8 ทัณฑ์สวาท
เสียงหวานหวีดร้องชื่อเขาออกมาในที่สุด พร้อมกับร่างกายที่กระตุกเกร็งถี่รัวจากการถึงจุดยอด วริศราสะอื้นฮัก สองมือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระรีบโอบกระหวัดกอดรัดแผ่นหลังหนาแน่น เล็บเรียวจิกข่วนฝากรอยแผลไว้เป็นทางยาวเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แทบจะระเบิดออก
“บอกซิว่าคุณรักผัวคนนี้มากแค่ไหน...มายด์”
“มายด์รักคุณค่ะ คีรินทร์ อร๊ายยย ผัวขา มายด์ไม่ไหวแล้ว”
“ดีมาก... อย่างนั้นแหละมายด์” คีรินทร์แสยะยิ้มอย่างพึงใจเมื่อได้ยินเสียงครางชื่อตัวเองจากการกระทำที่เขายัดเยียดให้ เขาไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้นแต่กลับโถมจังหวะสุดท้ายที่รุนแรงและลึกที่สุด
คีรินทร์ตอกย้ำความร้ายกาจด้วยจังหวะที่ดุดันยิ่งขึ้น เขาโน้มตัวลงมาบดจูบที่ริมฝีปากบางอย่างรุนแรง ดูดดึงราวกับจะสูบวิญญาณ ขณะที่เบื้องล่างยังคงเดินเครื่องบดขยี้ความเสียวซ่านเข้าสู่จุดลึกสุดของกายสาวอย่างบ้าคลั่ง
วริศราจิกเล็บลงบนต้นแขนแกร่งจนเป็นรอยเลือด ความเจ็บปวดที่ปนเปไปกับความสยิวซ่านทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด รสสัมผัสที่รุนแรงและป่าเถื่อนของเขากำลังพังทลายกำแพงทิฐิของเธอลงทีละน้อย กลิ่นกายของชายหนุ่มและกลิ่นคาวแห่งกามารมณ์ที่อบอวลอยู่รอบกาย ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าร่างกายเจ้ากรรมกำลังตอบสนองซาตานร้ายคนนี้อย่างน่าอับอาย
“ครางอีกสิ... มายด์ คุณรู้สึกยังไง ครางออกมาเลย”
เขาสั่งเสียงพร่า พร้อมกับโถมกายเข้าใส่เป็นจังหวะสุดท้ายที่หนักหน่วงที่สุด ร่างบางกระตุกเกร็งหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อพายุอารมณ์ซัดสาดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ความแค้นที่แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงราคะกำลังเผาไหม้คนทั้งคู่ให้มอดไหม้ไปพร้อมๆ กันบนเตียงกว้างที่ไร้ซึ่งคำว่าปรานี
“มายด์ไม่ไหวแล้ว คุณพอเถอะ”
“งั้นก็เตรียมตัวให้ดี...มายด์ อื้มมม!!! ฟิตจริง ๆ เลย” คีรินทร์ดันตัวตนเข้าไปจนสุดทางรักเพื่อปลดปล่อยลาวาร้อนระอุเข้าสู่กายสาวทุกหยาดหยด
“คุณทำให้ผมมีความสุขจังเลยมายด์” น้ำเสียงแหบพร่าที่แสนจะเยือกเย็นเอ่ยขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงทับร่างบางที่นอนหอบหายใจโรยริน กลิ่นคาวรักอบอวลไปทั่วเตียงกว้าง
ความเหนื่อยล้าจากบทรักที่แฝงไปด้วยเพลิงแค้นยังไม่ทันจางหาย ทว่าเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงกลับทำหน้าที่เป็นเข็มเล่มยาวที่ทิ่มแทงความสงบสุขเพียงชั่วคราวของวริศราจนขาดสะบั้น
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ร่างกายที่บอบช้ำสั่นเทาขณะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา เมื่อเห็นชื่อโรงพยาบาลหัวใจที่บอบช้ำก็บีบรัดรุนแรงจนแทบหยุดหายใจ
“ฮัลโหล... วริศราพูดค่ะ” เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
“โทรจากโรงพยาบาลนะคะคุณวริศรา ตอนนี้คุณแม่คุณมีอาการทรุดหนักค่ะ มีภาวะน้ำท่วมปอดและชักเกร็ง หมอต้องรีบย้ายท่านเข้าห้องไอซียูด่วน คุณรีบมาตอนนี้เลยนะคะ!”
“ค่ะ... ค่ะ! ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
วริศราตอบรับด้วยความลนลาน เธอวางสายด้วยมือที่สั่นเทาจนแทบไม่มีแรงถือโทรศัพท์ ก่อนจะตะเกียกตะกายลงจากเตียงโดยไม่สนว่าร่างกายจะเปลือยเปล่าหรือรุ่มร้อนด้วยรอยประทับจากคนใจร้ายเพียงใด เธอรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ด้วยความเร่งรีบ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย เธอถลาเข้าไปคว้าลำแขนแกร่งของคีรินทร์ที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาเย็นชาไว้แน่น
“คีรินทร์... ฮึก... ไปส่งมายด์หน่อย แม่มายด์อาการทรุดหนัก โรงพยาบาลบอกว่ากำลังพาแม่เข้าห้องไอซียู” เธอสะอื้นบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน คีรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตานั่น ความโกรธแค้นในใจวูบไหวไปชั่วขณะเมื่อเห็นความพินาศในดวงตาของเธอ
“ได้สิ... คุณรอผมแป๊บ” เขาตอบสั้นๆ ทว่าน้ำเสียงกลับดูนิ่งลึกยากจะคาดเดา
ตลอดทางบนรถสปอร์ตหรู ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่จนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของวริศราที่ดังสอดแทรกมาเป็นระยะ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันเงียบสงบของโรงพยาบาลเอกชนในยามเช้า ดูจะยิ่งซ้ำเติมความหนาวเหน็บในใจของวริศราให้ดิ่งลึกลงไปอีก หญิงสาวรีบปาดน้ำตาแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาพยาบาลหน้าห้องเพื่อรับชุดปลอดเชื้อเข้าไปหามารดา คีรินทร์ยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังนั้นจนหายเข้าไปหลังประตูบานใหญ่ ภาพที่เธอพยายามจะเข้มแข็งเพื่อแม่ทำเอาเขารู้สึกร้าวรานลึกๆ ในอก
ร่างบางยืนอยู่ข้าง ๆ เตียงในห้องไอซียูดวงตาบวมช้ำจ้องมองร่างที่ผอมโซของมารดาซึ่งบัดนี้ถูกห้อมล้อมด้วยเครื่องมือแพทย์และสายที่ระโยงระยาง เสียงสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าลมหายใจของแม่ยังไม่ดับสูญไป
คีรินทร์ยืนอยู่ข้าง ๆ และดูอาการของคุณพิสมัยมารดาของเธออย่างเงียบ ๆ ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงหนาทึบที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดห้าปี เขามองแผ่นหลังบอบบางที่สั่นเทาจากการสะอื้นไห้ด้วยอารมณ์ที่ตีรวนจนยุ่งเหยิงไปหมด
ก่อนหน้านี้... เขาเคยจินตนาการซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าหากเห็นตระกูลของวริศราพินาศย่อยยับ เขาคงจะหัวเราะออกมาด้วยความสะใจที่ความแค้นได้รับการชำระ แต่วินาทีที่เห็นหยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้มเนียน เห็นความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้หญิงที่เขาเคยรักสุดหัวใจ ใจที่เคยแข็งกระด้างดุจหินผากลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ความรู้สึกสงสารแล่นเข้าจู่โจมจนเขาแทบจะทนดูต่อไม่ไหว คีรินทร์ขยับเข้าไปใกล้ร่างที่ดูคล้ายจะล้มพับได้ทุกเมื่อ
“คุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ผมจะไปจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้” น้ำเสียงของเขายังคงติดจะนิ่งขรึม ทว่ามันกลับมีความนุ่มนวลอย่างที่วริศราไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของซาตานในคราบชายคนรักเก่า หญิงสาวหันกลับมาสบตาเขาเพียงครู่เดียว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจและโศกเศร้า
“ขอบคุณนะคะ...คีรินทร์”
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พยายามสลัดความใจอ่อนทิ้งไปก่อนจะก้าวเดินไปยังฝ่ายบัญชีของโรงพยาบาล ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและทรงอำนาจดึงดูดสายตาคนรอบข้าง คีรินทร์หยิบเช็คและเอกสารออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท วางมันลงบนเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีของนักธุรกิจที่สุขุมเยือกเย็น