ตอนที่ 3 มหาเทพหญิงเพียงหนึ่งเดียว
ที่กองถ่ายคัดเลือกนักแสดง เหล่าทีมงานในกองถ่ายเรื่อง 《ประกาศิตแสงลี้ลับ》 ต่างมารวมกลุ่มซุบซิบกันในขณะนี้
“...ไม่ใช่ว่าเจียงผิงอี้สร้างเรื่องซื้อเทรนด์เองหรอกนะ เฮ้ย! นายบอกว่าเคยเจอเจียงผิงอี้ไม่ใช่เหรอ ตัวจริงหล่อนหน้าตาแบบนั้นจริงดิ?”
“ปลอมชัวร์ ฉันเคยเจอหน้าหล่อน พอกแป้งหนากว่าโคลนใต้รองเท้าฉันอีก เมคอัพสโมกกี้อายก็จัดเต็มจนน่าเกลียดสุดๆ จะมีดีก็แค่หุ่นนั่นแหละ ไม่รู้ผู้กำกับจงไปตาถั่วเห็นดีอะไรในตัวยัยนั่น...”
สิ้นคำพูด เจียงผิงอี้ก็ผลักประตูเดินเข้ามาพอดี
“สวัสดีค่ะ ฉันเจียงผิงอี้ มาทดสอบบทค่ะ”
“สวัสดี...?”
คนกลุ่มนั้นพากันตาค้าง ไม่มีใครตอบรับเลยสักคน นางจึงถามซ้ำอีกครั้ง
“ตะ... ตรงนั้นครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
กลิ่นหอมอ่อนๆ พัดผ่านหน้าชายหนุ่มคนเมื่อครู่ไป เขาถึงกับแข้งขาอ่อนแรง ราวกับวิญญาณได้หลุดลอยตามเจียงผิงอี้ไปแล้ว: “นับจากนี้ไป ฉันคือแฟนคลับสายหน้าตาตัวยงของเธอ ใครหน้าไหนก็อย่ามาห้าม!”
เจียงผิงอี้ราวกับมีแสงไฟส่องสว่างติดตัว ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็กลายเป็นจุดรวมสายตาของทุกคน เมื่อนางแต่งหน้าและเปลี่ยนชุดเสร็จเดินออกมา ทุกคนก็ยิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมผู้กำกับจงถึงต้องเชิญเธอมา
บทบาทของเจียงผิงอี้ในครั้งนี้คือ มหาเทพฝูโจ้ว
ฝูโจ้วหลงรักพระรองมานานหลายปี ทว่าเขากลับวางแผนหลอกเอาเน่ยตาน (แกนพลัง) ของนางไปเพื่อช่วยมนุษย์ผู้หญิงที่ตนรัก จนทำให้ฝูโจ้วต้องดวงจิตแตกซ่านสลายไป
ทว่าในฐานะมหาเทพ ฝูโจ้วปกปักษ์มวลมนุษย์ กำจัดคนชั่ว และสร้างบารมีไว้มหาศาล สรรพสิ่งทั่วสากลโลกจึงรวมตัวกันมอบชีวิตใหม่ให้แก่นาง
หลังจากฝูโจ้วตายไป พระรองถึงเริ่มตระหนักได้ถึงความดีของนางและต้องการจะสานสัมพันธ์ใหม่ แต่นางกลับไร้ซึ่งความทรงจำ ไม่หลงเหลือเรื่องราวในอดีต ในยามที่เขาร่ำไห้เล่าเรื่องราวหนหลังเพื่ออ้อนวอนให้นางกลับมาเคียงข้าง นางกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเขาจื่ออวิ๋น
มองลงมายังพระรองที่อยู่บนบันไดทอดยาวด้วยสายตาเรียบเฉยพลางเอ่ยว่า
“ข้าคือมหาเทพฝูโจ้ว เป็นฝูโจ้วของสรรพสิ่งใต้หล้า มิใช่ฝูโจ้วของเจ้าเพียงผู้เดียว”
หลังจากนั้น นางยังคงทำหน้าที่มหาเทพ ปกป้องมวลมนุษย์ และยื่นมือเข้าช่วยพระเอกนางเอกปราบตัวร้าย
แม้จะมีบทไม่มาก แต่ตัวละครนี้กลับยกระดับแก่นเรื่องทั้งหมดให้สูงขึ้น จึงถือว่าเป็นบทที่สำคัญมากบทหนึ่ง
ฉากที่จะทดสอบในวันนี้ คือฉากบนยอดเขาจื่ออวิ๋นนั่นเอง
คนที่เข้าทดสอบก่อนเจียงผิงอี้ คือเจียงอวี้เจีย ผู้รับบทนางรองที่เป็นคนพรากเน่ยตานของฝูโจ้วไป
วันนี้ทีมงานอยู่กันครบ เจียงอวี้เจียจึงงัดเอาความสามารถทั้งหมดออกมาเพื่อข่มเจียงผิงอี้ให้นิ่งสนิท
นางใช้เทคนิคทุกอย่างที่อาจารย์สอนมา ไม่เพียงแต่น้ำตาจะร่วงเผาะดูสมจริง แต่บทพูดทุกคำยังกินใจสุดๆ
เมื่อแสดงจบ ทุกคนต่างพากันปรบมือให้
“สมแล้วที่เป็นคุณหนูใหญ่เจียงอวี้เจีย ถึงไม่ได้จบสายการแสดงมาโดยตรงแต่ก็เล่นได้ดีขนาดนี้!”
“นั่นสิ คนต่อไปก็เจียงผิงอี้แล้วสินะ ฮ่าๆ ฉันละอายแทนเลย นอกจากสวยจนเป็นแจกันประดับโต๊ะแล้ว หล่อนยังมีปัญญาทำอะไรอย่างอื่นได้อีกเหรอ?”
“ชู่ว อย่าพูดไป เริ่มแล้ว”
เจียงอวี้เจียยืนอยู่ปนกับฝูงชนข้างล่างเวที ตั้งใจจะรอดูเจียงผิงอี้ขายหน้ากับตาตนเอง
ทว่าทันทีที่เจียงผิงอี้ก้าวขึ้นไปบนเวที พื้นที่ที่เคยเซ็งแซ่ก็เงียบกริบลงในพริบตา
เจียงผิงอี้หลับตาลงเล็กน้อย ก่อนจะปลดปล่อยออร่าในฐานะมหาเทพหญิงเพียงหนึ่งเดียวแห่งเขาหลานไถออกมา แล้วเอ่ยบทพูดประโยคนั้นอย่างช้าๆ
นางอยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมยาวและชายกระโปรงปลิวไสวไปตามลม มือข้างหนึ่งถือกระบี่ไขว้ไว้ข้างหลัง จุดแต้มสีชาดเรียวยาวที่กลางหน้าผากช่วยกดทับความยั่วยวนเดิมของนางไว้ ดวงตาที่หลุบลงแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนที่เด็ดเดี่ยว และความเมตตาต่อสรรพสิ่งในโลก
นางไม่ได้กำลังแสดงเป็นมหาเทพ แต่นางคือมหาเทพหญิงเพียงหนึ่งเดียวในวงการบันเทิงยุคนี้
หลังจากความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง เสียงปรบมือที่ดังสนั่นก็ระเบิดขึ้นทันที
“เชี่ย... สุดยอด เมื่อกี้ฉันรู้สึกเหมือนได้เห็นมหาเทพตัวเป็นๆ จริงๆ!”
“สายตาเลือกคนของผู้กำกับจงโคตรเทพ พี่สาวคนนี้คือเทพธิดาตัวจริงแห่งวงการบันเทิงชัดๆ!”
“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเมื่อก่อนเจ้านางไปแต่งหน้าให้ตัวเองดูอุบาทว์ขนาดนั้นได้ยังไง...”
“พวกเธอไม่รู้สึกเหรอว่าพอเทียบกันแล้ว เจียงอวี้เจียที่รับบทมนุษย์น่ะดูจืดชืดไปเลย...”
ท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนรอบข้าง เจียงอวี้เจียที่ยืนอยู่ใต้เวทีจ้องมองนางด้วยสายตาอาฆาต เล็บจิกเข้าไปในเนื้อตัวเองจนห่อเลือด
เจียงผิงอี้ แกกล้ามาแย่งซีนฉันงั้นเหรอ...
บ่ายวันนั้น อันดับต้นๆ ของเทรนด์ร้อนแรงก็ถูกเจียงผิงอี้เหมาไปอีกครั้ง
#ประกาศิตแสงลี้ลับเจียงผิงอี้
#ฝูโจ้วเจียงผิงอี้
#มหาเทพหญิงเพียงหนึ่งเดียวแห่งวงการบันเทิง
#วิธีแต่งหน้าให้ตัวเองดูขี้เหร่
......
ทีมงานรายการ 《Extreme Survival》 เห็นกระแสของเจียงผิงอี้ระเบิดอีกรอบ ก็อาศัยจังหวะนี้ปล่อยข่าวที่นางจะเข้าร่วมรายการวาไรตี้ออกไปทันที ไม่ถึงสิบนาที แฟนคลับของดาราคนอื่นๆ รวมถึงแอนตี้แฟนของเจียงผิงอี้ก็พากันมาถล่มคอมเมนต์ในเวยป๋อหลักอย่างดุเดือด
— นังโนเนมชั้นสิบแปดแบบนี้คู่ควรจะมาถ่ายรายการเดียวกับพี่ชายฉันได้ยังไง! ไสหัวไปไกลๆ อย่ามาเกาะกระแส!
— เหลือเชื่อจริงๆ ยัยตัวน่ารำคาญนี่โผล่ไปทุกที่เลย หล่อนมีเบื้องหลังยังไงกันแน่!
— ผู้กำกับคิดอะไรอยู่เนี่ย ถึงได้เอาขยะเปียกชิ้นนี้มา แขกรับเชิญคนอื่นที่ประกาศมาฉันชอบทุกคนเลย ไม่อยากให้ยัยนี่มาทำรายการพัง...
— พูดจริง ไม่ได้ล้อเล่น ถ้ามีนังนี่ฉันเลิกดูแน่นอน ดูไม่ได้แม้แต่นิดเดียว...
......
แน่นอนว่าในนั้นก็มี "แฟนคลับสายหน้าตา" ที่เจียงผิงอี้เพิ่งตกมาได้ในช่วงสองวันนี้ออกมาช่วยปกป้อง
— เฮ้ย คนสวยนะโว้ย ไม่มีใครชอบดูคนสวยๆ บ้างเหรอ??
— ฉันไงๆ แค่เห็นหน้าพี่สาวก็อิ่มใจแล้ว ดูมาสองวันแล้ว ละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ ...
— พี่น้องไปออกรายการด้วยกัน คิดดูก็รู้ว่าต้องน่าดูมาก!
— ยอมใจพวกเธอจริงๆ เห็นแก่หน้าตาจนลืมศีลธรรม สิ่งที่ยัยนี่เคยทำไว้ไม่มีใครจำได้เลยเหรอ?
— นั่นสิ ฉันนึกว่ามีแค่ฉันที่จำได้ว่าหล่อนคอยกัดชาวบ้านไปทั่ว!
— เรื่องในวงการบันเทิง ใครจะไปรู้ว่าอะไรจริงอะไรปลอม ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอะไรสักหน่อย ยังไงฉันก็อยากดูคนสวย! รอชมคนสวยในรายการเอาชีวิตรอดจ้า!
— รอชมคนสวยในรายการเอาชีวิตรอดด้วยคน!
อานิสงส์จากเจียงผิงอี้ ทำให้รายการ Extreme Survival ติดเทรนด์ร้อนไปสองอันดับด้วยเช่นกัน
คืนนั้น เจียงอวี้เจียขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา เจียงผิงอี้จึงได้อยู่เงียบๆ อย่างสำราญใจ นางนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรท่ามกลางแสงจันทร์อีกครั้ง
การเตรียมการสำหรับซีรีส์ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่รายการวาไรตี้นั้นเริ่มถ่ายทำกันเร็วมาก
เช้าตรู่ ในขณะที่ทีมกล้องทั้งแปดทีมไปถึงบ้านของเหล่าศิลปิน ลิงก์ไลฟ์สดทั้งแปดห้องก็ถูกปักหมุดไว้ที่หน้าเพจหลักทันที พร้อมประกาศว่าแขกรับเชิญกลุ่มแรกทุกคน "ไม่รู้ตัว" ว่ารายการนี้เป็นการไลฟ์สด นี่จะเป็นการเปิดมิติใหม่ของรายการวาไรตี้
— เชี่ยๆๆ! ทีมงานเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!!!
— อะไรนะ?! ไลฟ์สดตลอดเวลา?! ศิลปินไม่รู้ตัว?!!!!
— โคตรเจ๋ง ไม่นึกว่าวันหนึ่งจะได้เห็นรายการไลฟ์สดในวงการบันเทิงจีน ตาไม่ฝาดใช่ไหมเนี่ย!!!
เหล่าชาวเน็ตที่ได้ข่าวต่างพากันหลั่งไหลเข้าสู่ห้องไลฟ์สดแต่ละห้องอย่างรวดเร็ว
เจียงอวี้เจียรู้ตัวว่าเป็นรายการไลฟ์สด นางจึงตื่นขึ้นมาแต่งหน้าแบบ No-makeup look ตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วแสร้งทำเป็นเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ทันทีที่ทีมกล้องเข้าประตูมา จึงได้เห็นนางในสภาพที่มีเหงื่อเกาะพราวแต่ดูสุขภาพดีและสวยสะพรั่ง
นางอดทนรอมาหลายวัน เพื่อรอโอกาสในไลฟ์สดอีพีแรกนี้ที่จะได้ฉีกหน้าเจียงผิงอี้ให้ยับ ดังนั้นหลังจากทักทายทีมกล้องเสร็จ นางก็ยิ้มพลางบอกว่าจะพาทางรายการไปปลุกพี่สาวที่ชอบนอนตื่นสาย
“ปกติพี่สาวจะตื่นค่อนข้างสาย พวกเราไปปลุกเธอด้วยกันเถอะค่ะ อ้อ เรื่องนี้คงไม่ได้ออนแอร์ออกไปใช่ไหมคะ?”
ตากล้องไม่ตอบคำถาม แต่เดินตามเจียงอวี้เจียไปที่หน้าห้องของเจียงผิงอี้ จากนั้นนางก็สูดลมหายใจเข้าลึก และผลักประตูเข้าไปอย่างแรง
..
