Chapter 8
Chapter 8
“น้องไม่ใช่ปลาทอง คงไม่ลืมง่าย ๆ หรอกมั้งว่าเข้ามาในห้องพี่ได้ยังไง”
“พี่กายด่าหนูเหรอ?”
“มีคำไหนที่พี่ด่าน้อง”
“ก็พี่ว่าหนูไม่ใช่ปลาทอง” วาวีเถียงไปเรื่อย
“ก็ใช่ไง...น้องไม่ใช่ปลาทอง หรือน้องอยากเป็นปลาทองโง่ ๆ ที่ความจำสั้น”
“พี่กาย!”
“เลิกงอแง แล้วตอบคำถามพี่มา น้องใส่ยาปลุกเซ็กซ์ในน้ำชาทำไม?” สกายถามน้ำเสียงนิ่ง เขาไม่ได้โง่ จนไม่รู้ว่าน้ำชาที่วาวีเอามาให้ดื่มต้องผสมยาปลุกเซ็กซ์แน่ ๆ เพราะหลังจากดื่มไปได้สักพักฮอร์โมนมันก็พลุ่งพล่านจนควบคุมตัวเองไม่ได้ อีกทั้งน้องสาวของเพื่อนก็เสนอตัวให้เขาทำเรื่องอย่างว่าอย่างหน้าไม่อาย
“ต๊าย! อย่าปรักปรำหนูนะ หนูจะไปทำอย่างนั้นทำไม อีกอย่างหนูจะไปเอายาปลุกเซ็กซ์มาจากไหน เพราะถ้าคนอย่างหนูคิดจะยั่วพี่ หนูไม่ใช้ยาปลุกเซ็กซ์หรอกค่ะ” ขนาดว่ามอมยาปลุกเซ็กซ์หวังจะจับเขาเป็นผัว แต่ทว่าเขากลับหาทางปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์กับเธอ ในเมื่อยาปลุกเซ็กซ์ใช้กับเขาไม่ได้ผล เธอคงจะไม่ยอมรับให้เสียหน้าหรอก แต่เธอจะต้องรุกเขาด้วยวิธีอื่น โดยการสะบัดผ้าห่มออกจากตัว ก่อนที่ยืนขึ้นโชว์เรือนร่างโป๊เปลือยต่อหน้าเขา แล้วมาดูสิว่าเขาจะอดใจไหวได้สักแค่ไหน
“เฮ้ย! ทำอะไรวะเนี่ย รู้จักอายบ้างสิ” สกายรีบหยิบผ้าห่มจากพื้นมาคลุมตัวให้หญิงสาว โดยที่เขากระชับกอดเธอเอาไว้แน่น เพื่อไม่ให้หญิงสาวดึงผ้าห่มออกจากตัว
“แล้วทำไมหนูต้องอายด้วยล่ะคะ ในเมื่อพี่กายพูดเองนี่นาว่าหนูเป็นน้องสาวของพี่ น้องสาวก็แค่ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าพี่ชายเองนะ ตื่นเต้นอะไรคะเนี่ย” วาวีต่อปากต่อคำด้วยความหมั่นไส้ อุตส่าห์หน้าด้านโชว์ขนาดนี้ยังจะอดใจไหวอีก
“นี่อย่าบอกนะว่าน้องถอดเสื้อผ้าโชว์ไอ้ธาวินด้วย”
“เฮียวินก็เป็นพี่ชายของหนูนี่นา แถมเป็นพี่ชายแท้ ๆ ด้วย ทำไมหนูจะถอดเสื้อผ้าโชว์เฮียวินไม่ได้” กับธาวิน วาวีไม่เคยทำแบบนี้หรอก แต่กับเขาที่อยากเป็นพี่ชายของเธอเสียเหลือเกิน หญิงสาวจะทำให้เขาตบะแตกไปเลย
“ต่อไปนี้ห้ามถอดเสื้อผ้าโชว์ไอ้ธาวินอีกเด็ดขาด น้องโตแล้วนะ” สกายเตือนวาวีน้ำเสียงเข้ม
“ส่วนไหนเหรอคะที่พี่เห็นว่าใหญ่ เอ้ย! โต เมื่อวานพี่ยังบอกว่าหนูเหมือนเด็กอนุบาลอยู่เลย” วาวีเอ่ยกำกวมด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
“ตัวโตเปล่า ๆ แต่สมองเด็กชะมัด” เมื่อวาวีดื้อด้านเกินต้านและป่วยการที่จะสั่งสอน สกายก็เลยอุ้มวาวีทั้งที่มีผ้านวมห่อตัวเดินออกจากห้องของเขา
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของเพื่อนสนิท สกายก็เอานิ้วเรียวเล็กสแกนที่ประตู หลังจากประตูปลดล็อก คนตัวสูงก็อุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้อง แล้วเดินไปยังโซนรับแขกตรงหน้าทีวี
เมื่อวาวีเห็นสกายทำท่าจะโยนเธอลงบนโซฟา หญิงสาวจึงตวัดแขนเรียวกอดรัดลำคอของเขาไว้แน่น แล้วใช้แรงดึงคนตัวสูงให้ล้มตัวนอนบนโซฟาด้วยกัน
“เฮ้ย...อื้อ!”
“ปากหวานจังเลยค่ะ พี่กายใช้ยาสีฟันอะไรอะ” หลังจากขโมยจูบคนตัวสูงในยามเช้า วาวีก็ยักคิ้วให้เขาอย่างเจ้าเล่ห์
“ดื้อฉิบหาย อย่าให้ทนไม่ได้นะ” สกายรีบผละตัวออกจากหญิงสาว
“ทำไมคะ พี่จะทำอะไรหนู จะกัดปากหนูอีกเหรอ? กัดสิคะ กัดเลย” ว่าแล้ว วาวีก็ทำปากจู๋ท้าทายสกาย แต่ก็ต้องร้องโอดโอย เมื่อสกายใช้นิ้วดีดหน้าผากมนดัง แป๊ะ!
“โอ๊ย!”
“สม...อยากดื้อดีนัก” สกายทำสีหน้าดุ แต่ในขณะที่เขากำลังหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง หญิงสาวรีบลุกขึ้นคว้าจับข้อมือใหญ่เอาไว้แน่น
หมับ!
“อย่าเพิ่งไปสิคะ”
“มีอะไร”
“เมื่อคืนพี่กายกัดปากหนูจนแตก แล้วก็ยังบีบนมหนูด้วย พี่ต้องรับผิดชอบ”
“จะให้พี่รับผิดชอบยังไง”
“ปากหนูยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่โดนพี่กายกัดจนปากแตก ก็เหมือนโดนพี่เปิดซิง ส่วนนม พี่ก็บีบเกือบแตก ฉะนั้นพี่กายต้องมาเป็นผัวหนู”
“...” สกายพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยใจกับความคิดของวาวี ก่อนที่จะล้วงมือหยิบเงินในกระเป๋ากางเกง ยื่นให้หญิงสาวสามพันบาท
“ให้เงินหนูทำไม” วาวีมองคนตัวสูงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“เอาเงินไปทำแผลที่ปาก ถ้าเงินเหลือก็ซื้ออาหารเสริมคาร์โนซีนมาดื่มบำรุงสมองด้วย แล้วก็นอนพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่คิดเพ้อเจ้อแต่เรื่องไร้สาระ” สกายส่ายหัวพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นเขาก็เอาเงินยัดใส่มือเล็ก ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปทันที
“หssมพี่นี่เคลือบทองคำหรือไง ถึงได้หวงตัวดีนัก หนูขอสาบานเลยว่าถ้าได้เขมือบแท่งทองของพี่เมื่อไร หนูจะอมให้หัวจู๋ถลอกเลย” หลังจากประตูปิดสนิทลง วาวีก็พูดไล่หลังคนหวงตัว จากนั้นวาวีโปรยเงินแบงก์สีเทาลงพื้น แล้วล้มตัวนอนกระดิกนิ้วเท้าบนโซฟาอย่างสบายใจ เธอน่ะไม่ถือสาอาการเมินเฉยของเขาหรอก ต่อจากนี้ไปเธอจะรุกและลุยท่าเดียว เพราะเธอถือคติที่ว่า ‘ด้านได้ อายอด’
