ตอนที่ 1.2 ครอบครัวเฟย
เฟยจงเหรินมองหน้าบุตรชายคนรองนิ่งไม่เอ่ยอะไรออกมาแต่การเลือกที่จะเงียบของเขากลับเป็นคำตอบให้กับเขาได้เป็นอย่างดี
เฟยหมิงส่ายหัวน้อย ๆ ในใจรู้สึกอย่างไรไม่อาจอธิบาย ชายหนุ่มหลุดยิ้มขำ ก้าวถอยหลัง มุมปากยกขึ้นเย้ยหยันในความคาดหวังของตนเอง
เขายอบกายลงพยุงภรรยาที่อุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนให้ลุกขึ้น แล้วหันมากวาดตามองครอบครัวทั้งหมดของตนอีกครั้ง
“ทำเรื่องแยกบ้านเถอะ ในเมื่ออยู่กันไปรังแต่จะสร้างความรำคาญใจให้แก่กัน เช่นนั้นก็แยกย้ายต่างคนต่างอยู่”
“จะได้อย่างไร เจ้าออกไปแล้วเรื่องค่ายใช้จ่ายในบ้านใครจะรับผิดชอบ ไหนจะค่าเลี้ยงดูหลานชายเจ้าอีก” เฟยจงเหรินเอ่ยถามบุตรชาย แววตาไม่พอใจระคนตำหนิ
เงินทองในบ้านส่วนมากล้วนเป็นเจ้ารองหาเข้ามา หากขาดเจ้ารองไปไม่รู้ว่าฐานะของตระกูลเฟยจะยังคงเอาไว้อย่างนี้ได้อยู่หรือไม่
เฟยหมิงมองบิดาจนใจที่จะพูดเต็มทน
เขาอุตส่าห์คาดหวังว่าบิดาจะพูดคำพูดที่ทำให้เขาไม่รู้สึกผิดหวังมากเกินไป แต่หลังได้ยินคำพูดอีกฝ่ายกลับยิ่งเสียใจมากกว่าเดิม
“ท่านพ่อเรื่องค่าเลี้ยงดูหลานก็ให้พี่ใหญ่เป็นคนจัดการ ต่อไปนี้ลูกใครก็เลี้ยงกันเอาเอง ข้าออกจากตระกูลเฟยแล้ว เรื่องของตระกูลเฟยหลังจากนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า”
“เจ้ารองอย่าได้พูดจาเลอะเลือน ถึงจะไม่เลี้ยงดูหลานแต่พ่อแม่ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องเลี้ยงดู เจ้าอย่าได้คิดว่าจะออกไปอย่างสุขสบายไม่คิดรับผิดชอบข้ากับพ่อเจ้า” เป่ยอี้เอ่ยขึ้น
“ท่านแม่ข้าพูดชัดเจนแล้วไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะออกไป ส่วนเรื่องเลี้ยงดู หากท่านกังวลหลังจากนี้เมื่อข้ามีรายได้เข้ามาจะมอบให้ท่านทุกเดือนเดือนละสิบตำลึง ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น”
“เจ้าคิดว่าพ่อกับแม่เจ้าเป็นขอทานรึ สิบตำลึงใช้ซื้อหินวิญญาณได้ไม่กี่ก้อน ครอบครัวเรามีกันตั้งเท่าไรจะไปพอได้อย่างไร”
“พอหรือไม่ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า ข้าถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณที่ดูเลี้ยงมามากพอแล้ว พวกท่านจะตกลงหรือไม่ตกลง”
“ไม่มีวัน ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าออกไปใช้ชีวิตสบาย ๆ ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรเลย !”
“ในเมื่อท่านแม่ต้องการอย่างนั้นข้าก็จะทำให้พวกท่านยอมปล่อยข้าไปแต่โดยดี”
มองนัยน์ตาบุตรชายที่ไร้ซึ่งความเคารพเหมือนที่ผ่านมา เป่ยอี้พลันรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาเสียดื้อ ๆ “เจ้าคิดจะทำอะไร อย่าได้คิดทำอะไรไม่ควร”
“ในเมื่อพวกท่านไม่คิดปล่อยข้าไปง่าย ๆ เช่นนั้นข้าก็จะป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่า ตระกูลเฟยบีบคั้นลูกสะใภ้คิดขับไล่หลานสาวที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ซ้ำยังลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน ดูสิว่าหลังจากนี้พวกท่านจะยังกล้าก้าวเท้าออกจากบ้าอยู่หรือไม่”
“จะ....เจ้ารองเจ้า!!” เป่ยอี้ชี้หน้าอ้าปากจะด่าบุตรชาย แค่นี้ชื่อเสียงตระกูลเฟยก็ตกต่ำมากพอแล้ว หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปอีกนางจะยังมีหน้าออกไปพบผู้คนอยู่อีกหรือ
เฟยหยวนเห็นมารดาโมโหจนพูดไม่ออกก้าวเข้ามาประชิดข้างกายดันมือมารดาลงข้างตัว หันมองน้องชาย
“เจ้ารองอย่าได้คิดทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนเรื่องแยกบ้านเอาตามที่เจ้าว่ามาทั้งหมด” เฟยหยวนกล่าว
“เจ้าใหญ่เจ้าพูดอะไร เหตุใดถึงยอมให้เจ้ารองออกไปเสวยสุขข้างนอกง่าย ๆ” เป่ยอี้ไม่พอใจในการตัดสินใจของลูกชายหนัก แต่กลับไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุด่ารุนแรง เพราะในบรรดาบุตรทั้งสาม เฟยหยวนคือคนนี้นางรักมากที่สุด
“ท่านแม่ปล่อยน้องรองไปเถอะขอรับ หรือท่านอยากจะเดินออกจากบ้านแล้วได้รับสายตาต้อนรับจากคนข้างนอก”
เป่ยอี้ขมวดคิ้วคิดขยับปากพึมพำสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมพยักหน้าเห็นด้วยกับบุตรชาย
ไม่มีเจ้ารองแล้วอย่างไร ถึงอย่างไรนางก็ยังมีบุตรชายอยู่อีกตั้งสองคน
“ก็ได้ในเมื่อเจ้าอยากจะแยกบ้านนักเช่นนั้นก็แยก !”
