ตอนที่ 1 คืนเดียวฝากรอยลึกในดวงใจ
ตอนที่ 1
คืนเดียวฝากรอยลึกในดวงใจ
เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเบา ๆ ราวกับจะกล่อมบรรยากาศยามค่ำคืนให้เคลิบเคลิ้ม แสงไฟสีทองนวลส่องสว่างสะท้อนกับผนังกระจกใสของโรงแรมหรูหราใจกลางมหานคร ที่นี่คืออาณาจักรแห่งความโอ่อ่าฟุ่มเฟือย ที่ซึ่งแขกเหรื่อผู้มีอันจะกินในชุดราตรีและสูทสั่งตัดจากแบรนด์ดังระดับโลกเดินเฉิดฉาย ถือแก้วแชมเปญฟองละเอียดประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับราคาแพง
เสียงหัวเราะสดใสเคล้ากับบทสนทนาที่พร่างพรู แต่ทว่าภายใต้รอยยิ้มและคำพูดเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยม่านบังตาและภาพลวงตาที่ซ่อนเร้นความจริงเอาไว้
ตรงมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ร่างบอบบางในชุดพนักงานเสิร์ฟสีดำสนิทก้มหน้าก้มตาเก็บแก้วเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะสูงด้วยท่าทีคล่องแคล่วและแผ่วเบา ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ของเธอ แม้จะปราศจากเครื่องสำอางแต่งแต้ม ก็ยังเผยให้เห็นความงามหวานละมุนที่ซ่อนอยู่ในโครงหน้าได้รูป ดวงตาคู่สวยพยายามเก็บซ่อนความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกอยู่ภายใต้แพขนตายาวงอนที่ทอดตัวลง
อินตาไม่ได้เลือกที่จะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ไม่ได้เลือกที่จะมีชีวิตที่สุขสบาย และแน่นอนว่าเธอไม่ได้เลือกที่จะมาทำงานหนักในค่ำคืนวันศุกร์อันแสนหรูหราที่ผู้คนต่างใช้ชีวิตราวกับมีความสุขเหลือล้นเช่นนี้ ทว่า...เธอต้องเลือกที่จะทำ เพราะในชีวิตจริงของเธอ ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ง่ายดายกว่านี้แล้ว
แม่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะ น้องชายที่กำลังอยู่ในวัยเรียน และทุนการศึกษาปริญญาโทของเธอเองที่แทบจะไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพอันแสนแพงในเมืองหลวงแห่งนี้ ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ผลักดันให้เธอต้องขวนขวายหารายได้พิเศษทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ ขอเพียงแค่เป็นงานสุจริต เธอยินดีทำทุกอย่าง
“คุณ...ช่วยเอาแก้วนี้ไปหน่อย”
เสียงทุ้มห้วน ๆ ดังขึ้นข้าง ๆ กาย ทำให้ร่างบางชะงัก อินตาเงยหน้าขึ้นรับแก้วไวน์จากมือใครคนนั้น พลันดวงตาคู่สวยก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเจ้าของเสียง และในวินาทีนั้นเองที่เธอรู้สึกราวกับเวลาทั้งมวลได้หยุดนิ่งลง
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้ม รูปร่างสูงสง่าและผึ่งผาย เรือนผมสีดำเข้มถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันรับกับใบหน้าคมสัน ดวงตาคู่คมกริบแม้จะแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป แต่กลับเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เป็นแววตาของคนที่ผ่านโลกมามากพอที่จะไม่จำเป็นต้องเปลืองคำพูดให้มากความ ใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววเย็นชาในยามปกติ ยิ่งดูคมคายและน่าค้นหาในยามที่เขาตกอยู่ในภวังค์เช่นนี้ เขาคือ นทีธาร
เจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้ หนึ่งในนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เพิ่งกลับมาสร้างชื่อเสียงและกอบกู้สถานะของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เคยล้มละลายเพราะการลงทุนผิดพลาดเมื่อหลายปีก่อน อินตาเคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาบ้าง เธอรู้ว่าชายคนนี้คือผู้ชายที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
“ไม่คิดเลยว่าเจ้าของงานจะมานั่งซึมอยู่มุมนี้”
อินตายิ้มบาง ๆ ที่มุมปากพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอเพียงแค่พูดไปตามความคิด ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบใดกลับมา เพราะคนอย่างเขาคงไม่สนใจคำพูดของพนักงานเสิร์ฟตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทว่า...สิ่งที่ได้กลับมาคือคำถามที่คาดไม่ถึง
“เธอชื่ออะไร”
เขาสวนกลับมาทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าของอินตาอย่างไม่ปิดบัง ราวกับกำลังสำรวจทุกส่วนเสี้ยวของเธอ
“อินตาค่ะ”
“ชื่อปลอมใช่ไหม”
คำถามที่แทงใจดำอย่างตรงไปตรงมาทำให้หญิงสาวเม้มปากแน่น เธอไม่รู้ว่าเขาคิดว่าเธอเป็นใคร หรือกำลังมองเธอในแง่มุมไหน แต่เธอก็ไม่คิดที่จะแก้ตัว เพราะคนอย่างเขา...คงไม่สนใจความจริงของใครนอกจากตัวเขาเองอยู่แล้ว
“ไม่ต้องแกล้งใส ๆ หรอก ฉันไม่ซื้อเวลาใคร...แต่ถ้าเธออยากอยู่ ก็อยู่ที่นี่กับฉันคืนนี้”
คำพูดที่ห้วนสั้นแต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจ ราวกับเขามองทะลุปรุโปร่งจิตใจของเธอ อินตารู้ดีว่าเธอควรจะลุกขึ้นและเดินหนีไปจากตรงนี้ในวินาทีนั้น ควรจะหันหลังเดินจากเขาไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่า...เธอไม่ลุก ไม่ใช่เพราะอยากได้สิ่งใดจากเขา ไม่ใช่เพราะหลงใหลในรูปกายที่สง่างามหรือชื่อเสียงของเขาเลยแม้แต่น้อย หากแต่เป็นเพราะในแววตาของเขา...มันมีบางสิ่งบางอย่างที่เธอเองก็ไม่เคยได้รับจากใครเช่นกัน ความว่างเปล่าที่ลึกจนคล้ายหลุมดำ
และความว่างเปล่านั้นกลับดึงดูดเธออย่างประหลาด ยิ่งไปกว่านั้น...อินตาก็รู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะยับยั้งสัญชาตญาณบางอย่างที่กำลังเรียกร้องจากส่วนลึกของหัวใจ
คืนนั้น... ห้องสวีทสุดหรูของโรงแรมไม่ได้อบอวลไปด้วยกลิ่นราคะหรือเสียงครวญครางยามร่วมรัก หากแต่กลับเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของคนสองคน ที่ต่างกอดกันแน่นราวกับกำลังจะจมหายไปจากโลกนี้พร้อมกัน พวกเขาไม่ใช่คู่รักที่รู้จักกันมานาน ไม่มีความผูกพันใด ๆ ทว่าในอ้อมกอดนั้นกลับเต็มไปด้วยความต้องการบางอย่างที่ไร้คำพูด...ความต้องการที่จะเติมเต็มช่องว่างในหัวใจที่ว่างเปล่าของกันและกัน ความเปลี่ยวเหงาที่ถูกปลดปล่อยออกมาในค่ำคืนที่แสนยาวนาน ความเงียบที่ปกคลุมห้องพักไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเป็นความเงียบที่ผ่อนคลาย ปลอดภัย และปลอบประโลม
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านที่เปิดแง้มเพียงเล็กน้อย สาดส่องเข้ามาในห้องสวีท อินตาตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่า ร่างกายรู้สึกชาเย็นแต่หัวใจกลับสงบนิ่ง มือหนาของเขายังคงวางทับมือเรียวของเธอไว้เบา ๆ ราวกับเด็กชายขี้กลัวที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาเพียงลำพัง อินตาจ้องมองใบหน้าหลับใหลของนทีธารอย่างพิจารณา เส้นผมสีเข้มที่ยุ่งเล็กน้อยยามหลับใหล ใบหน้าคมคายที่ดูผ่อนคลายกว่ายามตื่น และริมฝีปากหยักที่เคยเอ่ยถ้อยคำห้วน ๆ เมื่อคืนก่อน
แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้น...สิ่งแรกที่หลุดออกจากปากของเขาไม่ใช่คำทักทาย หากแต่เป็นคำถามที่ซ้ำรอยเดิม
“เธอชื่อจริง ๆ ว่าอะไร”
“ไม่สำคัญหรอกค่ะ เราแค่คนแปลกหน้าที่เคยพลาด...แค่คืนเดียว”
อินตาตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ เธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ สวมใส่เสื้อผ้าของตัวเองอย่างช้า ๆ โดยไม่หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง แล้วก้าวเท้าเดินจากห้องนั้นมา โดยไม่หันหลังกลับไปแม้แต่น้อยแม้ในใจจะสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาว่า...ใช่...มันแค่คืนเดียว...แค่คืนเดียวเอง
แต่ทว่า...อะไรบางอย่างในร่างกายของเธอกลับไม่เห็นด้วยกับคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ ช่วงเวลาที่อินตาควรจะมีรอบเดือนตามปกติกลับเงียบสนิท ไร้วี่แววของสัญญาณเตือนใด ๆ ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปภายในร่างกายของเธอ อาการวิงเวียนศีรษะที่เริ่มเป็นบ่อยขึ้น ความอ่อนแรงที่แฝงเข้ามาในแต่ละวัน และที่สำคัญคือ...หัวใจที่เต้นแรงแปลก ๆ ยามที่เห็นภาพเด็กทารกตัวเล็ก ๆ ในโทรทัศน์ หรือได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กน้อยจากที่ไหนสักแห่ง
แล้ววันหนึ่ง...เสียงนุ่มนวลของนายแพทย์ก็ดังขึ้นในห้องตรวจอย่างแผ่วเบา
“คุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ”
อินตายิ้มออกมาก่อนที่น้ำตาอุ่น ๆ จะร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบเชียบโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะเธอไม่พร้อมที่จะเป็นแม่ ไม่ใช่เพราะเธอไม่ต้องการเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากแต่เป็นเพราะเธอรู้ดีว่า พ่อของลูก...ไม่มีแม้แต่ความทรงจำที่เต็มไปด้วยหัวใจของค่ำคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย
ถ้ามันแค่คืนเดียวจริง ๆ...แล้วทำไมทั้งชีวิตฉันถึงไม่เหมือนเดิมอีกเลย...
