เด็กในสังกัดคนใหม่
ตอนที่ 5
เด็กในสังกัดคนใหม่
“บัว เดี๋ยวเอาจานนี้ไปเสิร์ฟโต๊ะเก้านะ ส่วนจานนี้เสิร์ฟโต๊ะสาม”
หัวหน้าพ่อครัวเอ่ยเรียกหญิงสาวหน้าตาสะสวยให้มายกอาหารไปเสิร์ฟลูกค้า หญิงสาวแม่จะรูปร่างบอบบางดูเหมือนคนไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง แต่เธอกลับกระตือรือร้น ขยันขันแข็งและไม่เอื่อยเฉื่อยเหมือนพนักงานคนอื่นๆ แม้ว่าจะได้ค่าแรงเท่ากันแต่ความขยันไม่เท่ากันอย่างแน่นอน เพราะบัวบูชาขยันมากกว่าคนอื่นหลายเท่า ทำให้เธอกลายเป็นคนโปรดของจุรี ซึ่งเป็นเจ้าของผับแห่งนี้
“ได้ค่ะเชฟ”
“นี่บัวบูชา อย่าลืมน้ำแข็งกับโซดาของลูกค้าด้วย”
หัวหน้าพ่อครัวเตือน เพราะรู้ว่าหญิงสาวขี้ลืม ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนขยันแต่ก็มักจะหลงๆลืมๆขาดตกบกพร่องอยู่บ่อยครั้ง
“ไม่ลืมค่ะเชฟ”
เธอเอ่ยอย่างกระตือรือร้นก่อนรีบยกจานอาหารไปเสิร์ฟให้ลูกค้า โต๊ะที่หญิงสาวต้องนำอาหารไปเสิร์ฟมีลูกค้านั่งอยู่ประมาณเจ็ดถึงแปดคน ซึ่งทั้งโต๊ะล้วนแต่เป็นผู้ชายและมองเธอด้วยสายตาที่โจ่งแจ้งทำให้บัวบูชารู้สึกไม่สบายใจ
“มานั่งกับพวกพี่ไหมน้อง”
หนึ่งในนั้นเอ่ยถามพลางลุกขึ้นมาโอบไหล่ หญิงสาว บัวบูชาขืนตัวออกอย่างสุภาพ เธอทำงานที่นี่มานานและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เธอมีวิธีเอาตัวรอดอย่างแนบเนียนที่จะไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกขุ่นเคืองใจ
“ขอโทษด้วยนะคะคุณลูกค้า พอดีว่าฉันต้องไปเสิร์ฟอาหารอีกหลายโต๊ะเลยค่ะ เอาไว้ว่างๆจะมานั่งคุยด้วยนะคะ”
“สัญญาเเล้วนะ”
หญิงสาวพยักหน้า ลูกค้าเหล่านี้ล้วนแต่เมามายไม่มีสติ คงไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเธอสักเท่าไหร่ ขอเพียงแค่เอาตัวรอดจากตรงนี้ไปได้ก็เพียงพอแล้ว
หญิงสาวเดินกลับเข้ามาในครัว ก่อนที่เธอจะหยิบอาหารจานต่อไปนำไปส่งให้กับโต๊ะอื่นๆภายในผับ
“เดี๋ยวเสิร์ฟโต๊ะนี้เสร็จแล้วไปหาคุณจุรีด้วยนะ คุณจุรีกำลังตามหา”
หญิงสาวไม่สบายใจขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอทำอะไรผิดหรือเปล่าเจ้าของผับถึงได้เรียกหาเป็นการส่วนตัวแบบนี้
หลังจากที่นำอาหารไปเสิร์ฟถึงโต๊ะลูกค้า บัวบูชาก็รีบขึ้นมาที่ชั้นสองเพื่อพบกับหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของผับแห่งนี้และยังเป็นเอเจนซี่ส่งหญิงสาวไปบริการชายหนุ่ม
“คุณจุรีมีธุระอะไรกับบัวเหรอคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ เธอไม่รู้ว่าทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่ชอบใจหรือเปล่า ปกติจุรีไม่เคยเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว อาจจะมีบ้างที่เจอหน้าและทักทายถามไถ่ แต่ไม่เคยถึงขั้นเรียกมาพบแบบนี้ ส่วนใหญ่คนที่ถูกเรียกมาพบจะเป็นคนที่ทำความผิด ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเพราะคิดว่าตัวเองคงทำอะไรผิดพลาดไป
“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันขอคุยธุระกับลูกค้าก่อน”
จุรีต่อสายโทรศัพท์หาใครบางคน โดยที่บัวบูชาก็ได้ยินทุกอย่าง
“สรุปว่าเสี่ยยังสนใจเด็กคนนี้อยู่ไหมคะ จุรีรับรองได้เลยว่าคนนี้บริการดีมาก ประสบการณ์โชกโชน เสี่ยจะต้องถูกใจอย่างแน่นอนค่ะ”
หญิงวัยกลางคนพยายามอวดสรรพคุณของเด็กในสังกัด หวังให้ลูกค้าสนใจและปิดดีลกับเธอ และแน่นอนด้วยประสบการณ์ที่มีมากกว่า 10 ปี เธอสามารถจับจุดและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เพียงไม่กี่วินาทีคนปลายสายก็ตอบรับข้อตกลง
จุรีรีบวางสายเพราะมีธุระสำคัญอยากจะคุยกับบัวบูชา ความจริงเธอสนใจบัวบูชามานานแล้ว เพราะอีกฝ่ายหน้าตาสะสวย หากได้เข้ามาอยู่ในสังกัดรับรองว่าค่าตัวต้องพุ่งสูงอย่างแน่นอน
ยิ่งพอจุรีรู้ว่าตอนนี้หญิงสาวตรงหน้ากำลังหาเงินเพื่อรักษาแม่ที่ป่วย เธอจึงไม่รีรอเลยที่จะยื่นข้อเสนอให้หญิงสาว
“เธอรู้ไหมว่าฉันเรียกเธอมาทำไม”
“ไม่ทราบค่ะ”
บัวบูชาตอบสั้นๆ เสียงไม่ดังและไม่เบาจนเกินไป เธอกำลังกลัวว่าตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า จู่ๆโดนเรียกพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้ทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
“ไม่ต้องกลัว เธอไม่ได้ทำอะไรผิดและฉันไม่ได้เรียกเธอมาด่า แต่ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้แม่เธอกำลังป่วยหนัก เธอต้องใช้เงินรักษาแม่ใช่ไหม”
แววตาเธอหม่นลงก่อนพยักหน้า
“ฉันเข้าใจดี ฉันเองก็เคยพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันมาอยู่ตรงนี้”
บัวบูชาเงยหน้ามองจุรี เธอพอจะคาดเดาได้บ้างแล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
“เธออย่าเพิ่งปฏิเสธ ฉันสัญญาว่าจะไม่ฝืนใจเธอ ขอเพียงแค่เธอฟังฉันสักนิด แแล้วฉันจะให้เธอเป็นคนตัดสินใจเอง”
จุรีไม่ได้คิดจะบีบบังคับหญิงสาวตั้งแต่แรก แต่เธอรู้ว่าข้อเสนอนี้จะทำให้บัวบูชาไม่สามารถปฏิเสธเธอได้อย่างแน่นอน
หญิงวัยกลางคนจนปัญญาที่จะหาผู้หญิงตรงตามความต้องการของปณต แต่พอเธอนึกถึงบัวบูชา ภาพผู้หญิงในจินตนาการของชายหนุ่มก็ปรากฏเป็นใบหน้าอีกฝ่าย
“เธอรู้ใช่ไหมว่างานที่ฉันจะเสนอให้เธอทำงานอะไร”
บัวบูชาพยักหน้า เธอรู้ว่าคืองานอะไร
“ถ้าเธอยอมไปดูแลลูกค้าคนนี้ ฉันรับรองได้ว่าเธอจะได้เงินไม่ต่ำกว่าสองแสน”
บัวบูชาไม่เข้าใจว่าทำไมรายได้ของเธอถึงสูงขนาดนี้ ทั้งๆที่เธอเคยแอบได้ยินมาว่าผู้หญิงในสังกัดของจุรีมีค่าตัวแค่หลักพันเท่านั้น
“เธอไม่ต้องงงหรอก เธอไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน สองแสนที่ฉันพูดถึงเป็นค่าพรหมจรรย์ของเธอ”
บัวบูชายอมรับว่าเธอไม่เคยคิดอยากจะขายศักดิ์ศรี แต่ตอนนี้อาการของแม่เธอแย่ลงเรื่อยๆ เธออยากให้แม่ได้รักษาในโรงพยาบาลดีๆ ได้อยู่ในมือหมอที่เก่งๆ แต่ลำพังเงินเดือนพนักงานเสิร์ฟอย่างเธอ แค่จะประทังชีวิตยังยาก นับประสาอะไรกับค่ารักษาพยาบาล เธอคงไม่มีปัญญาที่จะจ่ายเพื่อแม่ แต่หากได้เงินก้อนนี้มา แม่ของเธอก็อาจจะมีโอกาสได้ไปอยู่โรงพยาบาลดีๆ
หญิงสาวคิดหนัก ใจหนึ่งก็ไม่อยากขายศักดิ์ศรี แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้แม่หายจากอาการป่วย
“ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจหนึ่งชั่วโมง ถ้าโอเคกับข้อเสนอฉันจะโอนให้เธอก่อนหนึ่งแสน ส่วนอีก เเสนทางคุณปณตจะจ่ายให้เธอหน้างาน”
บัวบูชาไม่ได้ปฏิเสธในทันทีทำให้จุรีรู้ว่ามีแนวโน้มที่หญิงสาวจะตอบรับข้อตกลง เธอไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องแม่ของอีกฝ่ายมาเป็นข้อต่อรองเพื่อบีบคั้น แต่นี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยเหลือบัวบูชาและครอบครัวได้ รวมทั้งเธอก็จะได้ไถ่โทษที่ทำผิดพลาดกับลูกค้าชั้นดีอย่างปณตด้วย
