ไล่ตะเพิด
ตอนที่ 3
ไล่ตะเพิด
ด้วยความเครียดทำให้วันนี้ปณตตัดสินใจที่จะไม่เข้าบริษัท ชายหนุ่มไม่รู้จะไปไหน เขารู้สึกเคว้งคว้างทุกครั้งที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน ถึงแม้จะโตจนป่านนี้แต่ความรู้สึกนั้นมันก็ไม่เคยจางหายไป ชายหนุ่มตัดสินใจขับรถมาหาเพื่อนที่บ้าน
“อ้าวไอ้ปณต มาทำอะไรแต่เช้า”
ตอนนี้เพิ่งแปดโมงเช้า และมันเป็นเวลาที่เขาไม่ควรมารบกวนเพื่อน แต่เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปไหน เมื่อก่อนทุกครั้งที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเขาก็มักจะมาหาเพื่อนคนนี้เสมอ
“พอดีฉัน…”
“ไม่ต้องพูด ฉันรู้ว่าแกมาทำไม”
ศราวุธรู้ดีว่าเพื่อนมาที่นี่ทำไม เขาเป็นเพื่อนสนิทกับปณตมานานหลายปี สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนประถม ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนมาที่นี่เพราะเหตุอะไร
“มาเช้าแบบนี้ก็ดีเลย ฉันกำลังจะกินข้าวกับลูกกับเมีย แกก็มากินด้วยกันสิ”
ปณตเดินตามเพื่อนมาที่ห้องอาหาร ศราวุธแต่งงานแล้ว แต่งงานทันทีหลังเรียนจบกับแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ตอนนี้เขามีลูกชาย ฝาแฝด กำลังน่ารักน่าฟัด
“มาแต่เช้าเลยนะปณต”
เปรมสินีเอ่ยทักทายเพื่อนสมัยเรียน เธอเองก็เป็นเพื่อนอีกคนของปณตเช่นกัน นอกจากจะเรียนโรงเรียนเดียวกันแล้วยังเรียนห้องเดียวกันมาโดยตลอด
“ขอโทษที่มารบกวนแต่เช้านะ”
ชายหนุ่มเองก็เกรงใจ ตอนนี้เพื่อนของเขามีครอบครัวมีเพื่อนที่ต้องดูแล เขาไม่ได้อยากเอาเรื่องหนักใจมาใส่หัวเพื่อน เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้จะไปไหนจึงได้ตัดสินใจขับรถมาที่นี่
“เดี๋ยวกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปคุยกันข้างบน”
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ปณตกับ ศราวุธก็ขึ้นมาด้านบน ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่เต็มไปด้วยหนังสือประเทืองปัญญา ศราวุธนั่งที่เก้าอี้ ก่อนผายมือเชิญเพื่อนให้นั่งที่โซฟา
“พ่อกับแม่แกทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม”
ปณตพยักหน้าพลางจิบเครื่องดื่มไปด้วย
“ฉันว่าแกแยกมาอยู่คนเดียวไม่ดีกว่าเหรอ ฐานะอย่างแกจะซื้อเพ้นท์เฮ้าส์หรูๆสักแห่ง ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอก”
“ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว”
เหตุผลที่เขาไม่ยอมซื้อบ้านหรือคอนโดไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเงิน เพียงแต่ว่าเขาไม่อยากอยู่คนเดียว อีกอย่างทุกค่ำคืนเขามักจะไปนอนที่โรงแรม เขาเลยคิดว่ามันไม่น่าจะจำเป็นสำหรับเขาสักเท่าไหร่
“ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียวก็หาแฟนเป็นตัวเป็นตน แกจะได้ไม่ต้องเหงา”
เขาชอบมีความสัมพันธ์ทางกายแต่ไม่ได้แปลว่าเขาอยากจะผูกมัดกับใคร เขาไม่พร้อมที่จะมีคนรัก ไม่พร้อมที่จะมานั่งดูแลหรือเอาอกเอาใจใคร อีกอย่างเขาไม่อยากมีชีวิตเหมือนพ่อและแม่ เขาไม่รู้ว่าเขาจะเจอผู้หญิงที่ดีและซื่อสัตย์กับเขาหรือเปล่า และเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเขาจะเป็นสามีที่ดีได้หรือไม่ นี่จะเป็นเหตุผลที่เขาไม่อยากดึงใครเข้ามาในชีวิต เพราะเขากลัว กลัวว่าชีวิตคู่จะล้มเหลวเหมือนกับชีวิตคู่ของพ่อและแม่
“แกควรจะคิดเรื่องมีครอบครัวได้แล้ว แกอายุไม่น้อยแล้ว มัวแต่กลัวอะไรอยู่”
“ฉันไม่ได้โชคดีเหมือนนาย นายมีครอบครัวที่ดีมาโดยตลอด การที่นายจะเริ่มต้นรักใครสักคนจึงไม่ใช่เรื่องยาก”
ศราวุธเติบโตมาในครอบครัวที่ดี มีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่เคยมีความขัดแย้งในครอบครัว พี่น้องรักใคร่กลมเกลียว สามีภรรยาเข้าใจและซื่อสัตย์ต่อกัน ทุกครั้งที่เขามาบ้านของศราวุธ เขารู้สึกมีความสุขเสมอ มีความสุขมากกว่าอยู่บ้านของตัวเองด้วยซ้ำ
“มันไม่เกี่ยวหรอก มันอยู่ที่ตัวแกด้วยว่าพร้อมที่จะเริ่มต้นหรือเปล่า”
ปณตโตพอที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเอาสถานการณ์และครอบครัวมาเป็นตัวตัดสินและปิดกั้นตัวเองแบบนี้
“จะมีผู้หญิงคนไหนรักฉันจริง ทุกวันนี้มีแต่คนหวังเงินทั้งนั้น”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีแฟน เขาเองก็เคยมี แต่เขาไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรักและความจริงใจที่เธอมีให้เขาจึงได้ตัดสินใจเลิก เขาเบื่อที่ต้องมานั่งเอาอกเอาใจและทนอยู่กับผู้หญิงที่เห็นแก่ผลประโยชน์แบบนี้
ปณตเคยคิดว่าเงินจะสามารถซื้อความรักได้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันซื้อความรักและความจริงใจจากใครไม่ได้เลย ซื้อได้แค่เพียงร่างกายเท่านั้น
“มองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า นายเพิ่งเคยคบกับผู้หญิงแค่คนเดียวแต่จะตัดสินผู้หญิงทั้งโลกไม่ได้หรอกนะ”
ศราวุธเตือนสติไม่อยากให้เพื่อนคิดลบแบบนี้ เขาอยากให้ปณตลองเปิดใจรักผู้หญิงดีๆสักคน แล้วจะได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร
ความใคร่มันก็เป็นแค่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว หลังจากที่มันผ่านไปความสุขก็เลือนหายไปด้วย แต่หากเป็นความรักมันจะมาพร้อมกับความสุขที่ยั่งยืนและยาวนาน
ทุกวันนี้ศราวุธมีความสุข เขาจึงอยากให้เพื่อนของเขามีความสุขเช่นเดียวกัน
“นายไม่ใช่ฉัน นายจะเข้าใจอะไร”
“แล้วมีใครเข้าใจนายมากเท่าฉันไหมล่ะ ถ้าฉันไม่เข้าใจนายนายคงไม่มาหาฉันถึงที่นี่หรอก”
ศราวุธรู้ทัน ขนาดพ่อแม่ของปณต ยังเข้าใจลูกตัวเองไม่มากเท่าเพื่อนอย่างเขาเลย ไม่แปลกเวลามีปัญหาปณตถึงเลือกที่จะมาที่นี่
“ที่ฉันพูดไปทั้งหมดเพราะฉันหวังดีกับนาย อันดับแรกนายต้องเลิกมองโลกในแง่ร้ายก่อน ลองเปิดใจคบกับผู้หญิงดีๆสักคน ฉันเชื่อว่าบนโลกใบนี้ยังมีผู้หญิงดีๆอีกมาก ฉันมั่นใจว่าสักวันนายก็ต้องเจอ ผู้หญิงที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของนาย”
ชายหนุ่มคิดตามคำพูดของเพื่อน เขาไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นไหม รู้เพียงแต่ว่าคงไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน เขายังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้และไม่พร้อมที่จะผูกมัดหรือสร้างครอบครัวกับใคร
ถึงมันจะเป็นแค่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวแต่ก็ไม่เป็นไรเขาเลือกแล้วและเขาจะไม่เปลี่ยนใจ
