บทที่ 4
“คืนนี้ฉันคงไม่ได้แวะมา” ติณณภพเอ่ยบอกคนข้างตัวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยปกติ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่เรียบร้อยดีเขาจึงทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะฉวยหยิบเอาหนังสือพิมพ์รายวันขึ้นมาอ่านไปพร้อมกับยกกาแฟ ที่ดารินเพิ่งเดินนำมันมาเสิร์ฟขึ้นดื่ม
“ค่ะ” ซึ่งอีกคนก็ตอบรับเพียงสั้นๆ ด้วยรู้สถานะตัวเองดีว่าไม่ควรเอ่ยถามอะไรออกไปให้เขาต้องรำคาญใจ หน้าที่ของเธอก็แค่รอฟังคำสั่งจากเขา และทำมันอย่างเคร่งครัดห้ามขัดขืนมันก็เท่านั้นเอง
“ฉันไปนะ” ติณณภพเอ่ยบอกเพียงสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อจัดการกับกาแฟในแก้วจนมันหายไปเกือบครึ่ง เมื่ออีกคนลุกเตรียมตัวจะจากไปอีกคนที่กำลังแต่งตัวอยู่อีกฟากก็ไม่ลืมที่จะเดินมาส่งเขาพร้อมกับยื่นเสื้อสูทสีเทาที่ถูกรีดเตรียมไว้อย่างเรียบตึงให้ไป แม้ใจอยากจะรั้งเขาให้อยู่ต่ออีกสักนิดแต่ก็ไม่กล้าพอจะทำ
“แล้วเจอกันที่ทำงาน” เสียงเข้มของคนเย็นชาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ค่ะคุณติณณ์” ดารินรับคำเพียงสั้นๆ เธอยืนมองจนแน่แก่ใจแล้วว่าติณณภพเดินไปไกลแล้วถึงได้หมุนตัวกลับเข้ามาในห้องเพื่อล้างแก้วกาแฟที่เขาดื่มไม่หมด จากนั้นก็หันไปแต่งตัวให้กับตัวเองจนเสร็จจึงคว้ากระเป๋าใบสวยขึ้นมาถือก่อนจะเดินออกจากห้องเตรียมตัวไปทำงานด้วยรถเมล์ ที่มักวิ่งผ่านหน้าคอนโดเหมือนทุกวัน
ใช้เวลาแค่ยี่สิบนาทีหญิงสาวก็มาถึงที่หมายซึ่งเมื่อหันไปมองเธอก็พบว่าติณณภพเองก็เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน หญิงสาวมองเขาอย่างกลัวๆ กล้าๆ ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงยืนตรงไปที่ลิฟต์วีไอพีที่มีแต่ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ที่ใช้ได้ไม่มีแม้แต่จะหันกลับมามองที่เธอเลย
“น้องดาครับ!” เสียงเรียกของใครบางคนไม่เพียงแต่ดังไปถึงคนถูกเรียกให้ต้องหันหลังกลับไปมองเท่านั้น แต่มันยังเรียกเอาสายตาของท่านประธานที่กำลังเดินมุ่งหน้าสู่ลิฟต์วีไอพีหันกลับมามองด้วยเช่นกัน ทุกการกระทำของเธอจึงอยู่ในสายตาของเขาตลอด
“สวัสดีค่ะพี่เอก” ดารินเอ่ยทักทายรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ที่แผนกงานขายเมื่อพบว่าคนที่ร้องเรียกเป็นเขาซึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้างที่เธอไม่ค่อยได้รับจากใครอีกคนสักเท่าไหร่ จะมีบ้างที่เขายิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้ยิ้มอ่อนหวานเช่นชายตรงหน้าเธอคนนี้เลย
“พี่ให้ครับ” เอกชัยเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นช่อกุหลาบช่อเล็กให้กับหญิงสาวที่ตนเองแอบหลงรักมาตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่บริษัท แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ค่อยสนใจใครสักเท่าไหร่เพราะเธอเอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ยอมแม้แต่จะสุงสิงกับใครจนทำให้คนอื่นๆ ไม่ค่อยกล้าที่จะเข้าใกล้ จะมีก็แต่เขาที่ยังคงตามจีบอย่างไม่ยอมแพ้เพราะหวังว่าสักวัน ดารินจะมองเห็นในความจริงใจที่เขาพึงมีต่อเธอ
“ให้ดาเหรอคะ” ดารินถามย้ำก่อนจะหน้าซีดเมื่อหันไปมองใครบางคนที่บัดนี้กำลังจ้องมองมาที่เธอกับเอกชัยอยู่ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็เบือนหน้าหนีก่อนจะเดินหายเข้าไปในลิฟต์ด้วยท่าทีสุขุมเหมือนปกติ แต่หญิงสาวรับรู้ดีว่าสายตาที่จ้องมองมานั้นมันไม่ปกติเลยสักนิด ซึ่งเธอก็รู้ดีกว่าใครๆ ว่าสาเหตุที่มันเป็นแบบนั้นเพราะอะไร
“ครับ พี่เห็นเขาขายอยู่ที่หน้าบริษัทแล้วคิดถึงน้องดาก็เลยซื้อมาฝาก เย็นนี้น้องดาว่างรึเปล่าครับ ถ้าน้องดาว่างพอดีมีร้านอาหารมาเปิดใหม่อยู่แถวๆ นี้ เขาว่าร้านนี้อร่อยมาก ถ้ายังไงเลิกงานแล้วเราไป…” ทว่ายังไม่ทันที่เอกชัยจะได้ทันพูดจบเสียงเรียกร้องจากโทรศัพท์ส่วนตัวของดารินกลับดังขึ้นขัดเสียก่อน ทำให้หญิงสาวยิ้มให้เขาเหมือนจะขอโทษที่เธอจำต้องกดรับสายก่อนซึ่งอีกคนก็เข้าใจดีเพราะหน้าที่เลขาของท่านประธานนั้นทำให้เธองานยุ่งจนไม่มีเวลาสนใจใครทั้งๆ ที่มีพนักงานชายหลายต่อหลายคนขยันแจกขนมจีบให้
“รีบขึ้นมาพบฉันที่ห้องภายในสามนาที!” เสียงดุดันจากคนที่โทรมาเอ่ยขึ้นก่อนจะกดวางสายวาง ไม่รอให้อีกคนได้ขานตอบอะไร
“ดาขอตัวก่อนนะคะพี่เอก พอดีท่านประธานโทรเรียกสงสัยมีงานด่วนเข้ามา ค่อยคุยกันนะคะ” ดารินแทบจะทำโทรศัพท์ร่วงสู่พื้นเมื่อได้ยินคำสั่งที่ฟังดูก็เดาได้ไม่ยากว่าเขากำลังหงุดหงิด และเธอก็อาจจะงานเข้ามากกว่านี้ หากไปไม่ทันเวลาที่เขาระบุไว้ หญิงสาวบอกเอกชัยก่อนจะเร่งฝีเท้าไปยังห้องท่านประธานในทันที...
