ตอนที่ 1
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาชั้นดีที่ถูกจุดในกระถางธูปทองคำสลักลายมังกรลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ปลุกให้สติที่ยังคงพร่ามัวของคนที่นอนอยู่บนเตียงค่อย ๆ กลับคืนมา
ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความปวดเมื่อยจากการโหมงานหนักติดต่อกันสามวันสามคืนเพื่อปิดงบไตรมาส แต่กลับเป็นความนุ่มนวลอย่างน่าเหลือเชื่อที่โอบอุ้มแผ่นหลังของเธอเอาไว้ มันนุ่มเสียจนเธอคิดว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนปุยเมฆ ไม่ใช่ที่นอนราคาถูกในห้องเช่ารูหนูของตัวเอง
"อือ..." เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากลำคอ
ทันใดนั้นเองเสียงฝีเท้าแผ่วเบาหลายคู่ก็รีบตรงเข้ามาใกล้ ม่านมุ้งที่ถักทอจากเส้นไหมสีเงินยวงปักเลื่อมมุกเม็ดเล็กๆ ถูกเลิกขึ้นอย่างระมัดระวัง แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาทำให้เธอต้องหยีตาลงเล็กน้อย
"คุณหนูฟื้นแล้ว!"
"เร็วเข้า! ไปเรียนนายท่าน ไปเอาน้ำแกงรังนกตุ๋นโสมคนพันปีที่อุ่นไว้มาเดี๋ยวนี้"
เสียงร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนกแกมดีใจดังขึ้นรอบทิศทาง หญิงสาวบนเตียงพยายามลืมตาขึ้นมอง สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันสี่คน ที่กำลังมองมาด้วยแววตาห่วงใยอย่างสุดซึ้ง
เดี๋ยวก่อนนะ! นี่อะไรน่ะ หญิงสาวในชุดโบราณ
เธอกะพริบตาปริบ ๆ พยายามไตร่ตรองความคิดของตัวเอง ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตารางเอ็กซ์เซล และแก้วกาแฟที่เย็นชืด... แล้วนี่มันอะไรกัน สวรรค์ นรก หรือกองถ่ายละครพีเรียด แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
สายตาของเธอเริ่มกวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง... และนั่นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
นี่มันไม่ใช่ห้องนอนธรรมดา แต่มันคือการจัดแสดงนิทรรศการความมั่งคั่งชัด ๆ
เตียงที่เธอนอนอยู่ทำจากไม้จันทน์หอมแกะสลักปิดทองคำเปลวแท้ หัวเตียงประดับด้วยหยกมันแพะก้อนมหึมาที่สลักเป็นรูปหงส์คู่ เสาเตียงทั้งสี่พันเกี่ยวด้วยผ้าไหมต่วนเนื้อดีที่สุดจากแคว้นทางใต้ พื้นห้องปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มจากแดนเหนือที่เท้าเหยียบลงไปแล้วแทบจะจมมิด เครื่องเรือนทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่เก้าอี้สตูลเล็กๆ ล้วนทำจากไม้เนื้อแข็งราคาแพง ประดับประดาด้วยอัญมณีหลากสีที่ส่องประกายวูบวาบยามต้องแสง
แม้แต่กระโถนที่วางอยู่มุมห้อง... เธอมั่นใจว่านั่นคือเงินแท้
"คุณหนู เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ยังเวียนหัวอยู่หรือไม่" สาวใช้คนหนึ่งที่ดูท่าทางคล่องแคล่วที่สุดเอ่ยถาม พลางประคองเธอให้ลุกขึ้นนั่งพิงหมอนอิงปักดิ้นทอง
"ข้า..." เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า "ข้าอยู่ที่ไหน"
สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่สาวใช้คนเดิมจะตอบด้วยน้ำเสียงกังวล "คุณหนูอยู่ที่จวนตระกูลซู ห้องนอนของท่านเองเจ้าค่ะ คุณหนูจำไม่ได้หรือเจ้าคะ เมื่อวานท่านเป็นลมไปที่ศาลาริมน้ำ นายท่านตกใจแทบแย่ เชิญหมอหลวงมาดูอาการท่านถึงสามคน"
ตระกูลซู เป็นลมที่ศาลาริมน้ำ…ชั่วขณะนั้นเองความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ข้อมูลของผู้คน สถานที่ และความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
ชื่อของร่างกายนี้คือ ซูจินเยว่ บุตรีเพียงคนเดียวของ ซูว่านซาน คหบดีผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง ไม่สิ อาจจะมั่งคั่งที่สุดในแคว้นนี้เลยก็ว่าได้ ตระกูลซูผูกขาดการค้าเกลือ ผ้าไหม และเครื่องเทศ มีกิจการร้านค้าแผ่ขยายไปทั่วทุกหัวเมือง ทรัพย์สินที่มีนั้นมากมายมหาศาลจนแม้แต่คลังหลวงยังต้องเกรงใจ
ส่วนซูจินเยว่ผู้นี้... เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างแท้จริง ถูกบิดาตามใจจนเสียคน อยากได้อะไรต้องได้ ใช้เงินราวกับเบี้ยผัก นิสัยเอาแต่ใจ หยิ่งยโส และที่สำคัญคือ...
นางคือตัวประกอบนางร้ายในนิยายเรื่อง ตำนานรักท่านอ๋องไร้ใจ
ใช่แล้ว! นิยายน้ำเน่าที่เธอแอบอ่านคลายเครียดเมื่อสัปดาห์ก่อน
ในนิยายเรื่องนั้น ซูจินเยว่เป็นเพียงตัวประกอบที่ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ไร้สมอง นางหลงรักพระเอกของเรื่องอย่างหัวปักหัวปำ ซูจินเย่ว์ใช้เงินทองของบิดาเปย์ผู้ชายอย่างบ้าคลั่ง คอยตามตื๊อ สร้างความรำคาญ และคอยกลั่นแกล้ง ฉู่เหยาเหยา นางเอกดอกบัวขาวผู้อ่อนโยน
จุดจบของซูจินเยว่ในนิยายนั้นน่าอนาถยิ่งนัก เพราะไปล่วงเกินนางเอกเข้า พระเอกอย่างรุ่ยอ๋อง เซียวจิ่งถิง หรือก็คือแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและโหดเหี้ยมโกรธมากจึงสั่งกวาดล้างธุรกิจตระกูลซูและยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง บิดาตรอมใจตาย ส่วนตัวนางต้องตกอับกลายเป็นขอทานข้างถนนและตายอย่างโดดเดี่ยวในฤดูหนาว
ซูจินเยว่ในคราบพนักงานออฟฟิศสาวสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
"คุณหนูเป็นอันใดไปเจ้าคะ" สาวใช้ต่างกรูกันเข้ามาบีบนวด
ซูจินเยว่โบกมือห้ามและพยายามตั้งสติ ไม่ได้การละ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสเธอมาเกิดใหม่ แม้จะมาอยู่ในร่างตัวประกอบที่กำลังเดินเข้าสู่แดนประหารก็ตาม เธอจะไม่ยอมให้จุดจบแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เธอคือพนักงานออฟฟิศที่ทำงานหนักจนตายเลยนะ ชาติที่แล้วเธอประหยัดอดออม กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนผมร่วงเพื่อเก็บเงินซื้อคอนโดเล็ก ๆ สักห้อง แต่ชาตินี้... ชาตินี้เธอนอนบนเตียงทองคำ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ
ใครจะโง่เอาชีวิตดี ๆ แบบนี้ไปทิ้งเพื่อผู้ชายคนเดียวกันเล่า
"กระจก... เอากระจกมาให้ข้าที" นาวพูดเสียงเรียบ
สาวใช้นางหนึ่งรีบวิ่งไปหยิบกระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่ขัดจนเงาวับมาให้
ซูจินเยว่มองภาพสะท้อนในกระจกแล้วก็ต้องตะลึงงัน ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ในนั้นงดงามหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตสุกสกาวราวกับไข่มุกราตรี คิ้วเรียวสวยได้รูป จมูกเชิดรั้นเล็กน้อยแสดงถึงความดื้อรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกับผลอิงเถา ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะที่ได้รับการดูแลอย่างดี
นี่มัน... นางฟ้าชัด ๆ งามกว่าดาราที่เคยเห็นในทีวีเสียอีก เสียอย่างเดียวคือแววตาที่เคยดูหยิ่งยโสและโง่เขลาตามบทบาทเดิม ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยแววตาของนักบัญชีผู้มองเห็นโอกาสทางการเงิน
"งาม... งามมาก" เธอพึมพำ "รวยขนาดนี้ สวยขนาดนี้ จะไปวิ่งตามผู้ชายเย็นชาทำไมให้เหนื่อย"
"คุณหนูเจ้าคะ น้ำแกงรังนกมาแล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้ยกถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่เขียนลายวิจิตรบรรจงเข้ามา ควันหอมกรุ่นลอยเตะจมูกจนซูจินเยว่เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ซูจินเยว่รับมาเปิดฝาดู... รังนกสีขาวนวลคุณภาพดี ตุ๋นกับโสมคนพันปีที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว แค่ดมก็รู้แล้วว่าถ้วยนี้ราคาคงเท่ากับเงินเดือนนางทั้งปีในชาติที่แล้ว
นางตักเข้าปากคำหนึ่ง ความหวานละมุนและความหอมกลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วปาก รสชาติแห่งความร่ำรวยมันเป็นแบบนี้นี่เอง
"อร่อย! เอามาให้อีกสิ" นางพูดอย่างมีความสุข
สาวใช้ทั้งสี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกที่คุณหนูเจริญอาหาร พวกนางคือสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมากับซูจินเยว่ มีชื่อว่า ชุนฮวา, เซี่ยเหลียน , ชิวเยว่, และตงเสวี่ย
หลังจากซดรังนกจนหมดถ้วย ซูจินเยว่ก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นจากเตียงโดยมีชุนฮวาและเซี่ยเหลียนเข้ามาช่วยประคอง
"คุณหนูจะไปไหนหรือเจ้าคะ ท่านเพิ่งฟื้น ควรจะพักผ่อนอีกสักหน่อย"
"ข้าจะไปเดินเล่น ไม่สิ ข้าจะไปสำรวจ…" ซูจินเย่ว์ดวงตาเปล่งประกาย "พวกเจ้าพาข้าไปที่ห้องเก็บสมบัติของท่านพ่อทีสิ"
ถ้าจะเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะเศรษฐีนี สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตรวจสอบทรัพย์สิน ไม่ใช่หรือ
