอง
“พี่มีคนนั่งด้วยแล้วจ้ะ ไว้วันหลังนะ”
“พี่คนนี้เป็นแฟนพี่เรย์เหรอคะ”
“หือ?” คาริสาอุทานอีกครั้งพร้อมใช้สายตามองเด็กรุ่นน้องจากมหาลัยเดียวกับที่เธอเรียน ก่อนจะคลี่ยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา
“คนนี้เพื่อนพี่เองจ้ะ ชื่อพี่เคส” เด็กรุ่นน้องสองคนก้มหน้าทักทายคาริสา แล้วหันมากล่าวลาเรติกาก่อนจะพากันเดินจากไป
“อะไรยังไง?” คาริสาเอียงคอถามเพื่อนสาวสุดห้าวหาญ
“บางวันนั่งคนเดียวมันก็เหงา เลยให้ทางร้านจัดหาเด็กมานั่งเป็นเพื่อนเฉย ๆ” เรติกาพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบน้ำสีอำพันมากระดกลงคอกลบเกลื่อน ขณะที่อีกฝ่ายมองเธออย่างจับผิด
“อะไร ๆ ทำบ้าอะไรของแกหา!” คาริสาโวยวายเมื่อเพื่อนรักถือวิสาสะสัมผัสท่อนขาอ่อน จากท่านั่งไขว่ห้างเชิ่ด ๆ ถูกดันให้อยู่ในท่านั่งที่สุภาพขึ้น
“ไอ้พวกหื่นมันมองขาอ่อนแก ไม่ชอบ!” คาริสาถอนหายใจพรืดใหญ่ ที่เธอใส่เกาะอกรัดรูปสีแดงแน่นเปรี๊ยะมาขนาดนี้ ก็กะจะมาอวดเรือนร่างสักหน่อย คนมันมีของดี ใครจะอยากเหมือนเรติกาที่วัน ๆ ใส่แต่เสื้อยืดกับเสื้อแจ็คเก็ต แล้วก็กางเกงขาเดฟรัดรูปนั่นอีก
โหย ใครมองมานะ เป็นต้องคิดว่าพวกเธอคือคู่เลสเบียนแหง่ ๆ
“ไปเต้นกัน”
เสียงเพลงภายในผับดังขึ้นต่อเนื่องอย่างครึกครื้นจนกลบทุกเสียงร้องโห่และเสียงพูดคุย คาริสาจึงต้องตะโกนชวนเพื่อนรักให้ออกไปวาดลวดลายท่าเต้น
“ไม่ไป!” นอกจากจะปฏิเสธไม่ไปเต้นแล้ว เรติกายังถอดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำของเธอโยนให้เพื่อนรัก
พรึ่บ!
“เอาไปพันไว้รอบเอว แล้วอย่าอยู่ห่างจากสายตาของฉัน”
“เป็นเพื่อนหรือผัวฮะ ไม่ทำตามเว้ย”
พรึ่บ!
คาริสาโยนเสื้อแจ็คเก็ตคืนกลับไป กระทบเข้ากลางใบหน้าของเรติกาอย่างเหมาะเจาะ ก่อนจะสะบัดก้นกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลง ท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่ต่างก็ออกแบบลวดลายท่าเต้นแข่งกันอย่างครึกครื้น
ครืด! ครืด!
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเครือได้ไม่นาน เรติกาก็ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
“เบอร์ใครวะ” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนกดรับสาย แต่เสียงเพลงในผับดังมากจนไม่สามารถได้ยินเสียงจากปลายสาย เรติกาละสายตาจากเพื่อนรักที่กำลังโยกสะโพกส่ายไปมาเข้ากับจังหวะเพลง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังห้องน้ำ “ใครมันมาโทรกวนเนี่ย”
เรติกาบ่นหลังกดวางสายจากเบอร์แปลก เพียงไม่นานสายนั้นก็โทรมาอีกครั้ง
ครืด! ครืด!
‘ฮึฮึ’
เธอยังไม่ได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียงเค้นหัวเราะอย่างเย้ยหยันดังออกมาจากปลายสาย
“เหี้ยอะไรวะ มึงเป็นใคร?” เรติกาสบถถ้อยคำหยาบคายออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะหัวเสียหนักกว่าเดิมเมื่อโดนปลายสายตัดทิ้งไป เธอพยายามติดต่อกลับไปหวังจะด่ามันให้สาแก่ใจ แต่กลับไม่มีใครกดรับสายเลย “ไอ้เวรเอ๊ย!”
