บทที่ 9/1
“พีท งานเมื่อวานเป็นยังไงบ้าง”
ศศินาถามขณะที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าด้วยกันที่คอนโดเหมือนทุกวัน ก่อนออกไปทำงาน
“เรียบร้อยดี ทางเออีแจ้งว่าวันพฤหัสนี้จะส่งดราฟท์มาให้เราตรวจถ้ามีอะไรผิดพลาดจะได้รีบแก้ไข ก่อนงานแถลงข่าววันอาทิตย์”
“ดีเลย นาให้ทางคุณหญิงส่งจดหมายเชิญนักข่าวแล้วนะ แล้วก็โทรไปติดต่อหน้าห้องท่านรัฐมนตรีช่วยสุรวิทย์ให้มาเป็นเกียรติในงานด้วย”
“นาเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยมาด้วยเหรอ ทำไมล่ะ ปกติไม่เคยเห็นนาเชิญ”
ภัทรพลเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“พอดีมีนักข่าวที่รู้จักกัน เขากระซิบมาว่าน้ำหวานเป็นหลานสาวท่าน ฉันเลยให้คุณหญิงลองติดต่อไปที่หน้าห้องท่านดู ให้ท่านมาช่วยเปิดงานในฐานะที่หลานสาวท่านมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เรา แต่ก็ยังไม่รู้นะว่าท่านจะมาหรือเปล่า เพราะมันค่อนข้างกระชั้น แล้วก็ท่านค่อนข้างระมัดระวังตัวเอง แต่ถ้าท่านมาได้นะ รับรองงานนี้นักข่าวเพียบ”
ภัทรพลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกกังวลใจ เกรงว่าจะมีเรื่องให้จับโป๊ะกันในงาน ไม่รู้มาก่อนว่าน้ำหวานเป็นหลานสาวท่านรัฐมนตรีช่วยเพราะเธอไม่ได้บอก จะทำยังไงดีถึงจะไม่มีพิรุธ ขณะที่คิดอยู่นั้นศศินาก็เอ่ยปากถามชายหนุ่มว่า
“เออ พีท คุณเต้เขาพักที่คอนโดแถวเจริญกรุงเหรอ”
“ไม่นี่คอนโดมันอยู่ทองหล่อแถวร้านประจำนั่นแหละ เดินมายังได้เลย”
ภัทรพลตอบอย่างไม่คิดอะไร
“อ้าวเหรอฉันเห็นคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกง เขียนว่าThe Regent คลับคล้ายคลับคลาว่าอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวๆ เจริญกรุง”
ศศินาชูคีย์การ์ดในมือขึ้นภัทรพลถึงกลับเหงื่อตก ไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นซับ เก็บทิ้งไปแต่กล่องถุงยางดันลืมเก็บคีย์การ์ดไปด้วย
“อ๋อ คอนโดนี้มันจะขายพอดีไอ้เจตน์มันสนใจ มันเลยฝากคีย์การ์ดไว้ให้ไอ้เจตน์ เดี๋ยวไอ้เจตน์มันจะแวะมารับที่ตึก ที่ทำงานมันใกล้เรามากกว่าไง”
เขาพยามหาทางเอาตัวรอด พร้อมรีบไปหยิบคีย์การ์ดจากมือเมียมาเก็บไว้
“คุณเต้เขาจะขายเท่าไหร่เหรอ ห้องใหญ่ไหมถ้าคุณเจตน์เขาไม่ซื้อแล้วคุณเต้เขายังอยากขายอยู่บอกนาได้นะ นาให้เอเจนท์ที่รู้จักกันเขาช่วยขายให้”
ศศินาบอกอย่างมีน้ำใจ
“ไม่ไม่ ไม่ใช่ของมันหรอกของคนรู้จักมันอีกที เขาฝากมาน่ะ”
“นั่นสินาก็แปลกใจ เจ้าของโครงการอย่างคุณเต้ ทำไมถึงจะมาขายห้องเดี่ยวๆ แบบนี้ แล้วรู้สึกว่าโครงการนั้นไม่น่าจะใช่ของ President Properties บริษัทคุณเต้นี่ ใช่ไหม”
ภัทรพลแทบจะกุมขมับให้กับความฉลาดของเมียปกติก็ภูมิใจดีใจว่ามีเมียฉลาด แต่ดูเหมือนความฉลาดรอบรู้ในวันนี้จะทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก ขณะที่กำลังกังวลว่าจะตอบยังไงดีเสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
‘ติ๊ง’ เขาหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู
“พี่พีทถึงบ้านเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ”
เห็นเป็นข้อความจากนลินีเขาก็รีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าดังเดิม
“มีอะไรหรือเปล่า”
ศศินาถาม
“เปล่าไอ้เต้มันไลน์มาถามว่าถึงบ้านเรียบร้อยดีใช่ไหม อิ่มแล้วรีบไปทำงานกันเถอะ เดี๋ยวรถติด”
ภัทรพลลุกขึ้นหิ้วกระเป๋าแล้วจูงมือศศินาให้เดินตาม พร้อมเตือนตัวเองว่าอย่าลืมโทรหาไอ้เต้
