Chapter 5
Chapter 5
@สนามบินเชียงใหม่
15.00 น.
หลังจากเครื่องบินลงจอดบนรันเวย์ ธีโอก็เดินหน้านิ่งเข้าไปยังอาคารผู้โดยสาร แม้สีหน้าจะเรียบนิ่งไร้รอยยิ้ม แต่ความหล่อเหลาราวกับเทพบุตรก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณนั้น ทำเอาสาวน้อย สาวใหญ่ ต่างเหลียวมองคนตัวสูงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเกตสีดำด้วยความสนใจ เพราะนอกจากเขาจะหล่อแล้ว รูปร่างของเขายังเพอร์เฟกต์อีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างบนตัวเขาดูดีดูเท่ไปหมด
การปรากฏตัวของธีโอที่สนามบินสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาว ๆ ราวกับเจอไอดอลสุดฮอต แม้จะมีผู้คนมองเขาอย่างสนใจ แต่ธีโอกลับไม่ได้เหลียวมองใครสักคน เขาเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทางออก ซึ่งตอนนี้มีรถตู้คันหรูมาจอดรอรับ โดยมี พันเอก ชายหนุ่มวัย 26 ปี ที่เป็นทั้งเลขาและบอดี้การ์ด ยืนรอข้างรถ เพื่อรอเปิดประตูรถให้เขา
หลังจากธีโอขึ้นรถแล้ว พันเอกก็ปิดประตูรถทันที จากนั้นก็รีบวิ่งขึ้นรถไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ก่อนจะพยักหน้าให้คนขับรถ แต่ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวธีโอก็พูดขึ้นว่า...
“อย่าเพิ่งออกรถ” ธีโอเอ่ยบอกคนขับรถทันที เมื่อเขาบังเอิญเห็นหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองที่เพิ่งแยกจากกันตอนเช้า ตอนนี้เธอมาโผล่ที่สนามบินเชียงใหม่ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับเขา ซึ่งตอนนี้เธอกำลังเดินออกจากอาคารผู้โดยสารพร้อมกับผู้หญิงอีกสองคน ดูไปแล้วก็น่าจะเป็นเพื่อนกัน เพราะพวกเธอดูสนิทกันมาก
ธีโอมองตามหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองทุกย่างก้าว จนกระทั่งมีเด็กน้อยผิวขาวน่ารักวิ่งเข้ามากอดขาหญิงสาวผมสีบลอนด์ทอง เธอจึงรีบนั่งยอง ๆ แล้วตวัดแขนโอบกอดเด็กน้อยด้วยความรักความคิดถึง จากนั้นก็บอกกล่าวให้เด็กน้อยยกมือไหว้เพื่อนสาวของเธอ หลังจากกลุ่มนั้นทักทายกันเรียบร้อย เพื่อนของหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองก็เดินแยกออกไป ส่วนหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองก็เดินจูงมือเด็กน้อยเดินเคียงคู่ไปกับชายร่างสูงผิวขาวขึ้นรถกระบะสีดำคันใหญ่ ธีโอนั้น...เคยเจอครอบครัวนี้ครั้งแรกที่เกาะท่องเที่ยวของสกาย ส่วนครั้งที่สองเจอที่งานแต่งงานของธาวิน เขามองครอบครัวพ่อแม่ลูกตรงหน้า แล้วเปิดคลังภาพในมือถือดูรูปถ่ายที่เขาเผลอถ่ายไว้ในวันนั้น
“แล้วกูจะเก็บรูปนี้ไว้ทำเชี่ยอะไรวะ” ธีโอก่นด่าตัวเองที่เผลอดูรูปที่ถ่ายไว้เมื่อเดือนก่อน เขางงกับตัวเองเหมือนกันว่าจะถ่ายรูปและเก็บรูปไว้ให้เปลืองหน่วยความจำมือถือไปทำไม เมื่อคิดได้แบบนั้นเขาก็กดลบรูปทิ้งทันที เพราะหล่อ รวยอย่างเขา ไม่มีทางไปสนใจเมียชาวบ้านอย่างแน่นอน ธีโอมองครอบครัวพ่อแม่ลูกด้วยแววตาเรียบนิ่ง จากนั้นเขาก็สั่งให้คนขับรถ ขับเคลื่อนรถออกจากสนามบินทันที
Part - ไลลา
ในขณะที่กำลังนั่งรถออกจากสนามบิน เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบ ชื่อว่า ‘ใบชา’ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วรถ
“ไม่ได้เจอหม่ามี้ไม่กี่อาทิตย์ หม่ามี้ของหนูสวยขึ้นเยอะเลย แถมยังทำผมสีใหม่ด้วย หนูชอบหม่ามี้ทำผมสีนี้จังเลยค่ะ ส้วยสวย” เด็กน้อยช่างพูดชมคุณแม่ของเธอด้วยน้ำเสียงน่ารักพร้อมทั้งเอามือน้อย ๆ จับเส้นผมนุ่มสลวยไปด้วย
“หนูก็สวยที่สุดเลยค่ะลูกสาวของมี้” ว่าแล้วไลลาก็หอมแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจ
“หนูสวยได้หม่ามี้ค่ะ ใช่ไหมคะพ่อเหม”
“ครับคนสวยของพ่อเหม” เหมราชตอบกลับเด็กหญิงตัวน้อยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น จากนั้นเหมราชก็พูดกับไลลาว่า... “ทำไมน้องไม่บอกเฮียตั้งแต่แรกว่าทางมหาวิทยาลัยให้น้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาลเมธานนท์” เหมราชเอ่ยถามไลลาด้วยน้ำเสียงซีเรียส
“ฝึกงานที่โรงพยาบาลเมธานนท์ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่คะ อีกอย่างที่นี่ให้เบี้ยเลี้ยงเด็กฝึกงานดีมาก ๆ เลย หนูจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของเฮียด้วยไง”
“น้องไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรอก ใช้ชีวิตให้มีความสุขไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอะไรทั้งนั้น ส่วนเรื่องฝึกงาน ไหน ๆ ก็ได้ฝึกที่นี่แล้ว น้องต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ เข้าใจไหม?”
“เฮียพูดเหมือนโรงพยาบาทเมธานนท์เป็นสถานที่ฝึกงานที่อันตรายอย่างนั้นแหละ”
“ไม่มีอะไรหรอก เฮียแค่เป็นห่วงน้องน่ะ เพราะการฝึกงานก็เหมือนการทำงานจริง กลัวว่าน้องจะโดนพนักงานประจำแกล้งน่ะ”
“เฮียไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ หนูจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาแกล้งได้หรอกค่ะ” ไลลาพูดให้เหมราชสบายใจ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าการฝึกงานครั้งนี้จะต้องเจอกับอะไร และเป็นอย่างไร แต่เธอก็จะตั้งใจฝึกงานให้เต็มที่
“สู้คนแบบนี้สิ เฮียค่อยสบายใจหน่อย” ถึงแม้บุคลิกภายนอกไลลาจะดูเหมือนคนแรง แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว ไลลาเป็นผู้หญิงที่จิตใจบอบบางมาก
“สบายใจได้เลยค่ะพ่อเหม หม่ามี้เก่งที่สุดอยู่แล้ว” เด็กหญิงใบชาเอ่ยแทรกขึ้น ทำให้เหมราชและไลลาหลุดขำออกมากับความช่างพูดของเด็กหญิงวัยสามขวบที่เป็นแก้วตาดวงใจของทั้งคู่
