ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว ep 1
เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนในยุคนี้ต่างก็ขวนขวายหาสมัครงานกันใหญ่ สมัยนี้งานก็หายาก เรียบจบมา ก็หางานทำยากเย็นซะเหลือเกิน ต่างคนต่างก็ชิงดีชิงเด่นเพื่อให้ได้มีงานนั้นมาทำ เพื่อการมีชีวิตอยู่รอดในทุกวันเพราะทุกวันนี้เงินคือปัจจัยหลักสำคัญของการดำเนินชีวิต
แต่ทว่ายุคเศรษฐกิจแบบนี้ ทำให้ทุกคนลำบาก และเดือดร้อน บ้างงานไม่มี เงินไม่มี ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ ทำให้เจ้าหนี้ตามทวง จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนกันใหญ่
"ที่นี่ไปสมัครงานทิ้งไว้เป็นเดือนแล้วก็ไม่โทรมาสักที ส่วนบริษัทที่นี่ก็ไม่รับ อีกทีคนก็คนเต็มแล้ว เฮ้อ...ฉันจะทำยังไงดีเนี้ย จะหางานได้จากที่ไหนทำล่ะ อุตส่าห์เรียนจบถึงตั้งปริญญาตรี ไม่มีความหมายอะไรเลยหรือไง งานก็หายากจริงๆ เงินเก็บก็จะหมดแล้วด้วย ทำไงล่ะเนี้ย โอ๊ย!!! ทำไมงานมันหายากจริงๆ แบบนี้นะ"
ฟ้าใสก็เป็นหนึ่งในผู้คนที่พยายามหางานทำในเมืองหลวง ไม่ว่าจะไปบริษัทไหนๆ ก็มีแต่จะเอาพนักงานออก เพราะช่วงนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปหมด ทั้งโรคระบาด และข้าวของทุกอย่างก็ขึ้นราคาแพงไปหมด ทำให้เป็นภาระ และหนี้สิน สำหรับใครหลายๆ คน ทำให้บริษัทต้องยอมปลดพนักงานออกเพื่อการอยู่รอด
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา หากงานไม่มีทำ เงินที่อุตส่าห์ทำงานพาร์ทไทม์ทามเก็บเล็กผสมน้อยช่วงที่เรียนมหาลัยก็จะค่อยๆ หมดไปก็จะเปล่าประโยชน์ ไหนจะค่ากิน ค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ รายจ่ายจิปะทะ วันๆ หนึ่งก็จำเป็นต้องมีเงินใช้จ่ายต่างๆ รายวันร่ำไป โดยไม่มีรายรับ มันทำให้จิตใจเธอในตอนนี้แย่ไปหมด...
ฟ้าใสนั้นเธออยู่แค่ตัวคนเดียว พ่อแม่ก็ตายจากตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอได้อาศัยอยู่กับยาย จนกระทั่งเธอได้เข้าเรียนสู่มัธยมปลาย ยายก็มาเสียไปอีกคน ทำให้เธอต้องทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบ ญาติพี่น้องที่เคยมี เขาก็ไม่เคยถือว่าเธอเป็นญาติด้วย ทำให้เธอนั้นลำบากมาทั้งชีวิตจนถึงตอนนี้
เธอหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งขึ้นมา ที่เปิดรับสมัครงาน ก่อนตัดสินใจโทรไปตามเบอร์ติดต่อที่ให้ไว้
‘ขอให้ได้ ขอให้ได้ที่นี่ทีเถอะ’
เธอภาวนาขอให้งานทำหลังจากที่รอมางาน ก่อนสูดลมหายใจเต็มปอดกดเบอร์โทรศัพท์ โทรไปยังหมายเลขปลายทาง ขอเพียงแค่ความหวังเล็กๆ ของเธอที่คาดหวังสมหวังสักที
"สวัสดีค่ะ บริษัทซัมมิสพาส หรือเปล่าคะ โทรมาสมัครงานค่ะ มีตำแหน่งอะไรพอว่างไหมคะ ฉันทำได้ทุกอย่างเลยนะคะ"
ฟ้าใสยังมีหวังเพื่อสมัครงานอีกครั้ง แม้จะผ่านมาเกือบจะ 10 บริษัทแล้วก็ตาม เธอก็ไม่เคยคิดท้อแท้ เพื่อเงิน เพื่อเงิน เธอคิดแค่คำนี้เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เธอสู้ต่อไปอย่ายอมแพ้
“โอ้ยน้อง ไม่รับแล้วค่ะ คนเต็มแล้ว ไปหาดูที่ใหม่เถอะนะ”
ตู๊ด…ตู๊ด…
"เฮ้ออีกแล้วเหรอเนี้ย" เสียงถอนหายใจดังออกมาอีกครั้ง ล้มเหลว ล้วเหลวอีกแล้ว! เธอคิดไม่ตกเลยว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตดี
ร่างทั้งร่างของเธอล้มลงบนที่นอนด้วยความกังวลที่พยายามจะหางานมาทั้งวัน แต่ไม่มีที่ไหนอยากรับเธอเลย เธอถูกปฏิเสธทุกบริษัทที่โทรไปสอบถามหางาน
"โอ้ย..! จะทำยังไงดี จะอดตายก็ตอนนี้แหละ ฟ้าใสนะฟ้าใส คนทั้งประเทศมีเป็นล้านคน ทำไมต้องเป็นฉันหนึ่งในนั้นที่ไม่สมหวังด้วย"
ฟ้าใสเธอรู้สึกท้อต่อโชคชะตาที่กำลังเล่นตลกกับเธออยู่ หรือนี่คือบททดสอบกับชีวิตเธอที่ต้องเจอ ฟ้าใสนำร่างกายที่อ่อนล้าลุกขึ้นมาจากที่นอน เธอเดินโซซัดโซเซอย่างสิ้นหวัง เพื่อนำร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงมานั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่ยายของเธอนั้นเคยซื้อให้สมัยเรียนอยู่มัธยมปลาย เพราะนี้คือความทรงจำดีๆ และกำลังใจของยายที่ทำให้เธอนั้นมีแรงสู้ต่อไป
เวลาล่วงเลย เข้าช่วงค่ำคืนหนึ่ง...
หญิงสาวอย่างฟ้าใส ก็ยังนั่งบนเก้าอี้ตัวโปรดไม่ยอมลุกหนีไปไหน บนโต๊ะมีเพียงคอมยี้ห้อเก่าๆ ที่เธอนั้นใช้ตั้งแต่สมัยเธอเรียนมัธยม จนตอนนี้ก็หลายปีมาแล้ว แต่มันก็ยังพอใช้ได้อยู่ถึงแม้ว่าจะแบตเสื่อมไปนิดหนึ่ง ถึงหน้าจอติดๆดับๆ ก็นิดหน่อยแหละ แต่ถึงอย่างนั้นฟ้าใสก็คงจะไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อเครื่องใหม่เหมือนใครคนอื่นเขา เพราะต้องเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและต้องใช้อย่างประหยัด
เธอฟุบหน้าลงบนโต๊ะที่มีคอมตั้งอยู่ข้างหน้า จู่ๆ คอมก็เกิดอาการรวนติดๆ ดับๆ สักพักก็เกิดควันพุ่งออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุทำให้เธอสะดุ้งตกใจ แต่ถึงอย่างนั้นฟ้าใสเธอก็คิดว่า ของมันคงจะเก่าเกินทนแล้ว ถ้ามันเสียก็คงต้องปล่อยทิ้งไป
