บท
ตั้งค่า

4 l 悲伤 / เศร้า

4

悲伤 / เศร้า

สายตาดวงตามนจ้องมองหนังสือตรงหน้าที่วางบนชั้นด้วยความเป็นระเบียบ มือบางหยิบหนังสือเล่มหนาเมื่ออ่านชื่อเรื่องแล้วเล่มนี้เป็นที่สนใจจึงหยิบลงไปในตะกร้าที่มีคนตัวสูงคอยรับอาสาถือให้

“...” ชายหนุ่มยิ้มให้ทุกครั้งแต่เหมือนรอบนี้รอยยิ้มของเขาคล้ายกับอมทุกข์เพราะเรื่องน่ายินดีของคนตรงหน้า เมื่อเล่มหนังสือวางบนตะกร้าที่เขาถือ หนักเพียงไหนเขาไม่เคยบ่น เพราะมันคงเป็นเหมือนหน้าที่ทุกครั้งที่ได้มาที่นี่

และหญิงสาวรับรู้เป็นอย่างดี

“หนักมั้ยคะพี่ซิน วางก่อนก็ได้นะ” ขนมผิงเอ่ยบอกคนที่เธอนับถือว่าเป็นพี่ชายมาตลอด เรื่องงานแต่งของเขากับตระกูลหยางเขาคงรู้แล้ว วันนี้เธอต้องรีบบอกให้เขาตัดใจ

“ไม่หนักครับ” ไม่ว่าเธอจะถามเขามาแล้วกี่ครั้งเขาก็ยังตอบยืนยันคำเดิม “ไม่ว่าผิงจะเลือกสิบยี่สิบเล่มพี่ก็ไม่หนัก” โทนน้ำเสียงประโยคที่สองเล่นเอาคนกำลังเลือกหนังสือต้องหยุดชะงัก

“ผิงพอแค่นี้แหละค่ะ” เธอตอบชายหนุ่มไปเพียงเท่านั้นแม้ว่าตัวเองจะยังไม่รู้สึกพอ เพราะเธอชอบอ่านหนังสือนวนิยายเป็นชีวิตจิตใจพอมาร้านหนังสือทีไรก็จะติดลมหอบกับบ้านเยอะตลอด และคนรู้ใจเธอในเรื่องนี้มีเพียงพี่ชายแสนดีคนนี้

ชายหนุ่มจัดการชำระเงินและถือหนังสือให้ตามเคย ก่อนทั้งคู่จะพากันไปทานข้าว รอบนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายให้สิรภพเลือกและก็พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มชอบทานอาหารอีสาน

เราทั้งคู่เดินเข้าในร้านอีสานชื่อดัง ชายหนุ่มเลือกเมนูที่เขาอยากกินและเธอก็เลือกเพียงหนึ่งอย่างเพราะตัวเองไม่ค่อยชอบอาหารภาคพื้นนี้เท่าไร พอทุกที่ที่เราสองคนมาสิรภพจะพาแต่เธอไปร้านที่เธอชอบเป็นหลักส่วนของเขาเป็นรอง

“คอหมูย่างหนึ่งครับ” “เท่านี้” เขาสั่งเพิ่มเผื่อว่าเธอจะทานในสิ่งที่ตัวเองสั่งไม่ได้ เขาแคร์เธอมากทะนุถนอมหญิงสาวมาหลายปี จนวันนี้เธอกำลังไปเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ใครคนอื่นไกล ญาติเขา... แต่ถึงยังไงเขาก็คอยดูแลเธอห่าง ๆ

ระหว่างรออาหาร พนักงานนำเครื่องมาเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงเป็นผักสดทานคู่กับอาหาร

“พี่ซินรู้เรื่องงานแต่งของผิงแล้วใช่มั้ยคะ?” พิช‍ชาถามเขา พร้อมกับหยิบขวดน้ำเปิดฝารินน้ำให้เขาก่อน

“ครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แววตาเศร้า

“ทำไมไม่ยินดีกับผิงเลยล่ะคะ” เธอเลยทำน้ำเสียงออดอ้อนเพื่อให้ชายหนุ่มตรงหน้าคลายความเศร้าลง

“ผิงก็รู้ว่าพี่คิดยังไงกับผิง” เขาบอกความในใจไปตรง ๆ ทั้งที่ผ่านมาเขามีโอกาสบอกแต่เขาคิดว่าเธอคงรู้อยู่แล้วว่าเขาคิดยังไง

“แต่ผิงรู้สึกกับพี่ซินแบบพี่ชาย” ประโยคนี้เธอเอ่ยออกมาแผ่วเบา ก่อนเธอจะสลับโหมดเปลี่ยนความเศร้าเป็นดีใจได้อย่างดีเยี่ยม “ในใจของผิงตั้งแต่เริ่มรู้สึกก็ชอบเขามาตลอด”

“พี่เข้าใจ” “พี่ทำใจแล้วพี่แสดงความยินดีกับคนสวยของพี่ล่วงหน้าแล้วกันนะ” สิ้นสุดประโยคมือสากเคลื่อนกอบกุมแก้มเนียนไว้ข้างหนึ่งก่อนจะผละออกด้วยความแสนเสียดาย

“ต้องอย่างนี้สิคะพี่ชายของผิง” หญิงสาวยิ้มกับความเข้าใจง่ายของอีกคนไม่สิเธอคิดว่าเขาคงทำใจมาสักพัก เรื่องความรู้สึกมันบังคับใครไม่ได้ ต่อเมื่อคนนั้นเขาก็ไม่ได้ถูกใจเธอแต่เธอก็จะทำให้เขาถูกใจให้ได้ โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าคนที่ตนเองกำลังจะแต่งงานด้วยมีเจ้าของแล้ว

...

เมื่อการรอคอยสิ้นสุดลง ร่างบางผมทองก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนจัดการอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเตรียมรอแฟนหนุ่ม ที่โทร.เข้ามาหลายสายคนที่ทำท่าลีลาเพราะงอนไม่ได้ถ่ายรูปในวันสำคัญด้วยกัน แต่ความคิดถึงและรักเขามีมากกว่าจึงตัดสินใจรับและคนรักจะพาเธอไปทานข้าวแทนคำขอโทษ

ตอนนี้เธออยู่ในเสื้อยืดสีดำหลายหมีสบาย ๆ เสื้อนี้ไม่ได้ธรรมดาเพราะมันคือเสื้อคู่ที่เธอใช้อำนาจเหนือกว่าสั่งให้แฟนหนุ่มใส่ไปทานข้าวคู่กันกับเธอ หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยจิราภาจึงเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีรอแฟนหนุ่มแต่ทว่ารถคุ้นตาจอดรอเธอก่อนอยู่แล้ว

“มาถึงนานแล้วเหรอ แล้วก็ไม่โทร.บอก” “จิ‍นจะได้รีบลงมา” จิราภาเปิดประตูรถเข้ามาไม่ได้มองหน้าแฟนหนุ่มที่เงียบซึมเพราะเธอมัวแต่ควานหาของในกระเป๋า

“เปล่าพึ่งถึงเมื่อกี้” โอวเซินตอบเพียงเท่านั้น ทั้งที่จริงเขามาถึงได้สักพักแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนหน้านี้เขามาที่นี่เขาจะรีบตรงดิ่งขึ้นไปหาเธอบนห้อง พอรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นเจ้าบ่าว มันเหมือนกับว่าเขากำลังทิ้งเธอทั้งที่เธอก็ไม่ได้ผิดอะไร

“เซินเป็นอะไรอะ” “หน้าเซินดูเครียด ๆ นะ” “หรือว่า” หญิงสาวเลิกหาของในกระเป๋าหันมาเจอหน้าเคร็งเครียดของชายหนุ่มจึงยกนิ้วชี้ไปที่หน้าหล่อขาวนั้นจนทำให้เขาต้องตกใจ

“หรืออะไรจิ‍น” ชายหนุ่มตกใจเพราะคิดว่าหญิงสาวรู้เรื่องการแต่งงานของเขาแล้ว

“หรือคิดว่าจิ‍นจะโกรธเรื่องที่เซินไม่ยอมมาตามสัญญา” สิ้นประโยคของจิราภา

โอวเซินรู้สึกโล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากอก “อืมใช่เซินขอโทษนะ” เขาขอโทษเธอจริง ๆ เรื่องนี้เขาพอรู้ว่าหญิงสาวไม่มีใครมาและเขาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องรีบไปทานข้าวกับครอบครัว ทำไมเขารู้สึกเหนื่อยกับชีวิตจังเลยตอนนี้

“ไม่เป็นไรตอนแรกจิ‍นโกรธนะ” “เรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนานไว้ค่อยไปถ่ายนอกรอบก็ได้” “จิ‍นจะได้แต่งตัวสวย ๆ กว่านี้ วันนั้นจิ‍นรอเซินจนหน้ามันเยิ้มไปหมด” จิราภาหันหน้ามาคุยกับคนรักตรง ๆ และเธอจับสังเกตเขาได้ว่าสิ้นสุดประโยคเขาเครียดหนักกว่าเดิมเหมือนมีเรื่องหนักใจ “เซินคงหิวข้าวเราไปกินข้าวกันจิ‍นอยากกินร้านนั้น”

...

เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าคนอารมณ์ดีเริงร่าจูงมือสากหนาเข้ามาในร้านที่ตนเองหมายมั่นอยากทานเมนูพิเศษของร้านขึ้นมา

มีเพียงหญิงสาวเท่าที่ตื่นเต้นเพราะตอนนี้ร้านอาหารที่เธอเลือกมีกิจกรรม

“เอาเมนูนี้ค่ะเป็นของหวาน” นิ้วเรียวชี้ในหนังสือเมนูหน้าที่เธอเป็นรูปบิงซูสีชมพูแต่เหมือนว่าเมนูนี้ต้องทำกิจกรรมก่อนถึงจะสั่งได้

“เงื่อนไขรับเมนูนี้คุณลูกค้าเป็นแฟนกันหรือเปล่าคะ?” พนักงานสาวถามพร้อมรอยยิ้ม

“เป็นค่ะ” เสียงเล็กตอบพร้อมส่งรอยยิ้มกลับไป

“งั้นรบกวนลูกค้าถ่ายรูปคู่เช็คอินให้ที่ร้านด้วยนะคะ” “พิเศษสำหรับลูกค้าใส่ชุดคู่มาที่ร้านลดราคาเพิ่มอีกสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เสียงของพนักงงานยังคงเอ่ยบอกเงื่อนไขต่อเพื่อให้ลูกค้าได้ผลประโยชน์มากขึ้น

“เราโชคดีมากเลยนะเซิน” “มา ๆ ถ่ายรูปเช็คอินดีกว่า” จิราภาว่าจบเตรียมหยิบโทร.ขึ้นมาเตรียมถ่ายทำตามเงื่อนไขอย่างว่าง่าย แต่ทว่ากลับกลายเป็นต้องชะงัก

“จินไม่ต้องอยากกินได้มั้ย?” เสียงทุ้มเปล่งออกมาเพราะเขาเครียดเต็มทนจนทำให้พนักงานเห็นท่าไม่ดีจึงโค้งตัวออกไปรอที่อื่น

“ทำไมก็แค่ถ่ายรูปคู่กันเองและอีกอย่างเราก็เป็นแฟนกัน” หญิงสาวขมวดคิ้วไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะกลัวที่บ้านไปถึงไหน เพียงแค่มีปัญหาถ้าเขาจับมือเธอแน่นเธอจะไม่มีวันกลัว แต่จะกลัวก็ต่อเมื่อเขาปล่อยมือเธอแล้วเท่านั้น เท่ากับว่าเธอต้องสู้เพียงลำพัง

“จินก็รู้ว่าถ่ายแบบนั้นไม่ได้” เขายังคงย้ำ

“เดี๋ยวลงเสร็จก็ลบเลย” เธอจึงต่อรอง

“ก็อีแค่บิงซูทำไมต้องทำให้ยุ่งยากวะ” รอบนี้คำพูดของเขาเริ่มรุนแรงขึ้นเพราะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้

“ก็แค่ถ่ายรูปคู่กันเป็นแฟนกันเซินจะเครียดอะไร” เมื่อเห็นว่าเขาใช้น้ำเสียงไม่ดีเธอขึ้นเสียงบ้าง

“ไม่ให้เซินเครียดได้ไงก็เซินกำลังจะแต่งงาน” โอวเซินตัดสินใจบอกคนที่กำลังจะเป็นอดีต ถึงแม้ว่าเขาเคยคิดว่าจะแต่งงานหลอก ๆ ไปก่อนพอได้ขึ้นตำแหน่งค่อยว่ากัน แต่เหมือนทุกอย่างมันจะไปได้ยากเมื่อมารดาเขารู้ทันทุกอย่าง

‘และอย่าคิดมาแต่งงานเพื่อแค่เอาตำแหน่ง เพราะม๊าไม่ปล่อยเธอคนนั้นไว้แน่’

“ตะแต่งงานงั้นเหรอ” “เซินจะแต่งกับใคร” ร่างสั่นเทิ้มเพราะตั้งรับปรับอารมณ์ไม่ทัน ถามคนตรงหน้าเสียงสั่น

“เราเลิกกันเถอะจิน” “บ้านเซินไม่มีวันยอมรับจินหรอก” “อีกไม่กี่วันเซินต้องแต่งงานช่วยงานตระกูล” เขาเปิดใจพูดความจริงกับเธอเพื่อที่เขาจะได้โล่งจัดการแก้ปัญหาตัวเองไปทีละอย่าง เขาเบื่อฟังคำพูดเปรียบเทียบของมารดาเต็มที

“ไม่เอาอะจินผิดอะไรจินไม่เลิก” มือบางปิดปากพยายามไม่ปล่อยโฮเสียงดัง

“เข้าใจผมหน่อยนะผมเองก็ลำบากใจ” มือสากแตะไหล่บางสองข้างพร้อมเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก

“แต่เรารักกันมากเลยนะ” “นี่จินเคยดูมาว่ารักจะทำให้ชนะทุกอย่าง” จิราภาพยายามบอกเหตุผลรั้งเขาไว้

“มันก็แค่บทความจินดูความเป็นจริงสิ” “เซินต้องโดนอะไรบ้างเวลาคบกับจิน” เขาและเธอต่างต้องคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ จินนี่ไม่เคยไปค้างที่คอนโดเขาเพราะมารดาส่งคนมาจับตาดูตลอด รูปคู่ที่เราถ่ายด้วยกันไม่เคยถูกลงในโซเชี่ยลถึงมีก็ตั้งค่าไว้ให้เห็นกันแค่คนสนิทหรือสองคนเขาและเธอ ไปไหนทำอะไรก็ต้องลับตาเพราะตระกูลเขาใหญ่ไปไหนใครก็รู้จัก

“แต่เราก็ผ่านกันมาได้” ใช่เราทั้งสองคบกันหลบสายตาคนอื่น ถึงเหนื่อยแต่เธอก็มีความสุข

“รอบนี้มันผ่านไม่ได้ไง” ชายหนุ่มยังยืนยันคำเดิม ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกจากร้านทิ้งเธอไว้อย่างนั้น

“เซิน! เซิน! เซิน! ฮึก” เธอตะโกนเรียกเสียงดังลืมตัว ผู้คนในร้านมีหลายโต๊ะสายตาหลายคู่มองบทสนทนามาตั้งแต่ต้น จนตอนนี้เธอถูกเชิญออกมานอกร้านเพราะเสียงดัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel