ตอนที่ 4 เพราะลูก
ตอนที่ 4
พราะลูก
เสียงฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายในคืนวันอาทิตย์ที่เย็นเฉียบ อินตาค่อย ๆ เปิดหน้าต่างบานเล็กของห้องเช่าเก่า ๆ ของเธอ ปล่อยให้สายลมเย็นชื้นปะทะกับแก้มที่เพิ่งจะแห้งสนิทจากหยาดน้ำตาที่ไหลรินเมื่อครู่ ท้องของเธอเริ่มนูนเด่นขึ้นจนเห็นได้ชัดเจนหากเธอสวมเสื้อผ้าที่รัดรูป และแม้จะพยายามเก็บซ่อนมันไว้ใต้เสื้อตัวหลวม ๆ แค่ไหน...ก็ไม่มีทางที่จะซ่อนจากการรับรู้ของโลกภายนอกได้อีกนานนัก
แต่สิ่งที่เธอไม่มีวันซ่อนได้...คือหัวใจของลูกน้อยที่กำลังเต้นอยู่ข้างในตัวเธออย่างมั่นคงและแข็งแรง เป็นจังหวะชีวิตที่กำลังยืนยันการมีอยู่ของเขา
การเจอกันอีกครั้งของเธอกับนทีธาร...ไม่ได้จบลงแค่เพียงการสัมภาษณ์งาน แต่กลับจบลงด้วยประโยคที่เรียบเย็นแต่ทรงพลังจากเขา...
“ย้ายไปอยู่ที่คอนโดฉัน...พรุ่งนี้”
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอร้อง หรือคำชักชวน ใด ๆ มันเป็นเพียงคำสั่งที่ไม่มีทางเลือกอื่น และเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าภายใต้ความเย็นชาและไร้อารมณ์ของเขา ยังมีเงาของความเป็น 'พ่อ' ที่เริ่มสั่นไหว แม้เขาจะยังไม่ยอมรับมันออกมาเป็นคำพูดก็ตาม
คอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมือง สูงเสียดฟ้าถึงสามสิบชั้น ราคาหลายสิบล้านบาท คืนนั้นอินตายืนอยู่กลางห้องรับแขกที่กว้างขวางเกินตัว ในมือของเธอมีเพียงกระเป๋าผ้าใบเดียวที่บรรจุข้าวของไม่กี่ชิ้น กับชุดทำงานสีซีดเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่ ดวงตาของเธอมองไปยังแสงไฟสลัว ๆ ที่สาดส่องลงมาจากโคมไฟระย้า เสียงภายในห้องเงียบจนเธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง
“ห้องคุณอยู่ไหนคะ” เธอถามเขาเบา ๆ หลังจากก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ ข้างกายของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังถอดสูทตัวแพงวางพาดไว้บนพนักพิงโซฟาหนังสีเข้ม
“ฉันอยู่ชั้นบน ห้องใหญ่” เขาตอบสั้น ๆ โดยไม่มองหน้าเธอ
“...” อินตาเงียบรอฟังคำตอบต่อไป
“เธอกับลูกอยู่ชั้นล่าง ห้องแขก”
คำว่าเธอกับลูกที่หลุดออกมาจากปากของเขาทำให้อินตาชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะเขายอมรับ แต่เป็นเพราะประโยคนั้นได้ตอกย้ำให้เห็นถึงการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างเขาและเธอ ตั้งแต่ประโยคแรกที่เขาพูดออกมา
“ไม่ต้องทำอะไรที่เธอไม่อยากทำ”
เขากล่าวเสริม ราวกับอ่านใจเธอออก “ฉันแค่ไม่อยากให้เด็กเกิดมาโดยไม่มีพ่อให้เห็นหน้า ฉันไม่ใช่คนดี...แต่ฉันก็ไม่เลวถึงขนาดจะปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งท้องแล้วต้องเลี้ยงลูกคนเดียว”
อินตายิ้มบาง ๆ ยิ้มทั้งที่รู้ว่า...สิ่งที่เขาให้เธอคือ 'ความรับผิดชอบแบบเย็นชา' ไม่ใช่ 'ความรัก' ที่เธอแสนโหยหาและไม่เคยได้รับ
สามวันแรกในคอนโดของเขา คือบททดสอบหัวใจที่หนักหน่วงที่สุดสำหรับอินตา ทุกเช้า เธอตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้ตัวเอง ซักผ้าเด็กอ่อนมือสองที่เธอซื้อเก็บไว้ในกล่องอย่างทะนุถนอม พลางนั่งดูคลิปวิดีโอในยูทูบสอนวิธีการอุ้มทารกด้วยมือข้างเดียว ส่วนเขา...ตื่นเช้า ออกไปทำงาน และกลับมาในยามค่ำคืน ก่อนจะปิดประตูห้องชั้นบนโดยไม่เคยเอ่ยแม้แต่คำทักทายใด ๆ
ไม่มีคำถามว่า “เป็นยังไงบ้าง” ไม่มีแม้กระทั่งคำถามง่าย ๆ อย่าง “กินข้าวหรือยัง”
แต่ทุกคืน...อินตาได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของเขาที่เดินผ่านหน้าห้องเธอ แล้วก็หยุดนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้นนานสองนาน ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะเคลื่อนขึ้นบันไดไปยังชั้นบน คนบางคน...อาจพูดความรู้สึกออกมาไม่ได้ แต่หัวใจของเขากำลังเดินวนเวียนอยู่กับสิ่งที่เขายังไม่กล้ายอมรับออกมา
วันเสาร์ที่เงียบสงัด อินตานั่งเย็บผ้าเช็ดหน้าเด็กผืนเล็ก ๆ ด้วยด้ายสีชมพูอ่อนอย่างประณีต พลันท้องของเธอก็กระตุกเบา ๆ เหมือนเจ้าตัวเล็กกำลังดิ้นและทักทายอยู่ข้างใน เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เพราะรู้ว่าลูกยังคงอยู่ตรงนี้...อยู่ข้างในตัวเธอ แม้ว่าโลกทั้งใบจะเงียบสงัดเพียงใด
เสียงประตูถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ฝีเท้าเงียบกริบจนแทบไม่ได้ยิน แต่เธอรู้ว่าเป็นเขา เพราะกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ กลิ่นเดิมที่คุ้นเคย และเงาของร่างสูงที่ทอดยาวบนพื้นไม้ข้างหน้าเธอ
“พรุ่งนี้...ไปหาหมอใช่ไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ค่ะ”
“ฉันจะไปด้วย”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่เขากลับไม่มองตอบ เขากลับหลังและเดินออกไปทันที ราวกับการพูดประโยคสั้น ๆ นั้นได้ใช้พลังงานทั้งหมดที่เขามีในหัวใจไปแล้ว
วันรุ่งขึ้น ในห้องตรวจสีขาวสะอาด อินตานอนหงายอยู่บนเตียงอัลตราซาวด์ คุณหมอหญิงวางหัวเครื่องสแกนลงบนหน้าท้องของเธอเบา ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หัวใจเต้นดีมากเลยค่ะ แข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณลูกเลยนะคะ”
เสียงหัวใจของเด็กน้อยดังผ่านลำโพงออกมาอย่างชัดเจน
ตึก...ตึก...ตึก...ตึก...
ดังถี่รัวอย่างมั่นคง ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังเติบโตและกำลังส่งเสียงทักทาย อินตาน้ำตาคลอเบ้า เธอยิ้มจนมือไม้สั่นด้วยความสุขและความตื้นตัน
ทว่านทีธาร...เขานิ่งสนิท ไม่พูด ไม่ถาม ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย แต่เธอสังเกตเห็น...ปลายนิ้วเรียวของเขาขยับน้อย ๆ บนตักอย่างไม่เป็นจังหวะ เหมือนคนที่กำลังพยายามควบคุมบางสิ่งบางอย่างที่กำลังถาโถมเข้ามาในใจ แต่ก็ไม่อาจกดมันลงไปได้ทั้งหมด
คืนนั้น อินตาเห็นเขานั่งอยู่ริมระเบียงคอนโด สูบบุหรี่มวนแรกในรอบหลายวัน เขายังคงไม่พูด ไม่สบตาเธอเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ถามสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ถ้าเด็กเกิดมา...เธอจะบอกเขายังไง?”
อินตาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“จะบอกว่าพ่อของเขา...ไม่เคยเกลียดเขาหรอกค่ะ แค่พ่อยังไม่กล้ารักใครอีก”
คำตอบนั้น...ไม่ใช่มีดที่กรีดบาด แต่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพตัวเขาเองในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต
บางความเจ็บปวด...ไม่จำเป็นต้องตะโกนออกมาให้ใครได้ยิน เพียงแค่เดินผ่านกันอย่าง เงียบ ๆ...ก็ทำให้ห้องทั้งห้องเย็นยะเยือกจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว
