
บทย่อ
เพราะเธอคือคนที่เกี่ยวข้องกับใครอีกคนในความแค้นของเขา นั่นทำให้เขาดึงเธอเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงเหล่านั้น หลอกล่อความรู้สึกของเธอราวกับเป็นของเล่น กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เขาไม่ได้เลือกเธอ... แต่คนมันจะรักอยู่เฉย ๆ เขาก็รัก ส่วนกับคนที่เขาไม่รักต่อให้อยู่ใกล้แค่ไหนก็ไม่เคยเข้าไปในหัวใจได้...อย่างนั้นเหรอ ในเมื่อเขาเล่นกับใจเธอได้ แล้วทำไมเธอจะเล่นกับใจเขาบ้างไม่ได้ล่ะ ก็มาลองดูกันว่าสุดท้ายแล้วใจเขาจะแข็งพอไม่หวั่นไหวไปกับเธอได้จริงหรือเปล่า หรือจะเป็นเธอเองที่ต้องเจ็บปวดคนเดียวเหมือนเดิม
ตอนที่1 ถึงเวลาต้องชัดเจน
ตอนที่1 ถึงเวลาต้องชัดเจน
“จะไปไหนอีก” เสียงเรียบนิ่งของ คราม เอ่ยถามหญิงสาวที่ตนรักออกไปอย่างสงสัยในการกระทำที่ช่วงนี้ของเธอที่เอาแต่ออกไปข้างนอกติดต่อกันบ่อย ๆ
“ไปหาเพื่อน” คำตอบเหมือนกับทุกวันของ แพรวพราว ตอบกลับครามออกมาโดยไม่ได้สนใจมองสบตากับเขา
“เพื่อนหรือใคร คิดว่าจะหลอกพี่ได้จริง ๆ เหรอ” ครามพูดขึ้นเหมือนกับรู้ทุกอย่างรวมถึงคำโกหกของเธอ
แต่เหมือนอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่แค่เหมือน แต่เขารู้ทุกอย่างที่เธอทำจริง ๆ ต่างหาก
“พี่ให้คนคอยตามพราวเหรอ!” แพรวพราวได้ยินแบบนั้นก็หันไปถามครามอย่างไม่พอใจทันที แต่ใครจะพอใจที่ถูกแอบตามดูการกระทำลับ ๆ กันล่ะ
“แล้วทำตัวให้น่าไว้ใจไหมล่ะ” ครามเอ่ยออกมาอย่างยอมรับ และถ้าเธอทำตัวไม่น่าสงสัยเขาก็คงไม่ทำแบบนี้
“ถ้าจะทำกันขนาดนี้ก็ไม่ต้องเรียกว่าแฟนแล้ว ให้เป็นนักโทษเลยเถอะ!” แพรวพราวเอ่ยออกมาอย่างฉุนเฉียวโดยไม่สนใจความผิดของตัวเอง
“ก็ถ้าพราวยังทำแบบนี้อยู่ก็ไม่ต้องคบกันแล้วล่ะ เลิกกันแล้วก็ไปอยู่กับมันเลยสิ!”
ครามย้อนกลับไปอย่างไม่เคยทำมาตลอด ย้อนกลับไปอย่างรู้สึกเหนื่อยไม่น้อยกับความสัมพันธ์ที่รักเท่าไหร่ก็เหมือนไม่พอสักที ให้ไปเท่าไหร่ก็เหมือนกับถูกทิ้งขว้างจนหมด
ครามกับแพรวพราวรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เขากับเธออยู่โรงเรียนเดียวกันแต่ห่างกันสามปีและคบกันตอนเขาอยู่มอห้าเธออยู่มอสอง ตอนนั้นเขากับเธอคบกันด้วยดีและก็คบกันมาตลอดแม้เขาจะเข้ามหาลัย คบกันกระทั่งขึ้นมหาลัย
เขาและเธอก็คบกันแบบนั้นมาเรื่อย ๆ จนแปดปีเหมือนจะรักกันดีและไม่มีปัญหาอะไร แต่เขากลับมารู้อีกทีตอนที่เธอมาบอกเลิกกับเขาก่อนกลับจากเรียนต่อต่างประเทศ เลิกทั้งน้ำตาของเธออย่างรู้สึกผิด
“พราวขอโทษ ตอนนี้พราวสับสนจริง ๆ พราวรักพี่คราม แต่พราวก็เหมือนกับรักคนอื่นไปแล้ว” น้ำตาพร้อมคำขอโทษที่ดังขึ้นทำให้เขาเองทั้งเจ็บและจุกในอกไม่น้อยจนพูดอะไรแทบไม่ออก
“หมายความว่าลึก ๆ พราวก็ยังรักพี่ใช่ไหม” ความโง่งมของความรักทำให้เขาพูดขึ้นอย่างพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดพอจะเข้าข้างตัวเองได้ แต่นั่นก็เพราะเขาเองก็ผิดที่ละเลยเธอเหมือนกัน
“อืม” แพรวพราวตอบออกมาอย่างสับสนไม่น้อย แต่ช่วงวัยของเธอก็ไม่ผิดหรอกจะมีความสับสนและแยกอะไรหลาย ๆ อย่างในความรู้สึกไม่ออก
“ได้ งั้นพี่ยังไม่เลิกกับพราว พี่จะให้เวลาพราวจนกว่าพราวจะแน่ใจในความรู้สึกของพราว ถึงตอนนั้นพี่จะยอมรับการตัดสินใจทุกอย่างของพราว”
ความรักมันต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ มีใครตั้งหลายคนที่มักจะเคยยอมไร้เหตุผลและดูโง่งมให้กับความรักอย่างไม่มีข้อแม้
และเขาก็เหมือนกัน เขาที่เฝ้ารอเธออย่างไม่มีเงื่อนไข เฝ้ารอความแน่ใจของเธอมาตลอดโดยไม่คิดจะมีใครจนกระทั่งเธอกลับมาหาเขาและบอกว่าเธอรักเขาและไปจากเขาไม่ได้ เขากับเธอจึงกลับมาคบกันอีกครั้งเหมือนเดิม
เพียงแต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของเขาและเธอกลับดูจะซับซ้อนขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายปี เหมือนจะรักเหมือนจะเลิกแต่กลับไปไหนจากกันไม่ได้สักที ไปไม่ได้ทั้งเธอที่รั้งเขาไว้ ไปไม่ได้ทั้งที่ใจของเขาก็ไม่ปล่อยวางเธอเหมือนกัน
รู้ตัวอีกทีมันก็ผ่านมาสองปีกว่าแล้วจริง ๆ ที่เขากับเธอไม่ได้มีช่วงเวลาของคู่รักเหมือนอดีต รู้ตัวอีกทีเขาก็เหนื่อยไม่น้อยแล้วกับการรักษาความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เขารักและอยากใช้ชีวิตคู่กับเธอ
“พี่เหนื่อยแล้วนะพราวที่ต้องใช้ชีวิตคู่แบบไร้จุดหมายปลายทางแบบนี้ พี่คิดว่าถึงเวลาที่พราวต้องชัดเจนกับความสัมพันธ์ของเราสักทีแล้วล่ะ”
ครามเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยล้าเต็มทนกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ เหนื่อยไม่น้อยที่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักแต่กลับไม่สามารถหาความสุขเจอ
“พี่กำลังให้พราวเลือกอย่างนั้นเหรอ” แพรวพราวถามครามขึ้นอย่างไม่พอใจกับการคาดคั้นของเขาตอนนี้
“ถ้าพราวไม่เลือก จะให้พี่เลือกไหมล่ะ” ครามย้อนคำพูดของแพรวพราวขึ้นอย่างเอาจริงแบบไม่เคยทำมาก่อน
“แล้วพี่ครามจะเลือกอะไร” แพรวพราวย้อนถามเขากลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิด
“ถ้าพราวจะคบกับพี่ต่อก็ไม่มีสิทธิ์คิดถึงใครอีก แต่ถ้าพราวยังคิดถึงและอยากไปหาใครอีกคน พี่ก็จะปล่อยพราวไป”
ครามพูดในสิ่งที่ไม่เคยพูดได้อย่างเด็ดขาดกับหญิงสาวตรงหน้าออกไปเป็นครั้งแรก พูดออกไปอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
“งั้นเหรอ งั้นลองดูกันไหมว่าพี่จะปล่อยพราวได้จริงหรือเปล่า” แพรวพราวได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้กลัวหรือหวั่นไหวแม้แต่น้อย เธอยังท้าทายเขาขึ้นก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องของเขาไปอย่างไม่ลังเลสักนิด
แต่ทั้งหมดเพราะเธอรู้ดีว่าเขารักและผูกพันกับเธอมากแค่ไหน ก็เหมือนกับเธอที่เป็นกับเขานั่นแหละ แม้ว่าใจจะมีใครอีกคนที่คิดว่ารักมากกว่า แต่ก็ปล่อยเขาไปไม่ได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอจะอยู่ในความสันพันธ์ที่อธิบายยากแบบนี้มาหลายปีเหรอ
เพราะฉะนั้นเขาอยากเลือกอะไรก็ให้เขาเลือกไปเถอะ เธอรู้ว่าสุดท้ายเขาก็ไปไหนจากเธอไม่ได้เหมือนที่เธอก็ยากจะไปจากเขามาตลอด มันเป็นแบบนี้จนใครก็มองมันทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
