บทที่ 1.7
อวี้กูกูพึมพำ “ในหกตระกูลใหญ่ ไม่ใช่ประมุขเซี่ย ไม่อาจเป็นทายาทสายตรง จำเป็นจะต้องมีฐานะที่ไม่ด้อยกว่า ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่สูญเสียการควบคุม หรือว่า...” อวี้กูกูเบิกตาราวกับไม่อยากเชื่อ “เป็นไปไม่ได้!”
“อะไรที่ว่าเป็นไปไม่ได้”
“ต้องไม่ใช่ประมุขสืออย่างแน่นอน”
“เหตุใดจึงใช้คำว่า ‘ต้องไม่ใช่อย่างแน่นอน’”
อวี้กูกูอ้าปากค้าง “เป็นเขา?!”
“ใช่ เป็นเขา คราวนี้ท่านบอกข้ามา สือจิ้งผู้นี้เป็นคนอย่างไร”
“อา...” อวี้กูกูมีท่าทีเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง “ข้าไม่เข้าใจเหตุใดฝ่าบาทตัดสินพระทัยเช่นนี้ แม้ดูแล้วเป็นทางออกที่ดีต่อทุกฝ่าย ทว่าประมุขสือผู้นี้...เป็นคนล้ำลึกยิ่ง อายุยังน้อยแต่แย่งตระกูลสือมาจากมือของพี่ชายของตัวเองได้ แถมยังสามารถขับไล่ทายาทสายตรงทุกๆ คนออกจากเมืองหลวง นอกจากนั้นเขาไม่มีฮูหยิน ทว่ากลับมีบุตรนอกสมรสถึงห้าคน ซื่อจื่อตระกูลสือฟังว่าอาจไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของเขาด้วยซ้ำ ลือกันว่าเป็นบุตรชายของพี่ชายเขา”
ฟู่โหรวได้ยินก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ก็สมเหตุสมผลแล้ว แต่งกับเขาไม่ต้องกังวลเรื่องความขัดแย้งของทายาท หากข้าปรองดองกับเขา หรืออาจถึงขั้นมีบุตรด้วยกัน บุตรข้าคือทายาทตระกูลฟู่ บุตรเขาก็เป็นซื่อจื่อตระกูลสือต่อไป”
อวี้กูกูพยักหน้า “ที่สำคัญคือฝ่าบาทไว้พระทัยประมุขสือมาก ในหกตระกูลใหญ่ไม่อาจผูกท่าเรือฟู่กุ้ยเอาไว้กับตระกูลใด หากเลี่ยงไม่ได้ตระกูลสือที่ไม่เคยต้องใช้ประโยชน์จากสัมปทานการขนส่งทางน้ำ จึงจะเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด”
ฟู่โหรวมองอวี้กูกู “ในสายตาของท่าน หากเป็นข้าเมื่อก่อนเมื่อแต่งกับสือจิ้งผู้นี้จะเป็นอย่างไร”
อวี้กูกูมองนางด้วยสายตาลังเล สูดลมหายใจเข้าจากนั้นจึงกล่าว “หากเป็นท่านเกรงว่า...แต่งได้วันเดียวก็หาเรื่องกลับจวนตระกูลฟู่แล้ว”
ฟู่โหรวยิ้ม “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี้กูกูเลิกคิ้วมองนาง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไร
สมรสพระราชทานระหว่างประมุขสองตระกูลใหญ่ แน่นอนย่อมเป็นที่ฮือฮา ยิ่งเป็นข่าวการแต่งงานของคนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ด้วยฟู่โหรวผู้นี้ชาวบ้านต่างรู้ดีว่านางหลงรักเซี่ยอวิ๋นหัวปักหัวปำ รักแค่ไหนน่ะหรือ...ก็อย่างที่เห็นนี่อย่างไรเล่า ถึงขั้นยอมแต่งงานกับบุรุษอื่นเพื่อช่วยไม่ให้ฮ่องเต้ลงโทษคนทั้งตระกูลเซี่ยอย่างไรเล่า!!
“เจ้าว่านางฉลาดหรือโง่งมที่ทำเช่นนี้”
“ทั้งสองอย่าง”
“ทำไมพวกเจ้าคิดเช่นนั้น”
“ฉลาดที่เลือกช่วย ทั้งยังเป็นการช่วยที่ทำให้คนตระกูลเซี่ยไม่มีวันลืม ประมุขเซี่ย? เขาจะลืมก็ลืมไม่ได้ เรื่องคนตระกูลเซี่ยติดค้างนางทั้งตระกูลจะถูกกล่าวถึงจนกว่า...”
“จนกว่าอะไร”
“จนกว่าไม่ใครก็ใครจะตายไปข้างหนึ่ง!”
“ก็จริง ต่อให้ไม่รัก ต่อให้รังเกียจ เรื่องที่ประมุขฟู่ ตลอดมานางไม่ยอมแต่งบุรุษเข้าจวนก็เพราะรอให้ประมุขเซี่ยตอบตกลงแต่งนางเป็นฮูหยิน ตอนนี้เพื่อช่วยคนตระกูลเซี่ยทั้งตระกูล นางถึงขั้นสละตัวเองแต่งกับบุรุษอื่น หากต่อจากนี้ประมุขเซี่ยกล้าทำไม่ดีกับนางก็เท่ากับเนรคุณล่ะ”
“แล้วเรื่องที่ว่านางโง่งม?”
“เจ้าลองคิดดูหากจนแล้วจนรอดประมุขเซี่ยก็ยังไม่เห็นค่าของนาง...”
เงียบกริบ... ทุกคนถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
บนระเบียงชั้นสองของหอสุราซ่านโจว ฟู่โหรววางจอกชาลงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ตั้งแต่ช่วงสายที่นางเห็นอวี้กูกูออกจากจวน นางแต่งกายด้วยชุดของบุรุษ รวบผมมัดขึ้นด้วยริ้วผ้า ลอบออกจากจวนทางด้านประตูข้าง เดินมาเรื่อยๆ มองดูผู้คน บ้านเมือง ร้านรวง จากนั้นก็มาถึงหอสุราแห่งนี้ นางจ่ายเงินเหมาห้องชั้นสองจากนั้นสั่งสุรา ชา และอาหาร นั่งลงและฟัง...
เรื่องซุบซิบในตลาดแม้ไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมด ทว่าอย่างน้อยก็ทำให้นางคาดเดาถึงนิสัยใจคอของผู้คนผ่านมุมมองของชาวบ้าน
นางคิดถูกที่รั้งอยู่และฟังจนจบ เพราะมันทำให้นางรู้ว่าชาวบ้านค่อนข้างให้ความสนใจหกตระกูลใหญ่ยิ่งนัก เรื่องซุบซิบล้วนเป็นเรื่องของหกตระกูลใหญ่ทั้งสิ้น!!
“ว่าแต่...คิดหรือไม่ว่าสมรสพระราชทานนี้ช่างน่าสนุก”
“น่าสนุก? ข้าว่าน่ากลัวมากกว่า”