ตอนที่ 1 : รูปถ่ายที่ควรถูกเผา
ซออึนฮาเชื่อว่า ทุกความสัมพันธ์มี “รูปแบบ”
และเมื่อรูปแบบนั้นเปลี่ยนไป ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนตาม—ไม่ว่าจะมีใครอยากยอมรับหรือไม่ก็ตาม
เธอนั่งอยู่ในรถ สีดำคันเดิม ที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
สายตาจับจ้องไปยังประตูทางเข้าโรงแรมฮันซอง
มือขวาถือโทรศัพท์ที่หน้าจอไม่สว่าง
มือซ้ายวางนิ่งอยู่บนตัก
นาฬิกาบนหน้าปัดรถบอกเวลา 21:46 น.
เธอไม่ชอบมาสาย
และไม่ชอบรอใครโดยไม่มีเหตุผล
คืนนี้ก็เช่นกัน
เธอไม่ได้มาที่นี่เพราะความสงสัย
แต่เพราะข้อมูลที่สะสมมานานพอจะทำให้ “ความเป็นไปได้” กลายเป็น “ความน่าจะเป็นสูง”
และเมื่อความน่าจะเป็นสูงพอ
การยืนยันก็เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้าย
ประตูโรงแรมเปิดออก
ผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาก่อน
คังมินแจ
เสื้อโค้ตสีเข้มที่เธอเลือกให้
นาฬิกาข้อมือที่เธอซื้อเป็นของขวัญในวันที่เขาเซ็นสัญญาธุรกิจฉบับแรก
ทุกอย่างบนตัวเขา…คุ้นตา
ยกเว้นผู้หญิงที่เดินตามออกมา
เธอสูง ผอม ผมยาว
สวมเสื้อโค้ตสีอ่อน ราคาไม่ถูก แต่ก็ไม่อวดรวยเกินไป
รองเท้าส้นสูงที่เลือกมาอย่างตั้งใจ—เดินสะดวก แต่ยังดูมีระดับ
ผู้หญิงแบบนี้
ไม่ใช่คนที่ “เผลอ” เข้ามาในชีวิตใคร
ซออึนฮาประเมินอย่างเงียบ ๆ
ตั้งแต่ท่าทางการเดิน
จังหวะการหัวเราะ
ไปจนถึงระยะห่างระหว่างร่างกายของทั้งสองคน
ใกล้เกินกว่าคนรู้จัก
แต่ยังเผื่อพื้นที่ให้ดูเหมือนไม่ได้เปิดเผย
ฉลาด
และระมัดระวัง
ผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรบางอย่าง
มินแจยิ้ม
เป็นรอยยิ้มที่อึนฮาไม่เห็นมานาน
ไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนโยน
แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายที่รู้สึกว่า “ตัวเองเหนือกว่า”
มือของเขาเอื้อมไปแตะเอวอีกฝ่าย
เพียงชั่วครู่
แต่มั่นคง
อึนฮาไม่กดถ่ายรูป
เธอไม่ต้องการหลักฐานเพิ่ม
เธอเพียงหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กจากช่องเก็บของหน้ารถ
เปิดไปยังหน้าที่คั่นไว้แล้ว
ลายมือเรียบ สม่ำเสมอ
เวลา: 21:47
สถานที่: โรงแรมฮันซอง
บุคคล: คังมินแจ / ฮันซูยอน
เธอรู้ชื่อผู้หญิงคนนั้นมาสองสัปดาห์แล้ว
ไม่ใช่จากการสะกดรอย
แต่จากรายชื่อผู้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัทหนึ่ง
บริษัทที่เพิ่งถูกตั้งขึ้น
และบังเอิญ…ใช้เงินลงทุนจากบัญชีที่เธอเป็นผู้ค้ำประกัน
อึนฮาปิดสมุด
สตาร์ตรถ
ขับออกไปอย่างสงบ
ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องอยู่ดูต่อ
เธอได้คำตอบครบแล้ว
อพาร์ตเมนต์ของทั้งคู่เงียบสนิท
แสงไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่
อึนฮาถอดรองเท้า
แขวนเสื้อคลุม
เดินเข้าไปในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่เธอใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัว
บนโต๊ะมีแฟ้มเอกสารเรียงเป็นแนว
ทุกแฟ้มติดป้าย
ทุกป้ายมีสี
ระเบียบคือสิ่งเดียวที่ช่วยให้มนุษย์ไม่ตื่นตระหนก
เธอหยิบแฟ้มสีเทาออกมา
เปิดมันอย่างใจเย็น
ข้างในคือเอกสารทางการเงิน
บัญชี
สัญญา
ชื่อผู้เกี่ยวข้อง
ลำดับเวลา
ทุกอย่างถูกจัดเรียงตามเหตุและผล
คังมินแจเคยหัวเราะ
เคยบอกว่าเธอ “คิดมากเกินไป”
“ชีวิตคู่ไม่ใช่แผนธุรกิจหรอกอึนฮา
ไม่ต้องตรวจสอบทุกอย่างขนาดนั้นก็ได้”
เธอไม่เคยเถียง
เพราะเธอรู้ดีว่า คนที่ไม่คิดเป็นระบบ
มักเป็นคนที่พังเป็นคนแรก
อึนฮาปิดแฟ้ม
หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก
เป็นรูปเก่า
เก่ากว่าทุกอย่างในแฟ้มเสียอีก
วันที่ทั้งคู่ยืนอยู่ริมทะเล
มินแจยังไม่มีชื่อเสียง
ไม่มีเงิน
ไม่มีใครมองเห็นเขา
ยกเว้นเธอ
เธอจ้องรูปนั้นอยู่นาน
ไม่ใช่เพราะคิดถึง
แต่เพราะกำลังประเมินว่า มันควรอยู่ต่อไปหรือไม่
สุดท้าย เธอหยิบไฟแช็กขึ้นมา
จุดไฟ
เปลวไฟลามช้า ๆ
กินขอบกระดาษทีละนิด
ไม่รีบร้อน
ไม่รุนแรง
เหมือนการตัดสินใจของเธอ
เสียงประตูเปิดดังขึ้นจากด้านนอก
“อึนฮา?”
มินแจกลับมาแล้ว
เธอไม่รีบซ่อนอะไร
ไม่สะดุ้ง
ไม่หันไปมองทันที
คนที่เตรียมใจไว้แล้ว
ไม่จำเป็นต้องแสดงปฏิกิริยา
“ยังไม่นอนเหรอ”
เขาถาม น้ำเสียงปกติ
ปกติ…จนผิดสังเกต
“มีอะไรต้องจัดการนิดหน่อย”
เธอตอบเรียบ ๆ
มินแจเดินเข้ามาใกล้
กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงลอยติดมากับตัวเขา
อึนฮาบันทึกมันไว้
เหมือนบันทึกตัวแปรหนึ่งในสมการ
“เธอทำอะไรอยู่”
สายตาของเขาจับที่เปลวไฟ
“กำจัดของที่ไม่จำเป็น”
รูปถ่ายเหลือเพียงเถ้าถ่าน
เธอปิดไฟแช็ก
วางมันลงบนโต๊ะ
มินแจหัวเราะเบา ๆ
“เธอนี่แปลก ชอบทำอะไรกลางดึก”
อึนฮาเงยหน้าขึ้น
สบตาเขา
“คุณจำได้ไหม ว่าคืนนี้เรานัดกินข้าวกัน”
เขาชะงัก
เพียงเสี้ยววินาที
สั้นมาก
แต่สำหรับเธอ…มันดังพอ
“ประชุมยาวน่ะ”
เขาตอบ
คำตอบที่เตรียมไว้แล้ว
แต่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
“เข้าใจแล้ว”
เธอพยักหน้า
ไม่มีคำถาม
ไม่มีการต่อความ
นั่นทำให้มินแจรู้สึกอึดอัดกว่าการถูกซักไซ้
“เธอไม่ถามอะไรเลยเหรอ”
เขาถามในที่สุด
อึนฮานิ่ง
ก่อนจะตอบ
“ฉันควรถามอะไร”
มินแจเงียบ
เพราะเขาไม่รู้ว่าเธอรู้อะไรไปแล้วบ้าง
ความไม่แน่ใจ
คือสิ่งที่ทำให้คนเริ่มกลัว
“อึนฮา”
เขาเรียกชื่อเธอ
น้ำเสียงอ่อนลง
“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของเรา”
เธอยิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มสุภาพ
ไม่มีอารมณ์
“ใช่”
“ฉันรู้”
เธอลุกขึ้น
เดินไปหยิบเสื้อคลุม
“คุณจะไปไหน”
มินแจถาม
“ออกไปข้างนอก”
“ดึกแล้ว”
“ฉันคิดได้ดีตอนดึก”
เธอหยุดที่หน้าประตู
หันกลับมา
“มินแจ”
เขามองเธอ
“ถ้าวันหนึ่ง ฉันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว”
“คุณคิดว่าชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน”
เขาหัวเราะ
“เธอพูดอะไรของเธอ”
อึนฮาไม่หัวเราะตาม
เพียงพยักหน้า
“ฉันแค่ถาม เพื่อเตรียมตัว”
ประตูปิดลงอย่างเงียบเชียบ
มินแจยืนอยู่คนเดียว
กับกลิ่นเถ้ากระดาษในอากาศ
เขาไม่รู้เลยว่า
ตั้งแต่วินาทีนี้
เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
และครั้งนี้
ซออึนฮา
ไม่ได้เป็นคนที่รอให้ใครเลือก
แต่เป็นคนที่
กำหนดจุดจบด้วยตัวเอง
