ตอนที่ 5 ต้องอยู่ต่อ
มหาวิทยาลัย XXX
"เจ้าขา แกมานั่งทำอะไรตรงนี้" หมดเวลาสอบของนักเรียนที่สอบชิงเตรียมเข้า เจ้าขานั่งรอเพื่อนๆอยู่ชั้นล่างทั้งที่เป็นเวลาที่เธอยังต้องนั่งสอบ ใบหน้าหงอยขึ้นมาในยามที่อะไรๆดูไม่เป็นใจสักอย่าง
"อาจารย์คุมสอบไม่สบาย การสอบก็เลยต้องเลื่อนไปอีก 3 วัน"
"อ้าว!! พรุ่งนี้เราต้องกลับกันแล้ว"
"......"
"จะทำยังไงล่ะที่นี่ ตั๋วรถทัวร์ก็จองกันหมดแล้วด้วย ถ้าจะทิ้งก็เสียดาย"
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาห้องพักใกล้ๆมหา'ลัย ราคาๆถูกอยู่สักคืน" เจ้าขาแสดงความจำนงค์ไม่ต้องการให้ใครอยู่เป็นเพื่อนเพราะค่าตั๋วรถแต่ละคนก็ไม่ใช่ถูกๆ
"มันไม่ถูกอะสิ แถวนี้ที่ไหนจะมีถูก"
"ไม่มีเหรอ" เสียงแผ่วเบาพร้อมลมหายใจเป่าออกปล่อยจมูกโด่ง ไม่มีที่พักเธอจะไปนอนที่ไหน พรุ่งนี้เพื่อนๆต้องกลับกันก่อน หากเพียงอ้อยกลับกรุงเทพก็ไม่กล้าค้างที่ไร่ภูมิดินต่อแน่นอน
"เดี๋ยวให้แม่คุยกับพ่อเลี้ยงให้”
“ไม่เอา” เจ้าขาส่ายหัวเป็นการปฏิเสธทันที การเจอกันครั้งแรกไม่ได้ประทับใจอะไรเลย หากต้องอยู่ไร่ภูมิดินเพียงลำพังก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ ทั้งไม่อยากอยู่กับผู้ชายที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ ตอนนี้พ่อเลี้ยงปรเมศในสายตาเจ้าขาก็ไม่ต่างจากเฒ่าหัวงู การกระทำในวันนั้นมันทำให้เธอคิดแบบนี้จริงๆ
"แกมีเงินเช่าห้องคืนแพงๆเหรอ ถ้ามีฉันก็ไม่ขัด"
เจ้าขาส่ายหัวอีกรอบทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแค่หลักพัน มันเป็นเงินที่เธอเจียดจากค่าขนมไปโรงเรียนเก็บเล็กผสมน้อยมานานหลายเดือนเพื่อการมาครั้งนี้ หากเลือกพักที่อื่นต้องโทรกลับไปขอเงินพ่อและเธอก็ไม่อยากเป็นภาระให้พ่ออีกแล้ว ที่ผ่านมาพ่อเหนื่อยมาก มากจนไม่อยากเห็นหยาดเหงื่อของพ่อที่พยายามทำงานเพื่อเธอ
"ไม่มีก็ต้องอยู่ไร่"
"ไม่อยู่"
"แกกลัวอะไรเจ้าขา"
"....." จะบอกว่ากลัวพ่อเลี้ยงก็ไม่เชิง แต่จะอยู่ยังไงท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จัก แม่ของเพียงอ้อยก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นจะทำอะไรก็ดูเกรงใจไปซะทุกเรื่อง
"พ่อเลี้ยงใจดี แกไม่ต้องกังวลหรอก วันนั้นน่าจะเข้าใจอะไรผิด" เพียงอ้อยพยายามกล่อมให้เจ้าขาตัดสินใจอยู่ที่ไร่ต่อไปก่อน แม้จะไม่รู้เหตุผลการสวมกอดเจ้าขาทว่าก็ต้องหาเหตุผลมาหักล้างการกระทำที่ทำให้เจ้าระแวงไม่เลิก
"เข้าใจผิด" ก็ยังคิดว่าเป็นคำแก้ตัวแทนเท่านั้น เข้าใจผิดเรื่องอะไรทำไมถึงโอบรัดฟัดเหวี่ยงเธอได้ขนาดนั้น และมันยังเป็นกอดแรกที่เธอเสียให้ผู้ชายที่ไม่ใช่พ่อหรือเพื่อนสนิทกันจริงๆ ไหนจะริมฝีปากที่ถูกบดขยี้ยังติดตรึงในโสตประสาทไม่หาย เคยเห็นแต่ในซีรี่ส์ที่ดูดดื่มกันอย่างหื่นกระหาย แต่พอถูกกระทำแบบนั้นก็หวั่นว่าพ่อเลี้ยงจะหน้ามืดตามัวมาอีก
"อยู่ไปเถอะเจ้าขาแค่ไม่กี่คืน ถ้าฉันไม่ติดธุระต้องพาคุณย่าไปหาหมอต่อ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแก"
"......"
"พ่อเลี้ยงไม่มายุ่งอะไรกับแกหรอก พ่อเลี้ยงมีเมียแล้ว"
"มีเมียแล้ว"
"อืม" ได้ยินแบบนั้นก็สบายใจ แต่เมื่อนั่งนึกดีๆคงจะคิดมากไปเอง อายุพ่อเลี้ยงมองดูแล้วก็น่าจะมากพอตัวเพียงแต่หน้าตายังดูหล่อเหลาแบบฉบับคนมีอายุ อีกทั้งมีเมียแล้วก็สบายใจไปหนึ่งเปราะเพราะหากผีเข้าคนแก่กว่าขึ้นมาจริงๆอย่างน้อยๆก็ยังมีเมียที่คอยดูพฤติกรรมพ่อเลี้ยงได้
"ไปๆอย่าคิดมาก ไปหาอะไรรองท้องก่อน ตอนนี้หิวมาก" ดึงมือเพื่อนสาวให้ลุกจากโต๊ะใต้ร่มไม้ไปหาอะไรกิน ก็ไม่พ้นลูกชิ้นทอดเช่นเดิม สองคนจูงมือกันไปหามหาวิทยาลัยที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าร้านอาหารนับสิบๆร้าน
"ลูกชิ้น 50 บาทจ๊ะ" เพียงอ้อยบอกแม่ค้าตอนนี้หิวใจแสบไส้ไปหมด
"นั้นอ้อยกับเด็กที่ชื่อเจ้าขาใช่ไหม"
"ใช่ครับพ่อเลี้ยง" รถส่วนตัวขับผ่านมหาวิทยาลัย พ่อเลี้ยงกลับจากการทำธุระเจรจาการขอซื้อเมล็ดพืชเกรดดี ความบังเอิญขับมาเจอเด็กสองคนในชุดมัธยมปลายและสั่งให้คนขับรถหยุดการเคลื่อนไหว
"จอดก่อน" สะอาดตบไฟเลี้ยวซ้ายและเทียบจอดริมฟุตบาท สายตาพ่อเลี้ยงจ้องไปยังเด็กสาวที่ชื่อเจ้าขาพลันนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เผลอเข้ากอดจากความเข้าใจผิด เด็กสาวช่างเหมือนมินตราทุกกระเบียดนิ้ว ความคิดเกิดขึ้นในหัวโดยไม่มีใครรู้ว่าพ่อเลี้ยงกำลังคิดอะไร ปรเมศนั่งมองเจ้าขาผ่านกระจกรถยนต์ที่ติดฟิล์มทึบ มองเด็กสาวไม่กระพริบตาและเหมือนว่าจะถูกใจเจ้าขาเอาเสียแล้ว
"มาสอบเข้าคณะอะไรกัน"
"เท่าที่ได้ยิน อ้อยบอกว่าสอบเข้าสถาปัตย์ครับ"
สะอาดรายงานตามที่ได้ยิน
"สถาปัตย์มันเข้ากันได้ง่ายที่ไหน"
"แต่อธิการที่นี่เป็นเพื่อนของพ่อเลี้ยงนี่ครับ"
ใช่แล้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนต่างประเทศด้วยกัน พ่อเลี้ยงปรเมศกระตุกมุมปากยิ้มหนึ่งที จากนั้นก็สั่งให้สะอาดขับรถกลับไปไร่ตามเดิม
