บทที่8 ตามเฝ้า
บทที่8 ตามเฝ้า
แกร็ก!
เสียงประตูเปิดดังขึ้น ทำให้บทสนทนาของทั้งคู่หยุดลง ไคเลอร์และควีนหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกัน
“อ้าว ไอ้ไค มึงมาทำอะไรห้องนี้วะ”
ธีร์เดินเข้ามาพร้อมถุงขนมและเครื่องดื่มเต็มสองมือ เขานำของทั้งหมดไปวางไว้บนโต๊ะ ก่อนเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่
“ไอ้เคทให้กูลงมาดูน้องมัน โทรหามึงกับควีนไม่มีใครรับสายสักคน”
“เออ กูลืมโทรศัพท์ไว้ในห้อง ชาร์จแบตทิ้งไว้” ธีร์ตอบ ก่อนเหลือบมองเพื่อนอย่างสงสัย
“แล้วเพื่อนมึงกลับกันหมดแล้วรึไง ถึงได้มานั่งอยู่ห้องนี้”
“ยัง” ไคเลอร์ตอบสั้น ๆ ก่อนหันกลับไปมองเด็กสาวข้างกาย
“แต่พวกมันอยู่กันได้ กูสอนการบ้านควีนเสร็จก่อนค่อยกลับ” จากนั้นสายตาคมก็เลื่อนลงไปยังสมุดตรงหน้าควีน
“ไหน มีข้อไหนอีกที่ไม่เข้าใจ”
“จริง ๆ ก็มีอีกเยอะค่ะ แต่ให้พี่ธีร์สอนก็ได้ ควีนเกรงใจ เพื่อน ๆ พี่คงรออยู่” ควีนส่งยิ้มบาง ๆ ให้
“จะไล่?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที ไม่พอใจนิด ๆ พอไอ้ธีร์มาทีไรความสนใจของเธอมักไปอยู่ที่มัน
“ไม่ใช่นะคะ ควีนแค่เกรงใจ แต่ถ้าพี่ไคล์ไม่รีบ...สอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ” มือเล็กรีบโบกไปมาปฏิเสธคำพูดของเขา ก่อนคลี่ยิ้มหวาน เพียงเท่านั้นสีหน้าบึ้งตึงของคนตัวโตก็คลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ธีร์มองภาพตรงหน้าสลับไปมาระหว่างเพื่อนกับน้องสาวคนสนิท ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยแต่เลือกที่จะไม่พูดอะไร
ไคเลอร์นั่งสอนการบ้านให้ควีนต่ออย่างใจเย็น จนกระทั่งเคทกลับมาถึงห้อง เขาจึงยอมแยกตัวกลับขึ้นไปยังห้องของตัวเอง
แกร็ก!
“ไอ้สัสไค กูนึกว่ามึงลืมพวกกูไปแล้ว!” เจตต์โพล่งขึ้นทันทีที่ประตูเปิด
“เออ โทษที คุยกับไอ้เคทเรื่องงานนานไปหน่อย” ไคเลอร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ให้เอ็มม่าที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“เคทกลับมาแล้วเหรอวะ กูนึกว่ามึงลงไปเฝ้าน้องควีนซะอีก” จอมทัพหรี่ตามองเพื่อน ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนจับผิดอะไรบางอย่างได้
“สัส กูจะไปเฝ้าทำไม ไอ้ธีร์มันก็อยู่”
“เหรอออ” จอมทัพลากเสียงยาว ใครเชื่อมันก็โง่ล่ะ
“มึงเลิกพูดจาแบบนี้สักทีเถอะวะ” ไคเลอร์เริ่มใช้น้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ปกติดจอมทัพมันก็ไม่ได้พูดมากขนาดนี้ วันนี้มันเป็นอะไรกวนประสาทเขาไม่หยุดเลย
“พอเลยพวกมึง จะกัดกันทำไมเนี่ย” แนนรีบพูดห้าม
ก่อนสายตาจะเหลือบไปมองเอ็มม่า คำพูดของจอมทัพเธอรู้ว่ามันต้องทำให้เอ็มม่ารู้สึกไม่ดีแน่ ๆ แม้เอ็มม่าจะยังคงนั่งนิ่งและรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้ดี แต่แววตากลับฉายความเศร้าและความไม่พอใจออกมา แนนมองแล้วก็รู้สึกเห็นใจมาก ๆ บางทีเธอก็อยากบอกให้เอ็มม่าถอยออกมาก่อน ใครมองก็ดูออกว่าตอนนี้ความสนใจของไคเลอร์ไม่ได้อยู่กับเอ็มม่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ว่าเธอเองก็ไม่ได้สนิทกับเอ็มม่ามากนักจะพูดมากไปก็ไม่ดี
“ไค...พรุ่งนี้ว่างไหม” เสียงหวานของเอ็มม่าดังขึ้น
“ทำไมเหรอ” ไคเลอร์หันไปมอง
“เราอยากชวนไปดูหนังด้วยกัน” เอ็มม่ามองเขาด้วยแววตาคาดหวัง
เธอคิดว่าตัวเองคงปล่อยทุกอย่างให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว หลายเดือนก่อนเธอเคยคิดว่าการถอยออกมา อาจทำให้ไคเลอร์รู้ใจตัวเองและชัดเจนในความสัมพันธ์ แต่เปล่าเลยระยะห่างไม่ได้ทำให้เขาคิดถึงเธออย่างที่หวัง กลับกันไคเลอร์กลับยิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ และการมาครั้งนี้ทำให้เอ็มม่ารู้ดีว่า หลายอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
โดยเฉพาะสายตาของเขา...ที่ดูเหมือนจะมีใครบางคนดึงความสนใจไปจากเธอ
“...”
“มึงจะเงียบทำไมวะ แค่ดูหนังเองมึงก็ไปกับเขาหน่อย” เจตต์กระทุ้งศอกใส่เพื่อนเบา ๆ ก่อนลดเสียงลง
“เอ็มม่าอยากดูรอบกี่โมง แล้วให้เราไปรับไหม” ไคเลอร์ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปถามเอ็มม่า
“รอบบ่ายดีไหม เจอกันที่ห้างเลยก็ได้ ไคจะได้ไม่ต้องวนรถไปมา” รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเอ็มม่าทันที
“อืม ได้”
วันถัดมา
ณ ห้างสรรพสินค้า
ไคเลอร์และเอ็มม่าเดินออกจากร้านอาหารหลังจบมื้อเที่ยง ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินเลือกซื้อของตามร้านต่าง ๆ เหมือนเช่นเมื่อก่อน
เขายังคงเป็นไคเลอร์คนเดิม ไม่เร่ง ไม่บ่น และไม่เคยแสดงสีหน้าหงุดหงิดเวลาต้องเดินตามเธอเข้าร้านนั้นออกร้านนี้
หลังจากนำของทั้งหมดไปเก็บไว้ในรถ ทั้งคู่ก็เดินตรงไปยังโรงภาพยนตร์ รอบหนังที่จองไว้คือเวลา 15.30 น.
“ตกลงเรื่องไปเที่ยว ไคจะไปด้วยกันไหม” เอ็มม่าถามขึ้นระหว่างนั่งรอเวลา
“ไปสิ แต่เราอาจชวนเพื่อนไปเพิ่มอีกสองสามคน เอ็มม่าโอเคไหม”
“โอเคสิ เราไม่ติดอยู่แล้ว ไปหลายคนก็สนุกดี” เธอตอบทันที ริมฝีปากคลี่ยิ้มหวานให้เขาด้วยความดีใจ
เพียงแค่คิดถึงทริปที่กำลังจะมาถึง เธอก็เริ่มวางแผนในหัวแล้วว่าต้องทำอะไร สิ่งแรกที่เธอจะเตรียมคือชุดว่ายน้ำ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ครั้งนี้เธอจะไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าอีก
ระหว่างที่เอ็มม่ากำลังพูดคุยไปเรื่อย ๆ ไคเลอร์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ได้ใส่ใจนัก กระทั่งสายตาคมสะดุดเข้ากับร่างเล็กคุ้นตาที่กำลังเดินมากับกลุ่มเพื่อน
ควีน...เธอโดดเด่นออกมาจากคนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงเขาที่มอง ผู้ชายหลายคนบริเวณนั้นต่างเหลียวตามเธอจนแทบคอเคล็ด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
‘จะมองอะไรกันนักหนาวะ’ เขาบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ดวงตาคมมองตามร่างเล็กจนเธอเดินหายเข้าไปทางโซนคาราโอเกะ
“ไคมองอะไร เห็นมองตั้งนานแล้ว” เสียงของเอ็มม่าดึงเขากลับมาจากความคิด
เอ็มม่าถามพร้อมกับมองตามสายตาของไคเลอร์แต่ก็ไม่เห็นอะไร มีแต่ผู้คนที่ไม่ค่อยคุ้นหน้า ทีแรกเธอนึกว่าเขาเจอคนที่รู้จักซะอีก
“ไม่มีอะไรหรอก เราก็มองไปเรื่อยเปื่อยนะ ไปกันเลยไหม ได้เวลาหนังฉายแล้ว” ไคเลอร์ก้มมองดูนาฬิกาแล้วก็ลุกเดินนำเอ็มม่าเข้าไปในโรงหนัง
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไคเลอร์เริ่มรู้สึกได้ว่าเอ็มม่าพยายามเข้าหาเขามากกว่าเมื่อก่อน และบางครั้งสายตาของเธอก็เหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง ความอึดอัดเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ แต่เขาเลือกที่จะไม่แสดงออก
อย่างน้อย ๆ การดูหนังก็ผ่านไปได้ด้วยดี พอเดินออกจากโรงภาพยนตร์ สายตาของไคเลอร์กลับเผลอมองไปทางโซนคาราโอเกะอีกครั้ง
“ไคจะกลับเลยไหม หรือไปกินข้าวด้วยกันก่อน” เอ็มม่าถามขึ้น
“ไม่ดีกว่า เรามีธุระต่อ”
“งั้น...แยกกันตรงนี้เลยไหม” แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่เธอก็ไม่อยากเซ้าซี้จนทำให้เขารู้สึกรำคาญ วันนี้เขาก็ให้เวลาเธอมาทั้งวันแล้ว แค่นี้เธอก็พอใจมาก ๆ
“อืม”
“วันนี้ขอบใจมากนะที่มาเที่ยวเป็นเพื่อนเรา” เอ็มม่ายิ้มบาง ๆ แต่ภายในใจกลับมีความสุขสุดไปเลย
นอกจากเลี้ยงอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ไคเลอร์ยังออกค่าเครื่องสำอางให้เธออีกหลายอย่าง หล่อ รวย แถมยังสายเปย์ขนาดนี้ใครจะยอมปล่อยให้หลุดมือกัน
“ไม่เป็นไร กลับดี ๆ นะ”
“อื้ม ไคก็เหมือนกัน”
หลังแยกจากเอ็มม่า ไคเลอร์กลับไม่ได้เดินตรงไปยังลานจอดรถ ขายาว ๆ พาเจ้าตัวเดินย้อนกลับไปทางโซนคาราโอเกะโดยแทบไม่ต้องคิด เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่กลับไร้วี่แววของคนที่เขามองหา
“ไปไหนแล้ววะ” ความหงุดหงิดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
