Chapter 6
Chapter 6
วันอาทิตย์
แก้วตาเดินทางออกจากคฤหาสน์กลับมาถึงหอพักประมาณเจ็ดโมงเช้า เมื่อเข้ามาในห้องพักแก้วตาก็หยิบมือถือจากลิ้นชักใส่ไว้ในกระเป๋าเพื่อเตรียมเอาไปคืนเจ้าของ ส่วนบ็อกเซอร์กับเสื้อเชิ้ตที่ซักไว้เมื่อวาน หญิงสาวก็นำมารีดจนเนี้ยบแล้วพับใส่ถุงกระดาษหูหิ้ว หลังจากเตรียมของเสร็จแล้ว แก้วตาก็เข้าไปอาบน้ำ หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำครึ่งชั่วโมงก็ออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำแขนยาวใส่แมตช์คู่กับกางเกงวอร์มสีเดียวกัน หลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เธอก็กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรองท้อง จากนั้นก็เดินทางไปเพนต์เฮาส์ของธาวินตามที่อยู่ที่แม่บอกไว้
แก้วตาเดินทางมาถึงคอนโดฯ ประมาณเก้าโมง หญิงสาวก็กดลิฟต์ไปชั้นบนสุด เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่หมาย จึงทำให้แก้วตารู้ว่าทั้งชั้นมีเพนต์เฮาส์ของธาวินแค่ห้องเดียว แก้วตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกมือเคาะประตูสามครั้งตามมารยาท หลังจากยืนรอประมาณห้านาที เจ้าของเพนต์เฮาส์ไม่ออกมาเปิดประตู แก้วตาก็เลยใช้คีย์การ์ดที่ได้จากคุณแม่ของเขาทาบที่ประตู เพราะคุณหญิงวีญ่าบอกกับเธอว่าหากเคาะประตูแล้ว ธาวินไม่ว่างมาเปิดประตูก็ให้เธอใช้คีย์การ์ดปลดล็อกประตูได้เลย
หลังจากเข้ามาในเพนต์เฮาส์ แก้วตาก็ชะงักนิ่งไปแป๊บหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเจ้าของเพนต์เฮาส์ใส่เพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวนั่งดื่มกาแฟสบายใจเฉิบที่โต๊ะอาหาร การที่เขานั่งอยู่ในห้อง แต่ทว่าไม่ยอมลุกไปเปิดประตู ทำให้แก้วตารู้ว่าเขาตั้งใจกวนประสาทเธอ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น แก้วตาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินเข้าไปหาเขา แล้วยกมือไหว้นายจ้างที่อายุมากกว่า 9 ปี
“สวัสดีค่ะคุณธาวิน”
“อืม...ไหนล่ะของที่ขโมยฉันไป”
“ไม่ได้ขโมยค่ะ แค่ยืมใส่” แก้วตาส่งถุงกระดาษที่มีบ็อกเซอร์และเสื้อเชิ้ตไปให้เขา ธาวินจึงเปิดถุงดู จากนั้นเขาก็มองแก้วตาด้วยแววตาดุ ก่อนที่จะพูดว่า...
“ของไม่ครบ ขโมยไปสามอย่าง ทำไมถึงคืนแค่สองอย่าง”
“ก่อนที่หนูจะคืนมือถือให้คุณ หนูขอถามคุณสักข้อ และขอให้คุณตอบตามความจริง” แก้วตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“จะถามอะไรว่ามา”
“คุณได้ถ่ายรูปหรือคลิป เอ่อ...ตอนที่เรา ตอนที่เรา…” แก้วตาพูดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่จบประโยคสักที ธาวินก็เลยต้องพูดแทรกขึ้น
“ตอนที่เราเอากันน่ะเหรอ เธอจะถามฉันแบบนี้ใช่ไหม?”
“ค่ะ” แก้วตาพยักหน้าแล้วเม้มริมฝีปากไว้แน่นเพื่อรอคำตอบ
“เธอไม่ได้ลีลาเด็ดถึงขนาดที่ฉันจะถ่ายรูปถ่ายคลิปเก็บไว้ให้เปลืองเมมโมรี่หรอกนะ”
“...” เธออุตส่าห์ถามดี ๆ แต่เขาดันตอบแบบจิกกัดเธอเสียอย่างนั้น แก้วตาอยากจะเอาเล็บข่วนหน้ากับความปากดีของเขาเสียเหลือเกิน
“เอามือถือของฉันมา”
“ถ้าคุณโกหกหนู ขอให้นกเขาของคุณเหี่ยวเฉา”
“กล้าแช่งฉันแรงขนาดนี้เลยเหรอยัยเตี้ย” ธาวินลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วดันคนตัวเล็กให้แผ่นหลังพิงกับโต๊ะอาหาร จากนั้นเขาก็ยืนคร่อมกักตัวหญิงสาวเอาไว้ จนร่างกายทั้งคู่เบียดเสียดแนบชิดกัน
“คุณจะทำอะไร ปล่อยหนูนะ”
“ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า...ถ้าหากฉันอยาก yes ใครสักคน นกเขาของฉันมันขันได้ตลอดเวลาไงละ” ว่าแล้ว ธาวินก็เอาส่วนกลางกายที่อยู่ใต้บ็อกเซอร์ถูไถกับหน้าท้องแบนราบ จนกระทั่งส่วนนั้นของเขาแข็งขึงขึ้นจนแก้วตาสัมผัสได้ หญิงสาวจึงใช้มือดันหน้าท้องแกร่งหวังให้เขาถอยห่างออกไป แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดไม่สามารถทำให้ร่างสูงขยับเขยื้อนได้เลย
“มันตื่นละ ทำไงดี?”
“ไม่รู้ค่ะ แต่ถ้าคุณข่มขืนหนู หนูจะแจ้งตำรวจ”
“ตำรวจไม่รับแจ้งความคนที่เต็มใจให้ฉัน yes หรอกนะ”
“หนูไม่ได้เต็มใจ ปล่อยหนู” แก้วตาดิ้นขลุกขลักสุดแรง ทำให้คนตัวสูงกอดรัดคนตัวเล็กไว้แน่น ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเปิดกระเป๋าใบเล็ก แล้วหยิบมือถือของเขาและเธอออกมาทั้งสองเครื่อง จากนั้นก็เดินเป้าตุงไปนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม
“ปลดล็อกสิ” ธาวินยื่นมือถือให้หญิงสาวคืนพร้อมกับออกคำสั่ง
“คุณคิดที่จะทำอะไร”
“เพิ่มเพื่อนในไลน์ไว้สั่งงาน”
“คุณจะสั่งงานอะไรคะ ในเมื่อหนูมาทำความสะอาดแค่วันเสาร์กับวันอาทิตย์เท่านั้น”
“แล้วถ้าห้องฉันรกก่อนวันเสาร์วันอาทิตย์ล่ะ เธอจะให้ฉันทำความสะอาดเองงั้นเหรอ? เอ๊ะหรือว่าเธอจะให้ฉันบอกน้าดวงใจว่าคืนนั้นเรา yes กันไปกี่รอบ แล้วหลังจาก yes กันเสร็จ เธอก็ขโมยมือถือและเสื้อผ้าของฉันไปด้วย ลองคิดดูสิว่าถ้าน้าดวงใจรู้ความจริงว่าลูกสาวไม่ได้เป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่คิด น้าดวงใจจะยังภูมิใจในตัวเธออยู่หรือเปล่า?”
“อย่าเอาเรื่องไม่ดีไปกรอกหูแม่ของหนู” ว่าแล้วแก้วตาก็รับมือถือของตัวเองมาปลดล็อกหน้าจอ จากนั้นก็ส่งคืนให้เขาอย่างจำใจ ตอนนี้เขาจะทำอะไรกับมือถือของเธอก็ทำไปเถอะ แต่อย่ายุ่งกับแม่ของเธอก็พอ
