เป็นพระชายารองสุดแสนจืดจางในนิยายทะลุมิติ

25.0K · ยังไม่จบ
อาภาลดา
20
บท
184
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ได้เจ้าค่ะท่านพี่ ดีที่สุดค่ะพี่หญิง เหมาะสมงดงามที่สุดค่ะท่านแม่ เยี่ยนหนิงเย่...ชายารองสุดแสนจืดจางของจวนอ๋องอวี้หนิงใครว่าดีนางก็ว่าดี จะขัดไปใยในเมื่อชีวิตสุขสบายอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว

เกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณนิยายย้อนยุคข้ามมิติพระชายาผู้หญิงเรียบร้อย

บทนำ

ณ ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ในย่านไชน่าทาวน์ รัฐซานฟรานซิสโก

บรรยากาศท่ามกลางฤดูหนาวยามค่ำคืนเต็มไปด้วยหิมะตก พาให้เกิดความรู้สึกสงบเงียบกึ่งวังเวงเล็กน้อย เยี่ยนหนิงเย่แม่ครัวสาวอายุยี่สิบแปดปีเชื้อสายจีน กำลังปิดประตูร้าน พลางคุยโทรศัพท์กับมารดาที่เมืองจีนไปด้วย

“หนิงหนิง..ฟังที่แม่พูดอยู่ไหม?” ปลายเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เมื่อเสียงลูกสาวคนโตเงียบไปครู่ เยี่ยนหนิงเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาชั้นเดียวหลุบลง ใต้ตาหมองคล้ำคล้ายกับคนอดนอน

“หนิงหนิง!” คนเป็นแม่ตะโกนขึ้นมาในทันที แม่ครัวสาวที่รับงานหลายจ็อบถึงกับถอนหายใจพรืดใหญ่ ก่อนกรอกเสียงไปตามสายว่า

“หนูได้ยินแล้วค่ะแม่”

“ถ้าได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ”

“หนูกำลังปิดร้านอยู่ค่ะ เลย..” เธอยังคงพยายามอธิบาย หากทว่าปลายเสียงไม่คิดจะฟังถึงความเหนื่อยยากที่ลูกสาวได้เจอในทุก ๆ วัน

“ฉันถามแกก็ควรตอบในทันที ฉันเป็นแม่ของแกนะ”

“หนูขอโทษค่ะแม่” เยี่ยนหนิงเย่ตอบกลับเสียงอ่อน ในใจเริ่มหนักอึ้ง

“รู้ว่าผิดก็ดีแล้ว สรุปแกเข้าใจที่แม่บอกไหม?”

“แม่คะ หนูบอกแม่ตามตรงนะคะ ตอนนี้หนูไม่มีเงินเลยค่ะ เมื่อต้นเดือนหวังมี่ก็พึ่งย้ายออก สิ้นเดือนนี้หนูต้องหาเงินมาจ่ายค่าห้องราคาเต็ม..”

“เยี่ยนหนิงเย่! แกเลิกแก้ตัวได้แล้ว พูดมาได้ยังไงว่าไม่มีเงิน แกเป็นพี่นะ หน้าที่แกคือส่งเสียน้องชายเรียนเข้าใจไหม?”

คำตอบของผู้เป็นแม่ที่แสนจะลำเอียงกล่าวโดยไม่สนใจคนปลายสายเลยว่าจะทุกข์ยากเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน

เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะตอบแม่ไปด้วยน้ำเสียงติดจะสั่น

“ไม่ใช่หนูไม่อยากส่งเสียน้องเรียนนะคะ เมื่อต้นเดือนหนูก็พึ่งโอนค่าเทอมกับค่ากินเดือนนี้ไปให้ ทำไมไม่ถึงสองอาทิตย์ถึงโทรมาขออีกละคะ?”

“หุบปาก! หนิงหนิง...แกคิดว่าเงินที่แกส่งมาบ้านเราจะพอใช้หรือไงห๊ะ น้องชายแกเขาอยากได้รองเท้าใหม่ เพื่อนน้องแกมีกันทุกคน แกคิดดูสิ ถ้าเฉียนเฉียนไม่มีมันจะยังไง?”

“แต่แม่คะ...”

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงพรุ่งนี้แกก็ต้องโอนเงินมา ไม่อย่างนั้นนะ ฉันจะไม่หาข้าวหาน้ำให้ย่าแกกิน” คำขู่สุดท้ายก่อนวางสายพาให้เยี่ยนหนิงเย่นิ่งไป

ใบหน้าเล็กซีดเผือด เพราะย่าเป็นคนเดียวที่รักและเข้าข้างเธอมาตั้งแต่เล็ก แถมยังส่งเสียเธอจนจบมหาวิทยาลัยในสาขาคหกรรมที่เธอชอบ ทว่าเมื่อสองปีที่แล้วท่านดันเกิดอุบัติในห้องน้ำและกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงจึงเป็นเหตุให้เธอดิ้นรนมาทำงานต่างประเทศ และทำงานหลายงานไปจนถึงยอมอยู่ดึก เพื่อส่งเงินกลับไปเป็นค่ารักษาพยาบาลรวมถึงเลี้ยงดูครอบครัว

เยี่ยนหนิงเย่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารจีนอยู่ชั่วครู่ คำพูดของมารดาพาให้เธอหนักใจไม่น้อย ความรู้สึกน้อยใจล้นเอ่ออย่างห้ามไม่อยู่

แม่ไม่เคยถามเลยสักคำว่ากินข้าวหรือยัง ทำงานเหนื่อยไหม?

สายที่โทรมาจากบ้านเกิดมีแต่ขอเงิน...

หญิงสาวถอนหายใจพรืดใหญ่ ในหัววนเวียนแต่ว่าจะหาเงินจากไหนส่งไปให้แม่ สองมือเล็กกุมเสื้อกันหนาวแน่น

ในความรู้สึกของเธอหิมะคืนนี้คล้ายกับจะนำพาความหนาวมากกว่าวันอื่น ๆ และเพื่อประหยัดค่าเดินทาง เยี่ยนหนิงเย่ตัดสินใจเดินกลับห้อง แทนที่จะขึ้นรถโดยสารประจำทางเหมือนทุก ๆ วัน

เธอเดินไปตามทางจนสองฝั่งถนนเปลี่ยวขึ้นเรื่อย ๆ หากทว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่เธอเดินไปกลับอยู่ทุกวัน เธอเลยไม่ค่อยกลัวเท่าไร แต่เยี่ยนหนิงเย่ลืมไปว่าเส้นทางนี้ เธอใช้ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน

ใบหน้าเล็กก้มลงมองไปตามพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

ถ้าคืนนี้ได้นอนหลับสนิทไม่ต้องตื่นมาทำงานแต่ฟ้ายังไม่สางจะดีแค่ไหนนะ...

เยี่ยนหนิงเย่ไม่คาดหวังอะไรที่สวยหรู เธอแค่อยากนอนแค่เต็มอิ่ม หลังเกษียณอายุก็ขอใช้ชีวิตแบบปลาเค็ม มีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ คำขอของเธอเมื่อเทียบกับผู้อื่นช่างเล็กน้อยนัก ในขณะที่จิตสุดท้ายคิดฝันไปเรื่อย

ฉึก

เสียงมีดทะลุร่างเป็นเพียงเสียงเดียวในความเงียบ ก่อนที่มีดจะถูกแทงซ้ำจากเบื้องหลังอีกครั้ง เสียงเข้มฟังแล้วดูโรคจิตปนคั่งแค้น พาไขสันหลังของหญิงสาวชาวาบ ความเจ็บล้นทะลักอย่างไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ถูก

“พวกคนจีนไปตายซะ” สิ้นคำ ร่างเล็กบอบบางของเยี่ยนหนิงเย่ก็ล้มคว่ำหน้าลงบนกองหิมะ พร้อมกับกองเลือดไหลซึมลงไม่หยุด เธออยากเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือ แต่ไม่อาจออกเสียงได้แม้แต่คำเดียว...