บท
ตั้งค่า

1

ฉันกำลังนั่งอยู่บนโซฟารับแขกทั้งตั้งอยู่ในห้องโถงของบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่ด้วยความกระวนกระวายใจ ภายของผู้ชายคนนั้นยังคงติดแน่นอยู่ในสมองของฉัน ภาพร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่า แถมไอ้นั่นของเขายัง...

“โอ๊ย! ไม่เอาๆ! เลิกคิดเดี๋ยวนี้เลยนะยัยขวัญ!” ฉันสั่งตัวเองด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด จะไปนึกถึงภาพน่าอายนั่นทำไมกันนะ?

โอ๊ย!!! ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสองก็มีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้ชายโป๊ไปทั้งตัวอย่างนั้นนี่นา!

ใช่... ฉันชื่อครองขวัญ จันทพร ตอนนี้อายุยี่สิบสองปีแล้ว และกำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 แต่ว่าเพิ่งเคยเห็นผู้ชายเปลือยครั้งนี้เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งที่ไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยสิ

หลายคนคงสงสัยล่ะสิว่าฉันเกิดมาในสำนักชีหรือไง? ถึงได้เพิ่งเคยเห็นผู้ชายเปลือยเป็นครั้งแรกทั้งที่อายุก็ใช่น้อยๆ!

คำตอบก็คือ... ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนั่นแหละ

ฉันอยู่กับแม่ตามลำพังเพียงสองคน แม่ทำงานที่โรงเรียนคอนแวนต์ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง และฉันได้ทุนเรียนฟรีที่นั่นตั้งแต่ประถมจนจบมัธยมปลาย แม้ว่าแม่จะเป็นเพียงแม่ครัวของที่นั่นก็เถอะ แต่ความขยันของแม่ก็ทำให้เหล่าบรรดาคุณครูทั้งหลายรักและพลอยให้ความเอ็นดูลูกสาวอย่างฉันไปด้วย

พอขึ้นมหาวิทยาลัยฉันก็เลือกเรียนที่สถานศึกษาใกล้บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าหอพัก เนื่องจากครอบครัวฉันซึ่งมีสมาชิกเพียงฉันกับแม่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ที่หามาได้ก็พอกินพอใช้ไปวันๆ และแม้ว่าฉันจะช่วยแม่ทำงานพิเศษ แต่รายได้ก็คงไม่เพียงพอที่จะให้ฉันใช้จ่ายสบายมืออย่างลูกหลานบ้านอื่นๆ ได้ นี่ยังไม่นับรวมถึงคำสอนของแม่ที่พร่ำสอนฉันทุกวันว่าเกิดเป็นผู้หญิงควรรักนวลสงวนตัว อย่าเอาร่างกายไปแลกความรัก เพราะสุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่า และย้ำให้ฉันตั้งใจเรียนให้จบสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนแม่

แล้วไอ้ฉันก็เป็นลูกสาวแสนดีผู้เชื่อฟังแม่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเสียด้วยสิ ดังนั้น... ฉันจึงไม่ค่อยเข้าไปใกล้ชิดผู้ชาย เพราะรู้ดีว่ามันเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดเรื่องราวบานปลายตามมาแน่ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายี่สิบกว่าปีของชีวิต ฉันแทบไม่ได้ใกล้ชิดกับมนุษย์เพศชายเลยสักคน ช่วงเวลาเดียวที่ฉันได้ใกล้ชิดหรือถูกผู้ชายจับมือคือตอนที่ทำกิจกรรมในช่วงรับน้องของมหาวิทยาลัย

แต่ฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับการที่กลายเป็นแม่ชีในสายตาคนอื่นๆ โดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่แทบจะไม่อยากมาทำความรู้จักกับฉัน เพราะฉันสนใจเรื่องเรียนมากกว่า ฉันอยากเรียนให้จบเร็วๆ จะได้หางานทำเต็มตัว แล้วให้แม่พักจากการทำงาน

แต่แล้วเหตุการณ์เศร้าก็เกิดขึ้นกับชีวิตฉัน เมื่อเดือนก่อนแม่ของฉันจากไปอย่างกะทันหันเพราะโรคร้ายที่ทั้งแม่และฉันเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่เป็น ชีวิตฉันเคว้งคว้างไปหมดเพราะมีญาติคนเดียวคือแม่ ส่วนพ่อน่ะหรือ? ฉันไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แม่เล่าให้ฟังว่าแม่มีฉันตอนอายุสิบแปด ตอนนั้นแม่คิดว่าการมอบกายให้พ่อของฉัน จะทำให้พ่อของฉันรักแม่มากขึ้น แต่สุดท้ายพ่อก็ปัดความรับผิดชอบและหนีไป ทิ้งให้แม่ฉันต้องเผชิญหน้ากับคำดูถูกตามลำพัง

หลังจากที่แม่เล่าเรื่องที่มีฉันให้ตากับยายฟัง พวกท่านก็บังคับแกมข่มขู่ให้แม่ทำแท้งเพื่อเอาฉันออก ซึ่งฉันก็เข้าใจพวกท่านนะ พวกท่านคงห่วงว่าแม่อายุยังน้อย ยังมีอนาคตอีกยาวไกล เลยไม่อยากให้มาเป็นแม่ตั้งแต่ยังสาว แต่สุดท้ายแม่ก็เลือกที่จะหนีออกจากบ้านมาตายเอาดาบหน้า และให้โอกาสลูกสาวอย่างฉันได้ลืมตาดูโลก ดังนั้นสิ่งที่ฉันจะตอบแทนท่านได้คือการทำตัวเป็นเด็กดี และเชื่อฟังแม่ให้มากที่สุด แม้ท่านจะจากไปแล้วก็ตาม

ตอนแรกฉันก็โกรธพ่อนะ แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว ต่อให้ฉันจะโกรธไปก็เป็นการเอาความทุกข์มาสุมหัวตัวเองเปล่าๆ แม่ก็เคยพร่ำสอนเสมอมาว่าการให้อภัยคือทานอันสูงสุดที่คนเราจะทำได้ ดังนั้น... ฉันก็ได้แต่หวังว่าตอนนี้พ่อจะอยู่สุขสบายดี

แล้วร่างสูงที่เดินลงจากบันไดมาหย่อนกายนั่งที่โซฟายาวตรงข้ามกับฉัน พร้อมกับมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยคลอเคลียอยู่ไม่ห่างก็ดึงให้ฉันกลับมาสู่สภาพปัจจุบัน

“เอาล่ะ” เขาเกริ่นขึ้น ขณะที่ผู้หญิงที่ฉันเข้าใจว่าเป็นเหยื่อของโจรโรคจิตยังเกาะแขนเขาไม่ปล่อย แถมยังมองมาที่ฉันด้วยสายตาอาฆาตแค้นเสียอีก

ฉันได้แต่มองเธอตาปริบๆ ราวกับจะขอโทษเธอผ่านสายตา ก็ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปขัดขวางความสุขของเธอกับเขาจริงๆ นี่นา ได้ยินเธอร้องโหยหวนใครจะไปคิดว่ากำลัง...

“บอกมาซิว่าเธอเป็นใคร” ชายหนุ่มตรงหน้าถาม แต่ฉันทำใจสบตาเขาไม่ได้จริงๆ นะ เพราะยิ่งมองใบหน้าของเขา ไอ้ภาพร่างกายเปลือยเปล่าของเขาก็ตามมาหลอกหลอนทุกทีเลย มันทำให้ฉันรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ เป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย และฉันไม่ชอบมันสักนิด

“เอ่อ... ฉัน... คือ...”

“นี่! ถ้าจะมัวอ้ำอึ้งอยู่อย่างนี้ก็กลับไปซะ! น่ารำคาญ!” ฉันสะดุ้งโหยงกับเสียงตวาดของผู้หญิงคนนั้น แล้วร่างกายก็สั่นน้อยๆ เพราะรู้สึกผิดที่ขัดจังหวะเธอกับเขา

“เงียบน่าเนย!” เขาหันไปเอ็ดคนรัก หลังจากที่เธอขัดจังหวะการชี้แจงของฉัน จนคนถูกเอ็ดถลึงตามองฉันราวกับอยากจะกระโดดมาบีบคอให้ตายถ้าเธอทำได้ คงโทษว่าฉันเป็นสาเหตุให้ตัวเองถูกดุสินะ ฉันทำได้เพียงส่งสายตาขอลุแก่โทษไปให้ แล้วเจ้าของร่างสูงก็หันมาคุยกับฉันต่อ “ตกลงจะบอกได้รึยังว่าเธอเป็นใคร?”

“ฉะ...ฉันชื่อครองขวัญค่ะ เป็นแม่บ้านที่พ่อของคุณส่งมา” ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีเวทมนต์หรือพลังอำนาจอะไร ถึงทำให้ฉันประหม่าจนสั่นไปทั้งตัวอย่างนี้เพียงแค่เขาสาดสายตามองตรงมา

“อ้อ... อย่างนั้นหรือ?”

“หน้าอย่างเธอเนี่ยนะจะมาเป็นแม่บ้านให้ภาม? ดูสารรูปแล้วคงมาทำลายข้าวของมากกว่า กลับไปเลยไป! ภามเขาไม่รับคนอย่างเธอเข้าทำงานหรอก” และแม้ว่าว่าที่เจ้านายของเธอจะไม่ทันได้ว่าอะไร แต่แม่สาวร้อนแรงคนนั้นก็เป็นคนเอ่ยปากไล่ฉันออกจากงานก่อน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเธอในทันใด แล้วส่ายหน้าดิก อยากจะเอ่ยขอร้องแต่ลิ้นกลับแข็งค้างไปหมดแล้ว ได้แต่นั่งมองผู้หญิงคนนั้นหันไปออเซาะผู้ชายหน้าหล่อข้างกายให้ไล่ฉันออก “ไล่มันไปเถอะค่ะภามขา... แล้วก็เอาเรื่องที่มันทำร้ายร่างกายคุณแถมด้วยข้อหาบุกรุกด้วยก็ดีนะคะ”

“อะ... มะ...ไม่นะคะ คะ...คือฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ฉันส่ายหน้าดิก พยายามที่จะอ้อนวอนไม่ให้อีกฝ่ายดำเนินคดีกับฉันในข้อหาที่ว่ามา โธ่... ก็ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่นา ถ้ารู้ว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านฉันคงไม่ฟาดเขาไม่ยั้งมืออย่างนั้นหรอก

อีกอย่าง... ฉันเสียงานนี้ไปไม่ได้ นี่คือแหล่งรายได้เดียวที่จะการันตีว่าฉันจะได้เรียนต่อหรือไม่ แล้วไหนจะยังคดีที่ว่านั่นอีก ขืนเขาแจ้งความจับเธอตามที่แฟนเขาบอกจริง ฉันจะเอาเงินที่ไหนไปสู้คดี เผลอๆ ติดคุกมาเสียอนาคตอีก

“ไม่ได้ตั้งใจแต่เธอฟาดหัวเขาจนแตกอย่างนี้น่ะนะ?” อีกฝ่ายเหมือนจะไม่เห็นใจฉันเอาเสียเลย คงเจ็บแค้นแทนแฟนหนุ่มที่ถูกฉันทำร้ายร่างกายล่ะมั้ง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ฉันเข้าใจได้นะ

“เนย!” เสียงเรียกชื่อทำให้ทั้งฉันและผู้หญิงคนนั้นหันไปมองชายหนุ่มเพียงคนเดียวในกลุ่ม เพื่อฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป “คุณกลับไปก่อนไป ผมต้องสัมภาษณ์แม่บ้านคนใหม่ของผมสักหน่อย”

“แต่ภามคะ...” ผู้หญิงที่ชื่อเนยขัดขึ้นเหมือนจะไม่ยอมกลับง่ายๆ

“บอกให้กลับไป!” เขาสั่งสั้นๆ เพียงเท่านั้น เธอก็ลุกขึ้นแล้วกระแทกส้นเท้าเดินออกไปจากบ้านทันที แล้วทีนี้... ชายหนุ่มก็พุ่งความสนใจมาที่ฉัน “เอาล่ะ... ไหนว่ามาซิว่าทำไมฉันต้องรับเธอเข้าทำงาน?”

“คะ?” ฉันอุทานอย่างแปลกใจ ก็เมื่อวานที่เข้าไปคุยเรื่องงานกับพ่อเขา ฝ่ายนั้นก็ยืนยันว่าให้เธอมาเริ่มงานวันนี้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องให้เขาสัมภาษณ์งานนี่นา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel