บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 คิดถึง

ตกดึกที่มันดึกจริงๆ เพราะทวีปตรงข้ามประเทศไทยที่เธออยู่ มันคือกลางวัน

เรรันต์นอนเกลือกกลิ้งไปมาอยู่กลางฟูกเริ่มจะเคลิ้มหลับ แต่แล้ว เสียงโทรศัพท์ดังขัดเธอให้ตาสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

....หน้าจอเผยชื่อคนเดียวกันกับที่เธอรอคอย

( เฮ้ ..)

เสียงปลายสายดูสดชื่น ในขณะที่เรรันต์เริ่มหงอยเต็มที ผุดขึ้นเปลี่ยนจากท่านอนมาเป็นท่านั่ง ก่อนจะกรอกเสียงตอบกลับไป

“พี่คิม..”

( ไหงเสียงเป็นงั้นล่ะคะ หนูง่วงเหรอ )

“ง่วงสิ ก็พี่เล่นโทรมาซะป่านนี้ นี่มันดึกแล้วนะคะ”

เธอบอกทำหน้าบู้บี้ใส่โทรศัพท์ ถึงปลายสายจะไม่เห็น แต่น้ำเสียงแบบนี้ก็พอจะเดาออก คิมหันต์จึงเป็นฝ่ายรู้สึกผิดเต็มๆ

( เฮ้อ...ก็คนมันยุ่งนี่นา )

“อ้างๆๆ พี่คิมติดสาวหนึบแหง”

( เฮ้ย! ใช่ที่ไหน แก่แดดใหญ่แล้วนะเรา )

“ไม่ได้แก่แดดค่ะ มันเรื่องจริงใช่มั้ย?”

( อย่ามาทำเป็นรู้ดี ติดสงติดสาวที่ไหนกันเล่า ชีวิตมีแต่เรียนกับเรียนเบื่อจะตายอยู่แล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้กลับไทยสักที )

“ชิ "ทำมาเป็นพูดเอาใจน้อง

( เอ้า )

“ฮ่าๆๆ”

มันคือความสนิทระดับสูงสุดของพี่น้องนอกสายเลือดคู่นี้ ในสายตาของคิมหันต์เรรันต์มักไร้เดียงสาเสมอ แต่ในความคิดของเจ้าตัวกลับคิดว่าเธอน่ะโตแล้ว การคุยกันมันเลยกลายเป็นการถกเถียงกันเสียมากกว่า เรรันต์คงจะนอนหลับฝันดีที่สุดในคืนนี้ เมื่อคนรอคอยโทรหา

แต่แล้ว...

กลับมีเสียงนี้กลับเล็ดรอดเข้ามาในสายเสียก่อน ซึ่งทำเรรันต์ที่กำลังหัวเราะร่วนให้กับบทสนาหยอกเย้า ที่ทำเธอเลี่ยงขมวดคิ้วเป็นปมไม่ได้

( คิมคะ เราจะไปกันได้รึยัง )

....นี่มันเสียงผู้หญิงนี่นา....

“ใครคะพี่คิม เพื่อนพี่เหรอ” จึงตัดสินใจถาม

( อ่อ แฟนพี่น่ะค่ะ เออเรรันต์งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ พี่มีธุระต้องไปทำต่อ ที่นั่นคงดึกแล้วด้วย หนูนอนได้แล้ว )

“พี่....”

ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด....

“คิม....”

ประโยคหลังออกมาแค่เสียงลม เรรันต์ถึงกับถือสายค้าง ก่อนจะค่อยๆลดมันลงพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า เธอรู้สึกน้อยใจแปลกๆ มือชาวาบ และหัวใจมันถูกบีบตุบ ตุบ ทั้งๆอันที่จริงแล้วเธอน่าจะชินไปกับมัน คิมหันต์ทำให้เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก ว่าชีวิตเขาน่ะขาดผู้หญิงไม่ได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนยังไงเขาก็ต้องมี แต่ทว่าวันนี้ ....ทำไม

...ดูเหมือนเธอนั้นไม่เข้าใจมันสักนิดเลย

“ฮึก...”

กลายเป็นเรื่องน่าละอายใจมากสำหรับเรรันต์ นั่นเลยทำให้เธอหักห้ามใจไม่รับโทรศัพท์เขาอีก ถ้ามันจะต้องคุยกันจริงๆ ก็ขอให้เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น เหมือนอย่างเช่นวันนี้ ที่เธอกลับมาจากโรงเรียน แล้วเดินเข้าบ้านมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง สายตาจับจ้องเพียงทางเดิน กับใจที่นึกว่าตอนนี้อยู่ในห้องแล้วเท่านั้น ทว่า กลับต้องมาสะดุดกึกเข้ากับเสียงนี้ เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก

“นี่ไง มาพอดีเลย” เธอชะงัก หันไปมองตามเสียง

เห็นเป็นเคลลูกคนโตของคุณนายอารีย์ยืนอยู่ และกำลังคุยโทรศัพท์ แต่สายตาหันมาหาเธอ

“คะ?”

“คิมจะคุยด้วยน่ะ บอกเราไม่รับสายมันเลย”

เขาบอกเสียงเรียบ แต่เรรันต์กลับสะบัดหน้าหนี แล้วเดินขึ้นบันไดไปเสียเฉยๆ

“การบ้านเยอะค่ะ ขอโทษนะคะ”

“อ่าว”

เคลถึงกับงง ถือสายค้างไว้พร้อมเกาหัวแกรกๆ ในขณะที่เธอยังคงเดินต่อ ไม่หันกลับมามอง ไม่สนใจด้วยว่าเคลจะมองเธอไม่ดี เพราะสิ่งที่เธอกำลังทำ ก็แค่จะหาทางออกให้หลุดจากความรู้สึกนี้ก็เท่านั้น ที่มันไม่ได้เดือดร้อนใคร และไม่เกี่ยวกับใครเลยสักคน

“น้องไม่คุยว่ะคิม”

“...”

“เออ หน้าไม่รับแขกด้วยว่ะ มีอะไรกันป่าววะ”

ได้ยินเพียงแค่นี้เธอยังจุก นับประสาอะไรกับการคุยด้วย นั่นเพราะเธอกำลังฝืนใจอยู่ใช่ไหม อันที่จริงเธออยากจะคุยใจจะขาด

“ช่างมันเถอะ เขาเป็นพี่ชายแกนะรันต์ บ้าไปแล้วเหรอ”

มันคือความหักห้ามใจขั้นสูง ที่เด็กวัยย่างสิบหกปีอย่างเรรันต์จะทำได้ เด็กที่ติดซีรี่ย์เข้าสายเลือด อยู่กับกลุ่มเพื่อนที่เป็นติ่งเกาหลี และที่สำคัญคิมหันต์นี่แหละเข้าข่ายเหมือนในนิยายที่สุด ทั้งเรื่องราว และหน้าตา

“เฮ้อ”

ด้วยวุฒิภาวะยังเด็กเกินไป มันทำให้เธอแยกแยะไม่ออก เธอบอกตัวเองเสมออย่าไปคิดอะไรเกินเลย เขาเป็นเพียงพี่ชาย ซึ่งเหมือนเธอจะทำได้ซะด้วย ผ่านไปอีกห้าปี

ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องนอกสายเลือดยังคงเดิม เปลี่ยนไปก็แค่ความสนิท ที่มันไม่เหมือนเดิม เรรันต์เกิดความกระดากอายในใจขึ้นมาเอง รับความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะเลี่ยงในการคุยแบบเดิม กลายเป็นนานๆที และเฉพาะเท่าที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น

...มหาลัยเอกชนชื่อดังยานกลางเมือง...

เรรันต์เรียนอยู่ที่นี่ เพราะนายแม่เธอเลือกให้ ทั้งๆอันทีจริงเธอเองก็เกือบถูกส่งไปศึกษาต่อที่เมืองนอกเหมือนกัน แต่คนดื้อตาใสอย่างเธอรึจะยอม เรรันต์ค้านหัวชนฝา ไม่ยอมไป

จนกระทั่งคุณนายอารีย์ต้องยอมเสียเอง ไม่ไปเมืองนอกอย่างใจเธอต้องการก็ได้ แต่เรรันต์ต้องเข้ามหาลัยที่ดีๆ และหล่อนเลือกให้ พูดถึงคุณนายอารีย์แล้ว จะหาว่าหล่อนเจ้ากี้เจ้าการเสียหมดทุกเรื่องก็คงไม่ได้ หล่อนไม่ได้บังคับลูกๆไปเสียหมด เพียงแต่ทั้งหมดที่ทำเพราะอยากให้มีอนาคตที่ดี ซึ่งลูกๆหล่อนเองก็เข้าใจ รวมถึงลูกบุญธรรมอย่างเรรันต์ด้วย

“อ้าวรันต์ ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ เย็นมากแล้วนะ”

เสียงทุ้มของเบสเพื่อนเก่าสมัยไฮสคูลดังขึ้น เขาเองก็เป็นคนนึงที่บ้านมีทรัพย์มีสินไม่ต่างกันเลยกับเรรันต์ ด้วยเหตุผลที่มหาลัยนี้เป็นมหาลัยมีเกียรตินิยมอันดับต้นๆของประเทศ คงไม่แปลก หากคนมีตังค์หลายๆครอบครัวจะเลือกกัน ยัดทายาทของตัวเองเข้าไปเพียงแค่หวังผลให้ได้เจอคนดีๆ คบเพื่อนสังคมเดียวกัน เพื่อต่อยอดธุกิจภายภาคหน้าเท่านั้น

แต่กลับไม่ใช่เรรันต์คนนี้

“ยังกลับไม่ได้หรอก รายงานที่จะส่งพรุ่งนี้ยังไม่เสร็จเลย”

“แต่ห้องสมุดจะปิดแล้วนะ”

“อ่อ งั้นคงต้องยืมไปต่อที่บ้าน”

“ให้เบสช่วยไหม”

“ไม่เป็นไร” เธอบอกตาแป๋ว พลางยิ้ม “เกรงใจน่ะ"

“อ่อ”

“แล้วเบส เอ่อ” เธอช้อนตาขึ้นมาถามต่อ แต่พอเห็นเขามองอยู่ และสบเข้ากับสายตานั้น หญิงสาวถึงกับชะงักกึกทันที เพราะเขานั้นหลบตาไม่ทัน “มะ ไม่กลับบ้านเหรอ” และเธอเงยหน้าไปเจอพอดี​

ตะกุกตะกักแบบนี้ เบสคิดเธอคงจะรู้แล้ว นั่นเลยทำให้เบสกล้าติดสินใจทำมากขึ้น

“มารอรันต์น่ะ”

“รอเราทำไม เราขับรถมาเอง”

“เปล่า ไม่ได้จะไปส่ง”

“อ้าว”

“ก็เห็นนั่งอยู่คนเดียว เลยได้โอกาสมาบอกสักที”

หญิงสาวเริ่มใจหวั่น ถึงจะดูซื่อ แต่เธอเองก็มีความฉลาดไม่เบา

“บะ บอกอะไรเหรอ”

เบสเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกลืนน้ำลายเตรียมตัวนิดหน่อย รวบรวมความกล้า

“เบสชอบรันต์นะ ชอบมากเลย ชอบมานานแล้วด้วย เป็นแฟนกับเบสได้ไหม”

“เอ่อ..”

พลั่ก!

ส่วนเรรันต์ เมื่อได้ยินถึงกับทำปากกาหลุดมือ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel