ตอนที่2 ทุกที่ทุกเวลา
ตอนที่2 ทุกที่ทุกเวลา
“อ๊ะ ๆ ๆ จะ...เจ็บ อื้อ!” เสียงร้องครวญครางของรรินดังขึ้นพร้อมกับมือไม้ที่พยายามยื่นไปผลักดันสามีตัวเองออกจากร่าง สามีที่เห็นหน้าเธอก็พุ่งเข้าใส่ผลักเธอราบลงก่อนจะขึ้นทาบทับเธออย่างไม่สนใจว่าตอนนั้นจะอยู่กลางโถงบ้าน โต๊ะกินข้าว หรือว่าที่ไหนที่เขาต้องการ มันเป็นแบบนี้มาเกือบเดือนแล้วตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นภรรยาในบ้านของเขา
“ฉันรู้ แต่ฉันหยุดตัวเองไม่ได้” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นแหบพร่าเพื่อบอกเธอโดยที่เอวสอบก็ยังตอกอัดสาดใส่ความเป็นชายแข็งใหญ่เข้าออกไม่หยุด
“รินจุกค่ะ อ๊ะ! อ๊า!” รรินร้องครางออกมาด้วยลมหายใจติดขัดกับการอัดกระแทกจากด้านหลังระหว่างที่เธอยืนเกาะโซฟาตัวสูงอยู่
“ใกล้แล้วทนหน่อย” เตโชตอบกลับภรรยาตัวเองออกมาอย่างให้ความหวังแต่กลับไม่หยุดการเคลื่อนไหวของเขาเลยสักนิด มือใหญ่บีบเอวคอดของเธอไว้แน่นก่อนที่เอวสอบของเขาจะกระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างสุดแรงของความบ้าคลั่ง
ปั่ก! ๆ ๆ ๆ
“อ๊ะ ๆ ๆ ...” เสียงแหลมกรีดร้องครวญครางออกมาแทบจะหายใจไม่ทัน มือไม้จิกทิ้งโซฟาไว้แน่นอย่างระบายความอัดอั้นของตัวเอง “อ๊ะ ๆ กรี๊ด!!”
แต่สุดท้ายเธอก็ทนต่อความถี่ระรัวไม่ไหวท้องน้อยบีบรัดก่อนจะปลดปล่อยออกมาในที่สุด
“อ่า!” เสียงครางหนัก ๆ ของเตโชดังขึ้นหลังจากถูกบีบรัดแน่นจากเธอพร้อมกับน้ำขาวขุ่นที่ถูกพ่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ทุกหยาดหยดพุ่งเข้าในร่องรักของหญิงสาวตรงหน้าโดยมีบางส่วนย้อนทะลักออกมาค่อย ๆ ไหลลงตามขาเรียวของเธอ
พรึ่บ! เป็นเหมือนทุกครั้งที่เขาถอนตัวออกจากเธออย่างไม่บอกกล่าวและดึงทีเดียวสุดความยาว เรียกได้ว่าทำให้รรินสับสนกับเขาไม่หายเลยสักนิด
แต่เธอก็รีบชันตัวยืนแล้วดึงกางเกงขาสั้นกับกางเกงชั้นในของตัวเองขึ้นมาสวมใส่อย่างรีบร้อนไม่สนใจความเปียกชื้นที่เขาทิ้งไว้ให้ ไม่ต่างกับเขาที่ดึงกางเกงตัวเองมาใส่อย่างไม่ได้คิดจะเช็ดความเปียกชื้นออกเลย
“คราวหลังรินขอแค่ในห้องนอนอย่างเดียวได้ไหมคะ” รรินตัดสินใจพูดกับสามีตัวเองขึ้นอย่างตรงไปตรงมาเพราะเธอรู้สึกกลัวทุกครั้งเวลาเขาทำแบบนี้กลางบ้าน บ้านที่มีแม่บ้านอยู่ร่วมอีกสองคน
“งั้นเธอก็อย่ายั่วฉัน” เตโชว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบยากจะคาดเดา
“รินไปยั่วคุณตอนไหนคะ” รรินถามขึ้นอย่างแปลกใจกับคำพูดของเขา
“ทุกตอนนั่นแหละ” และครั้งนี้เขาก็ว่าออกมาด้วยรอยยิ้มมุมปากเบา ๆ ดูร้ายกาจอย่างมาก
“.....” รรินมองหน้าเขาอย่างสับสนกับตัวตนของเขาที่เธออยู่ร่วมกับเขามาเกือบเป็นเดือนได้แล้วแต่กลับดูไม่ออกเลยว่าเขาคิดหรือรู้สึกยังไงในแต่ละเวลา เดี๋ยวก็ราบเรียบยากจะคาดเดา เดี๋ยวก็ดูเย็นชาจนน่ากลัว เดี๋ยวก็ดูร้ายกาจจนไม่น่าไว้ใจ ราวกับคนหลายบุคลิกก็ว่าได้
“มานั่งสิ...” ไม่พูดเปล่าเตโชดึงมือของรรินเดินไปนั่งโซฟาข้างกายเขากอ่นจะถามเธอขึ้น “อยู่ที่นี่เกือบเดือนแล้วเป็นยังไง รู้สึกแบบไหน”
คำถามไถ่ทั่วไปของคนเป็นสามีภรรยากัน แต่เป็นสามีภรรยาที่ไม่ได้รู้จักและคบหากันมาก่อนคำถามเลยดูเหมือนคนอาศัยร่วมกันมากกว่า
“ก็ดีค่ะ” รรินตอบกลับอย่างที่รู้สึก ทุกอย่างไม่ได้ถึงกับดีมากแต่ก็ไม่ได้แย่อะไร เธอที่ต้องลาออกจากงานตั้งแต่ตกลงเป็นภรรยาเขาเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ภรรยาที่ดูแลเรื่องภายในบ้านทุกอย่างอาจจะมีเบื่อหน่ายบ้างเพราะต้องอยู่แต่บ้าน แต่ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไรไม่ได้คับที่คับใจ
“แล้วเธออายุเท่าไหร่” เตโชถามขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ได้คิดจะถามหรือสนใจเรื่องพวกนี้ของภรรยาตัวเองมาก่อน
“ยี่สิบห้าค่ะ...แล้วคุณเตละคะ” รรินตอบกลับออกไปก่อนจะถามเตโชกลับ
“คิดว่าฉันเท่าไหร่ล่ะ” เตโชไม่ได้ตอบแต่ย้อนถามเธอกลับ
“อืม~...สามสิบสาม” รรินมองหน้าเข้าอย่างพิจารณา ใบหน้าที่หล่อเหลาและลงตัวอย่างมาก ทุกอย่างเข้าและรับกันอย่างดี บวกกับความนิ่งขรึมในหลาย ๆ เวลาของเขาทำให้ดูภูมิฐานมาก แตกต่างกับเธอไม่น้อยเลยจริง ๆ
“ถ้าฉันบอกว่าสามสิบเก้า” แล้วเตโชก็ตอบคำถามด้วยคำถามอีกครั้ง แต่ดันเป็นคำถามที่เป็นคำตอบในตัว
ใช่เพราะเขาอายุสามสิบเก้าแล้วนี่แหละเลยทำให้ทางบ้านเดือดร้อนอยู่ไม่สุขจนต้องซื้อภรรยาให้กับเขาแบบนี้
“!....พูดจริงเหรอคะ!” รรินได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกหลอกเลยก็ว่าได้ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าใกล้จะสี่สิบแล้วเพราะภายนอกเขายังดูเหมือนคนอายุสามสิบต้น ๆ ด้วยซ้ำ ที่สำคัญกว่านั้นถ้าเขาอายุสามสิบเก้าจริง นี่เธอกับเขาห่างกันสิบสี่ปีเลยอย่างนั้นเหรอ
“ก่อนเธอจะเข้ามาเป็นเมียฉันเธอก็ไม่รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันอายุเท่าไหร่” เตโชย้อนถามออกไปอย่างที่เป็นตั้งแต่แรก
“ค่ะ” รรินไม่ได้ปฏิเสธเลยว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะตอนแรกทุกคนต่างก็คิดไปเหมือนกันว่าคนที่จะเป็นสามีของเธอก็พ่อของเขา กระทั่งมีการจดทะเบียนสมรสนั่นแหละถึงได้รู้ว่าไม่ใช่พ่อของเขา แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเป็นใคร
“แล้วเธอจะไม่กลัวหน่อยเหรอว่าฉันอาจจะเป็นคนแก่หรือพิการก็ได้” เตโชถามขึ้นอีกครั้งหลังจากได้รับคำตอบจากหญิงสาว
“.....” และคำถามนี้ก็ทำให้รรินเงียบไป แต่ไม่ใช่เพราะไม่มีคำตอบหรอกนะที่เงียบ เธอเงียบเพราะเธอคิดหมดทุกอย่างนั่นแหละ เพียงแต่คิดแล้วก็ไร้ประโยชน์เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงคือการแต่งเข้า
“แล้วตอนที่รู้ว่าได้ฉันเป็นสามี เธอดีใจไหม” แล้วเตโชก็ถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบแต่สีหน้าเธอกลับซ่อนความคิดของเธอไม่ได้
“ค่ะ” และครั้งนี้รรินก็ตอบคำถามของเขาออกไปได้ การได้เขาเป็นสามีแม้จะยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีหรือไม่แต่อย่างน้อยความเป็นอยู่ตลอดมาเขาก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเลยสักนิด จะมีก็แค่ความนรุนแรงหนึ่งที่เขาไม่เคยหยุดยั้งตัวเองได้ไม่ว่าเธอจะขอร้องแค่ไหนก็ตาม...เรื่องอย่างว่า
“ก็ดี ทุกอย่างจะได้ง่าย”
