บทที่7 เพ้อเจ้อ
บทที่7 เพ้อเจ้อ
ครืดด... ครืดด...
เสียงโทรศัพท์ของไคเลอร์ดังขึ้น เขาเหลือบมองชื่อบนหน้าจอก่อนกดรับสายอย่างไม่รีบร้อน
“มีอะไร”
(ไอ้ไค ไอ้ธีร์มันมารับควีนหรือยัง กูโทรหามันแล้วแม่งไม่รับสาย)
“มารับไปแล้ว มึงไม่โทรหาควีนเองล่ะ”
(ควีนก็ไม่รับไง กูถึงต้องโทรหามึงเนี่ย กูกลัวไอ้ธีร์พาน้องกูหนีเที่ยวอีก)
น้ำเสียงหงุดหงิดของเคททำให้ไคเลอร์ถอนหายใจ ธีร์ขึ้นชื่อเรื่องตามใจควีนอยู่แล้ว บางครั้งสองคนนั้นก็แอบหนีไปเที่ยวกันโดยไม่บอกเคท จึงไม่แปลกที่อีกเคทจะระแวง
“เดี๋ยวกูลงไปดูให้”
(ขอบใจมาก แล้วโทรกลับมาบอกกูด้วยนะ)
“เออ” ไคเลอร์กดวางสาย ก่อนลุกขึ้นเต็มความสูง
“พวกมึง เดี๋ยวกูมา” พูดจบก็เดินออกจากห้องทันที ไม่สนใจเสียงเรียกที่ดังไล่หลังมา
“ไคจะไปไหน” เอ็มม่าร้องถาม แต่ไม่ทันได้คำตอบประตูห้องก็ปิดลงซะก่อน ใบหน้าสวยมุ่ยลงทันที รู้สึกถึงระยะห่างและความใส่ใจของไคเลอร์ที่เคยมีให้เธอลดน้อยลงจนอดน้อยใจไม่ได้
“เดี๋ยวมันก็มา อย่าคิดมาก” แนนเอ่ยปลอบเอ็มม่า รู้สึกเห็นใจไม่น้อย
“มันจะไปไหนของมันว่ะ” เจตต์เอ่ยขึ้น เริ่มไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนขึ้นมาล่ะ
“น่าจะลงไปดูน้องควีนให้ไอ้เคท เดี๋ยวมันก็มา” จอมทัพสันนิษฐานเอาจากสิ่งที่ได้ยินไคเลอร์คุยโทรศัพท์
ร่างสูงเดินตรงไปยังลิฟต์แล้วกดลงชั้นเก้า ห้องของธามอยู่ชั้นนั้น ส่วนห้องของเขาอยู่ชั้นสิบสี่
ติ๊งต่อง... ติ๊งต่อง...
แกร็ก!
“พี่ไค! มีอะไรหรือเปล่าคะ” คนที่เปิดประตูทำให้ไคเลอร์นิ่งไปชั่วขณะ
ควีนคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมยาวยังมีความชื้นเกาะอยู่เล็กน้อย ร่างเล็กอยู่ในเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนอย่างไม่คิดระวังตัว ความอวบอัดด้านบนก็ทำให้เขาชะงักค้าง สายตาคมเผลอหยุดมองนานกว่าที่ควร เด็กสาวในชุดดรัมเมเยอร์ที่เขาเคยมองผ่านเลนส์กล้องเมื่อวันนั้น...โตขึ้นมากจริง ๆ โตจนเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
“พี่ไค”
“...”
“พี่ไคคะ!”
“จะเสียงดังทำไม อยู่กันแค่นี้” ไคเลอร์ขมวดคิ้วดุ กลบเกลื่อนอาการเมื่อครู่จนควีนถึงกับทำหน้างง
“ก็ควีนเรียกตั้งหลายครั้งแล้วพี่ไม่ตอบ แล้วจะมาดุควีนทำไมเนี่ย”
“ไอ้ธีร์ไปไหน ทำไมทั้งเธอทั้งมันไม่รับโทรศัพท์เคท”
เขาแทรกตัวผ่านร่างเล็กเข้าไปในห้องโดยไม่ต้องให้เชื้อเชิญ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังหาใครอีกคน
“ควีนอาบน้ำอยู่เลยรับไม่ทัน ส่วนพี่ธีร์ออกไปซื้อเครื่องดื่มกับขนมค่ะ”
“เครื่องดื่ม? เครื่องดื่มอะไร” น้ำเสียงเข้มขึ้นทันที
ก่อนหน้านี้ไอ้ธีร์มันยังทำหน้าตึงใส่เขาเรื่องที่มีเพื่อนมานั่งดื่มในห้องตอนควีนอยู่ แล้วนี่มันกลับลงไปซื้อเครื่องดื่มเอง
“เอ่อ...น้ำกับน้ำอัดลมมั้งคะ พี่ธีร์ไม่ได้บอก”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะจริงจังอะไรกับคำว่า เครื่องดื่ม นักหนา
“แล้วเคทจะกลับกี่โมง”
“กำลังกลับค่ะ”
ควีนตอบ ก่อนดวงตากลมโตจะเป็นประกายขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้
“พี่ไคพอมีเวลาไหมคะ สอนการบ้านข้อนี้ให้ควีนหน่อย ควีนไม่ค่อยเข้าใจ”
แม้ทั้งคู่จะปะทะฝีปากกันแทบทุกครั้งที่เจอ แต่เรื่องหนึ่งที่ควีนรู้ดีคือ หากเธอขอให้ไคเลอร์ช่วยสอนการบ้านหรือขอให้เขาช่วยอะไร เขาไม่เคยปฏิเสธเธอเลยสักครั้ง
“อืม พอมีเวลา”
เพียงเท่านั้น ร่างเล็กก็รีบวิ่งไปหยิบสมุดการบ้านมาหา ก่อนทิ้งตัวนั่งลงข้างเขาอย่างกระตือรือร้น
ไคเลอร์รับสมุดมาเปิดดู แล้วค่อย ๆ อธิบายทีละขั้นตอนอย่างใจเย็นผิดกับนิสัยปกติของเจ้าตัว
“ตรงนี้แทนค่าลงไปก่อน แล้วค่อยใช้สูตรนี้ เข้าใจหรือยัง”
ควีนพยักหน้าหงึก ๆ
“เข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มตาหยีที่ส่งมาให้ ทำให้สายตาคมหยุดอยู่บนใบหน้าหวานชั่วครู่ ก่อนจะเบือนหนีไปทางอื่น
“แล้วคิดหรือยังว่าอยากเรียนต่อคณะอะไร”
“ควีนว่าจะเรียนสถาปัตย์ค่ะ แต่ไม่รู้จะสอบเข้าได้ไหม”
“ทำไมคิดว่าจะสอบไม่ได้”
ไคเลอร์เอนหลังพิงพนักโซฟา ทอดสายตามองคนข้างตัวที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“ก็ควีนเรียนไม่ค่อยเก่งนี่คะ ไม่เหมือนพี่เคทที่เก่งทุกอย่างเลย”
เธอถอนหายใจ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“หรือควีนหาแฟนรวย ๆ แล้วให้แฟนเลี้ยงดีนะ”
แปะ!
“โอ๊ย!”
นิ้วเรียวยาวดีดเข้ากลางหน้าผากมนจนควีนรีบยกมือขึ้นกุมทันที
“อะไรของพี่เนี่ย ควีนเจ็บนะ!”
“เพ้อเจ้อ”
“...”
“ไม่เก่งก็ขยัน ไม่ใช่คิดแต่จะหาแฟนมาเลี้ยง”
ไคเลอร์ส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ ส่วนคนโดนดุกลับยู่ปากใส่ทันที ท่าทางไม่ได้สำนึกเลยสักนิด
“ก็ขยันอยู่นี่ไงค่ะ ควีนถึงต้องหอบหนังสือมาหาพี่เคท เพราะวันจันทร์จะสอบนี่แหละค่าาา”
เสียงหวานลากยาวอย่างเหนื่อยหน่าย มือเล็กยังคงลูบหน้าผากตัวเองปรอย ๆ
ไคเลอร์เหลือบมองรอยแดงจาง ๆ บนผิวขาวแล้วชะงัก เมื่อกี้เขาคงเผลอดีดแรงไปหน่อย มือหนาจึงยกขึ้นลูบรอยแดงบนหน้าผากเธอเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิด
ควีนชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ ใบหน้าหวานเริ่มร้อนขึ้นจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น ทำทีเหมือนไม่มีอะไร ทั้งที่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
‘อะไรของแกเนี่ยยัยควีน ทำไมอยู่ ๆ ใจเต้นแรงขึ้นมาวะ’
ควีนได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ ช่วงนี้เธอรู้สึกแปลก ๆ กับไคเลอร์บ่อยเกินไปแล้ว
“เรียนยากจนท้อขนาดนั้นเลยหรือไง”
ควีนเม้มริมฝีปาก เงียบไปครู่หนึ่งเพื่อเก็บอาการ ก่อนจะหันกลับมามองเขาตรง ๆ
“พี่ไค”
“อะไร”
“ถามจริง ๆ นะ พี่ว่าควีนมีแฟนได้หรือยัง” ใบหน้าคมคายที่กำลังมองเธออยู่นิ่งค้างกับคำถามของเธอทันที ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย
“ทำไมถามแบบนี้ มีคนที่ชอบแล้วรึไง” น้ำเสียงที่เคยเรียบเฉยต่ำลงโดยไม่รู้ตัว
“ไม่รู้สิคะ แค่ถาม” ควีนเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนข้างตัวกำลังจ้องเธอตาเขม็ง
“เพื่อนควีนก็มีแฟนกันเกือบหมดแล้ว ตอนพี่เคทอายุเท่าควีนก็เป็นแฟนกับพี่ธามแล้วด้วย”
“แล้ว?”
“พอมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้ควีนไง” น้ำเสียงช่วงท้ายเบาลงจนไคเลอร์จับความรู้สึกบางอย่างได้
“พูดเหมือนน้อยใจพี่สาวตัวเอง”
“ไม่ได้น้อยใจค่ะ” ควีนรีบปฏิเสธ แต่แววตากลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง
“มันก็แค่...เหงา” รอยยิ้มบนใบหน้าหวานจางลงอย่างเห็นได้ชัด
“ควีนแค่อยากให้พ่อกับแม่แล้วก็พี่เคทมีเวลาให้ควีนบ้าง”
พ่อกับแม่ของควีนทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนเคทเอง หลังจากคบกับธาม เวลาส่วนใหญ่ก็มักหมดไปกับทั้งเรื่องเรียนและแฟน ถึงทุกคนจะรักและเป็นห่วงควีนมาก แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครทันสังเกตว่าเด็กที่ดูสดใสอยู่ตลอดเวลาคนนี้กำลังเก็บซ้อนความเหงาเอาไว้ลึก ๆ ในใจ
ไคเลอร์นิ่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองเสี้ยวหน้าหวานอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาเงียบ ๆ
‘ถ้าไม่มีใครมีเวลาให้...เขามีให้เองก็ได้’
