บทที่ 2 รักษาท่านแม่
พออาหารเข้าไปในท้องจนเริ่มแน่น จู่ๆ ทุกคนอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่ง มารดาค้างอยู่ในท่าถือตะเกียบ ส่วนน้องชายที่กำลังคีบเนื้อปลาเข้าปากก็ตัวแข็งไปเช่นกัน
ปิ๊ง!
“สวัสดีค่ะ คุณฉี ขอต้อนรับสู่ระบบทะลุมิติพร้อมซุปเปอร์มาร์เก็ต”
ฉีชิงอีวางตะเกียบลงบนชาม พยายามอ้าปากส่งเสียงจะพูด แต่ก็มีเพียงเสียงอือๆ อาๆ ออกมา นางคิดอยากจะบ่นที่ระบบมาช้า แต่ลืมไปว่าบัดนี้ตนเองเป็นคนใบ้
‘หึ! ช้าซะจริง ควรจะมาตั้งแต่ฉันฟื้นแล้ว กลับไปต้องปรับส่วนนี้ซะใหม่’
จอขนาดใหญ่ตรงหน้าเป็นรูปด้านหน้าซุปเปอร์ มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีป้ายสีแดง ฉีชิงอียกนิ้วขึ้นกดตรงประตู
“ซุปเปอร์มาร์เก็ตเศรษฐียินดีต้อนรับ!”
ในระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ ฉีชิงอีโปรแกรมเมอร์สาวของบริษัทดีเอ็มเอรับผิดชอบอยู่ ผู้ที่ทะลุมิติมาในยุคโบราณจะต้องทำยอดขายให้ได้หนึ่งล้านตำลึง จึงจะกลับสู่ยุคปัจจุบันได้ ในตอนเริ่มต้นผู้ใช้ระบบจะได้รับเงินสิบตำลึงเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต เงินในระบบจะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ใช้ระบบสร้างความซาบซึ้งให้แก่ผู้อื่น
‘ถ้าจะสร้างความซาบซึ้งก็คงต้องเริ่มจากการดูแลคนในครอบครัวก่อน คะแนนน่าจะได้มาก ยังดีที่เงินขวัญถุงพอได้ซื้อวิตามินบำรุงร่างกายชิงชิงกับเสี่ยวเป่ากับซื้อยาให้ท่านแม่’
ฉีชิงอีกดซื้อยาแก้ไอให้กับมารดาและวิตามินสำหรับบำรุงร่างกายของสองพี่น้อง เมื่อได้แล้วก็ซ่อนขวดยาทั้งสองไว้ในสาบเสื้อ ก่อนไปกดปุ่มกำหนดท่าเรียกระบบให้ปรากฎเพราะเจ้าของร่างนี้พูดไม่ได้
‘ดันเป็นใบ้ ลำบากจริง ว่าแต่...เด็กคนนี้หูไม่หนวก ทำไมถึงพูดไม่ได้กันนะ ต้องรีบหาทางรักษาให้หาย ไม่งั้นอยู่ไปคงทำภารกิจไม่สำเร็จ’
มารดากับน้องชายก็อิ่มพอดี คนทั้งสองวางตะเกียบลงบนถ้วยเปล่า
“เสี่ยวเป่าเอาก้างปลาพวกนี้ไปฝังที่หลังเรือนเถิด ถ้ามีคนมาเห็นเข้า เดี๋ยวก็เกิดปัญหาอีก”
“ขอรับท่านแม่”
“อือๆ” ฉีชิงอีส่งเสียงบอกให้รู้ว่านางจะออกไปฝังเศษกางปลาพวกนั้นกับน้องชาย
หว่านอี้ซูจึงพยักหน้า “พวกเจ้าออกไปเถิด ถ้วยไม่กี่ใบนี่ แม่จะล้างเอง”
สองพี่น้องเดินอ้อมไปด้านหลังเรือน ใช้เสียมไม้อันเล็กๆ ขุดดินแล้วนำใบบัวที่ห่อก้างปลาฝังลงไป
“เรียบร้อยแล้ว แค่นี้หม่าเพ่ยก็ไม่รู้แล้วล่ะ” ฉีเป่าหันมายิ้มให้พี่สาว “พี่ชิงชิง พรุ่งนี้ข้าอยากจะกินไข่บ้าง พี่จะขอเถ้าแก่เซียวได้หรือไม่”
“อือๆ” ฉีชิงอีรีบพยักหน้ารับ
ก่อนหน้านี้ เถ้าแก่เซียวยอมจ้างงานเด็กหญิงใบ้ก็เพราะนางไปหมดสติที่หน้าร้าน ครั้นเห็นว่าเด็กหญิงดูซีดเซียวอดอยาก ซ้ำเสื้อผ้ายังขาดจึงได้หาข้าวให้นางกิน เด็กหญิงจึงช่วยเก็บกวาดในร้านเป็นการตอบแทน แต่เพราะไม่อาจหลบออกจากจวนไปได้บ่อยๆ สามแม่ลูกจึงอดบ้างอิ่มบ้าง
เด็กหญิงกลับเข้าในเรือนก็ไปที่มุมห้อง หยิบเอาขวดยาแก้ไอออกมา เทยาจากขวดแก้วออกใส่ในถ้วยแล้วเก็บขวดเปล่าไว้ในถุงผ้าซุกเอาไว้ตะกร้ามุมห้อง จากนั้นก็ถือถ้วยยามาหามารดา
“นี่ยาหรือ” หว่านอี้ซูเห็นท่าชี้ที่ถ้วยก็เข้าใจได้ในทันที “เจ้าไปเอายามาจากที่ใด”
ฉีชิงอีโบกมือและแตะไปที่หน้าอกของตนเป็นเชิงบอกให้มารดาสบายใจ นางมิได้ขโมยมาแต่อย่างใด จากนั้นก็ทำท่ากระดกถ้วยทีละนิดให้กับมารดาดู
ผู้เป็นมารดายิ้มน้อยๆ “แค่เจ้าไม่ได้ขโมยมา แม่ก็สบายใจแล้ว ยานี่ เจ้าจะให้แม่ค่อยๆ จิบสินะ” พอจิบเข้าไปสักสี่ห้าคำ หว่านอี้ซูก็รู้สึกอาการระคายคอหายไป “ดีจริง! ยาที่เจ้าหามา ชุ่มคอดีนัก”
เด็กหญิงยิ้ม มองสีหน้ามารดา นึกถึงยุคที่ตนเองจากมา ตอนนางอยู่บริษัทถ้าเริ่มเจ็บคอต้องซื้อยานี้ไปดื่มทุกครั้ง
‘แน่สิ! นี่มันยาดังในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเชียวนะ ฉันซื้อกินบ่อยๆ’
“อือๆ” เด็กหญิงยื่นมือไปรับเอาถ้วยยาที่ยังเหลือเกือบเต็มจากมือมารดาแล้วชูนิ้วชี้ขึ้น
“อีกหนึ่งชั่วยามค่อยจิบอีกหรือ” หว่านอี้ซูเข้าใจได้ในทันที
เด็กหญิงพยักหน้ารับ คนเป็นมารดายิ้มน้อยๆ
“ได้ๆ แม่จะค่อยๆ จิบทุกหนึ่งชั่วยามนะ” นางพูดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรสาว
ฉีชิงอีหยิบขวดแก้วสีชาออกมา เทเม็ดวิตามินใส่ในขวดกระเบื้องเปล่าที่มีในเรือน นางกินไปหนึ่งเม็ด ดื่มน้ำเปล่าตามไปแล้วหยิบอีกเม็ดไปให้น้องชาย
“พี่ชิงชิง จะให้ข้ากินยาเม็ดนี้หรือ”
“อือๆ” เด็กหญิงชี้ไปที่ปาก
ฉีเป่ามองดูเม็ดยาสีส้มแปลกตา “เม็ดยาของพี่ สวยกว่าที่ข้าเคยเห็น ดูน่ากินจริงๆ” เด็กชายพูดพลางหยิบใส่ปาก
ฉีชิงอีเลื่อนถ้วยน้ำเปล่าให้น้องชาย เด็กชายจึงดื่มน้ำตาม แล้วยิ้มเผล่ให้พี่สาว
“พวกเจ้าไปบ้วนปากเสีย เตรียมตัวเข้านอนได้แล้ว”
“ขอรับ ท่านแม่”
แต่เดิมเรือนหลังนี้เป็นเรือนพักของสาวใช้ มีเตียงยาวสำหรับให้สาวใช้นอนด้วยกันได้สี่คน พอบิดาของฉีชิงอีสิ้นชีวิต ชุยหงผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่ก็ยุยงให้ท่านย่ายกเรือนที่สามแม่ลูกอยู่เพื่อยกให้กับบุตรชายคนโตของตนเองเพื่อให้สะดวกแก่การอ่านตำรับตำรา ท่านย่าเห็นด้วย หว่านอี้ซูกับลูกทั้งสองจึงต้องระเห็จมาอยู่ในเรือนเล็กหลังนี้ ที่มีห้องโล่งกว้างเพียงห้องเดียว ต้องใช้ผ้าม่านกั้นแบ่งส่วนหลับนอนกับส่วนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า
หว่านอี้ซูมิได้โอดครวญ เมื่อสูญเสียสามี นางก็นอนไม่ค่อยหลับ การนอนร่วมห้องกับบุตรชายและบุตรสาวช่วยให้อบอุ่นใจได้มาก เตียงใหญ่ที่สาวใช้ทั้งสี่เคยนอนเบียดกัน เมื่อสามแม่ลูกมาใช้ก็ถือว่ากว้างขวาง
หลังจากท่านแม่กับน้องชายเข้านอน ฉีชิงอีก็ลุกขึ้นมานั่งวาดมือเป็นวงกลม ซึ่งเป็นท่าเรียกระบบให้ออกมาตามที่นางได้กำหนดเอาไว้
‘ดูแลแต่ระบบ แต่ไม่รู้ว่าในยุคโบราณนี่ อะไรบ้างที่จะเป็นราคา ยุคนี้ก็ไม่ใช่ยุคอดอยากจะเอาอาหารออกไปขายก็คงจะขายไม่ได้’
นางบ่นพลางใช้นิ้วเลื่อนจอภาพไปเรื่อยๆ ครั้นเลื่อนไปถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เด็กหญิงก็ยิ้มออกมา
‘นี่ไง ของกินที่เหมาะกับคนทุกยุคทุกสมัย เอาไว้พรุ่งนี้ ฉันจะให้ท่านแม่กับเสี่ยวเป่าลองกินดู’
เด็กหญิงวางแผนอยู่ในใจแล้วล้มตัวลงนอน เริ่มทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่าง ไม่เพียงแต่ต้องทำภารกิจขายสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ครบล้านตำลึงเท่านั้น แต่ในฐานะผู้ทะลุมิติจะต้องทำให้เจ้าของร่างมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย
