เซียนสาวเจ้าบทบาท

260.0K · จบแล้ว
sunshine
152
บท
919
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เจียงผิงอี้ เทพธิดาเพียงหนึ่งเดียวแห่งเขาหลานไถ ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเจียงผิงอี้ "ลูกสาวเศรษฐีตัวจริง" ที่แสนจะโนเนมและตกอับในวงการบันเทิง พลังวิญญาณอ่อนแอเกินไปเหรอ? ก็แค่มาเป็นดาราเก็บแต้มความประทับใจ (Goodwill) จากแฟนคลับสิ น้องสาว (ลูกปลอม) คอยกลั่นแกล้งงั้นเหรอ? ก็สวมบท "นังตัวดีสายแอ๊บ" (Green Tea) เอาคืนให้กระเจิงไปเลย! ท่านประธานสุดหล่ออยากจะใช้กำลังบีบบังคับให้รัก? งั้นส่ง "สามีตำแหน่งจักรพรรดิเทพ" ที่ฉันเก็บมาได้ไปจัดการเขาสักหน่อยเป็นไง อะไรนะ?! ศิษย์พี่มหาเทพผู้แสนเพอร์เฟกต์ของฉัน จริงๆ แล้วคือ "จอมมารตัวร้าย" ผู้ทำลายล้างโลกงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้น เพื่อมวลมนุษย์และสรรพสิ่ง... ฉันคงต้องชักกระบี่ออกมาสู้แล้วล่ะ! เจียงผิงอี้: "ข้าคือเทพธิดาเพียงหนึ่งเดียวแห่งเขาหลานไถ ผู้ปกปักษ์สรรพสิ่งใต้หล้า เจ้ากล้าด่าข้าเชียวหรือ?" เฉินอู๋เฉียว: "ที่ข้าพูดน่ะหมายความว่า... ถ้าเจ้าไปก่อเรื่องข้างนอก ข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง แต่เจ้าอย่าไปขู่คนอื่นเขา..." ...

นิยายรักโรแมนติกนิยายเทพเซียนประธานดารานางเอกเก่งข้ามมิติฝึกพลังเซียนแฟนตาซี การแต่งงานเหนือธรรมชาติ

ตอนที่ 1 เทพแห่งความงามจุติ

เจียงผิงอี้ตายแล้ว

ในยามที่นางวาดกระบี่แทงใส่บุคคลที่อยู่บนจุดสูงสุดของเขาหลานไถ พลันเกิดแสงสีขาวสว่างจ้าบาดตาขึ้นระหว่างฟ้าดิน ฉีกกระชากร่างของนางจนแหลกสลาย ก่อนจะโยนร่างนั้นลงสู่ความโกลาหลอันไร้ขอบเขต

ฉับพลันมวลบุปผาร่วงโรย สายน้ำไหลวนรอบขุนเขาเขียวเหล่าสรรพสัตว์คร่ำครวญท้องฟ้าปั่นป่วน สายลมหวีดหวิวทั่วทั้งแดนสวรรค์ต่างก็เกิดความโกลาหล

ทศวรรษที่ยี่สิบสอง

บนโลกมนุษย์อันวุ่นวาย ที่ไหนสักที่ในเมืองหลวงหญิงสาวผู้มีโฉมสะคราญซึ่งเดิมทีจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในสระบัว ฉัยพลันก็ลืมตาขึ้นนางสะบัดมือเบาๆ เพียงครั้งเดียว ร่างอันบางเพรียวก็ลอยพ้นขึ้นมาจากผิวน้ำ

ที่นี่ที่ไหนกัน เหตุใดพลังวิญญาณถึงได้เบาบางเช่นนี้?

นางพลิกกายขึ้นฝั่ง นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพุ่งพล่านเข้าสู่สมองดั่งสายน้ำ

นางชื่อเจียงผิงอี้ ทว่าไม่ใช่เจียงผิงอี้มหาเทพหญิงเพียงหนึ่งเดียวแห่งเขาหลานไถอีกต่อไป แต่เป็นเจียงผิงอี้ "ลูกสาวตัวจริง" ผู้เป็นตัวประกอบใช้แล้วทิ้งที่ตระกูลเจียงไปตามหาจนพบในที่ห่างไกล

เจียงผิงอี้ถูกอุ้มสลับตัวไปตั้งแต่เด็ก และถูกเลี้ยงดูอยู่ในภูเขาถึงยี่สิบเอ็ดปี ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยากจนข้นแค้นทำให้นางกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวและโลภมาก หลังจากถูกตระกูลเจียงรับกลับมา นางก็อาศัยรูปโฉมที่งดงามติดตามเจียงอวี้เจีย (ลูกสาวตัวปลอม) เข้าสู่วงการบันเทิงตามหลังกันมาติดๆ นางจ้องจะข่มขวัญลูกสาวตัวปลอมในทุกเรื่อง แต่เพราะเล่ห์เหลี่ยมต่ำเตี้ยและโง่เขลาเบาปัญญา กลับกลายเป็นการช่วยดึงดูดคะแนนนิยมให้ลูกสาวตัวปลอมแทน

ยิ่งชื่อเสียงของนางแย่ลงเท่าไหร่ ชื่อเสียงของลูกสาวตัวปลอมก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ทั้งยังไปเข้าตา โม่ชิงซาน ทายาทของตระกูลโม่ซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำของแวดวงธุรกิจและการเงินของเมืองใหญ่แห่งนี้อีกด้วย

แน่นอนว่านางไม่ยินยอม จึงใช้กลเม็ดสารพัดเพื่อทำลายวาสนาของเจียงอวี้เจีย ถึงขั้นคิดจะแสร้งทำเป็นจมน้ำเพื่อให้โม่ชิงซานมาช่วย เพื่อจะใช้ความบริสุทธิ์ของตนเองผูกมัดเขาไว้ ใครจะรู้ว่าเจียงอวี้เจียมองแผนออกและเรียกโม่ชิงซานออกไปก่อน

ส่วนตัวนางนั้น เพราะว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำตายอยู่ในสระบัวจริงๆ

เจียงผิงอี้ที่เป็นตัวประกอบตายไปแล้ว เจียงผิงอี้ที่เป็นมหาเทพจึงฟื้นตื่นขึ้นมา

เพียงแต่... โลกใบนี้มีพลังวิญญาณน้อยเกินไป นางจำได้เพียงว่าตนเองคือมหาเทพแห่งเขาหลานไถ ตายเพราะลอบสังหารคนบนยอดเขา ส่วนเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นนางจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ติ๊ด ติ๊ด

เจียงผิงอี้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจาก เย่ว์ลั่ว ผู้จัดการของนาง

"พี่สาวครับ วันนี้มีถ่ายนิตยสารแนวโบราณ พี่คงไม่ได้นอนเพลินจนลืมอีกใช่ไหม! นิตยสารเล็กๆ ฉบับนี้ผมยอมพูดจนปากเปียกปากแฉะกว่าจะได้มา ทรัพยากรพวกเรามันแย่มากแล้วนะพี่ ต้องหัดทะนุถนอมไว้หน่อย!"

เย่ว์ลั่วเพิ่งเข้าวงการมาก็ต้องมาดูแลตัวปัญหาอย่างเจียงผิงอี้ ที่วันๆ เอาแต่ไปขายหน้าและคอยเกาะกระแสทำตัวมีปัญหากับคนอื่น จนคะแนนนิยมจากคนผ่านทางพังพินาศยับเยิน แต่ในฐานะเด็กใหม่ เขาไม่มีสิทธิ์เลือกศิลปิน จึงได้แต่คอยปรนนิบัติเจียงผิงอี้คนนี้อย่างน่าสงสาร

ตอนแรกเจียงผิงอี้คิดจะปฏิเสธ แต่พอคิดอีกที โลกนี้พลังวิญญาณเบาบางแต่ประชากรกลับหนาแน่น หากยิ่งได้รับความรักและโชคลาภมากเท่าไร พลังวิญญาณก็จะฟื้นฟูได้เร็วขึ้นเท่านั้น

เมื่อมองดูแล้ว การเข้าสู่วงการบันเทิง เป็นดาราในยุคสมัยนี้เพื่อให้มีแฟนคลับและได้รับแต้มความประทับใจ ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เลวนัก

"ส่งตำแหน่งมาให้ฉัน"

เจียงผิงอี้วางสาย ลุกขึ้นยืนส่องกระจกที่เป็นเงาสะท้อนในสระบัวดูรูปลักษณ์ของตนเอง

เหมือนกับมหาเทพเจียงผิงอี้ไม่มีผิดเพี้ยน ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ คิ้วเรียวดั่งวาดด้วยถ่าน ตาพริ้มปากแดงฟันขาว ดวงตาที่มีชีวิตชีวายามกวาดมองไปมาดูคล้ายมีแสงดาวพุ่งออกมา ผิวพรรณยิ่งดูขาวผ่องเมื่อตัดกับผมยาวสลวยสีดำสนิท

แม้รูปลักษณ์นี้จะเป็นโฉมงามล่มเมืองในโลกมนุษย์อยู่แล้ว แต่หากมีพลังวิญญาณคอยหล่อเลี้ยงแบบมหาเทพเจียงผิงอี้ มนุษย์เดินดินอย่างเจียงผิงอี้คนเดิมก็ไม่อาจเทียบติดได้เลย

หลังจากเห็นตำแหน่งที่เย่ว์ลั่วส่งมา นางก็เดินเครื่องพลังวิญญาณเพื่อทำให้ผมและเสื้อผ้าแห้งทันที พร้อมเตรียมตัวออกเดินทาง

เพียงแค่ก้าวเท้าออกไป เจียงอวี้เจียก็พาโม่ชิงซานเดินตรงมาทางนี้พอดี

"ฉันเพิ่งเห็นพี่สาวเดินมาทางนี้ค่ะ หายไปนานขนาดนี้ฉันเป็นห่วงแทบแย่ ชิงซาน ขอบคุณนะคะที่ยอมช่วยฉันตามหาพี่"

ชายหนุ่มส่งเสียงอืมในลำคออย่างสุขุม

คิ้วคมเข้มดั่งกระบี่ ดวงตาประดุจดวงดาว ใบหน้าหล่อเหลาลุ่มลึก รูปร่างสูงโปร่ง ชุดสูทสั่งตัดประณีตขับเน้นรูปร่างให้โดดเด่น ยามก้าวเดินเห็นมัดกล้ามเนื้อที่เรียบเนียนรำไร

นี่คือโม่ชิงซาน มิน่าเล่าเจียงผิงอี้ถึงอยากจะยั่วยวนเขานัก ต่อให้ไม่นับรวมฐานะทางบ้านที่มีอำนาจล้นฟ้า แค่หนังหน้าและรูปร่างนี้ การจะยั่วยวนเขาก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

เพียงแต่... เหตุใดถึงมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดนะ

"พี่คะ พี่อยู่นี่เอง!"

ในวินาทีที่เจียงอวี้เจียเดินเข้ามาจับแขนของนาง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว: อีแพศยานี่นังไม่ตายเหรอ เสียดายชะมัด!

นี่คือเสียงในใจของเจียงอวี้เจีย?

ดีมาก ดูเหมือนวิชาอ่านใจที่สั่งสมมาในฐานะมหาเทพจะยังไม่ลืมเลือน และน้องสาวคนนี้ของนาง ก็ไม่ได้เป็นคนดีมีเมตตาเหมือนอย่างในข่าวลือจริงๆ

เพียงแต่พวกเขาทั้งสามคนไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า มีไอพลังสายหนึ่งพุ่งออกจากร่างของเจียงผิงอี้ และมุดหายเข้าไปในร่างของเจียงอวี้เจีย

"ที่แท้เธอก็เป็นห่วงฉันขนาดนี้เลยเหรอ"

เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง: ก็ห่วงน่ะสิ! ห่วงว่าแกจะตายไม่สนิท แล้วมาแย่งซีนฉัน แถมยังขวางทางฉันกับโม่ชิงซานอีก!

"แน่นอนค่ะพี่ พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว"

"วางใจเถอะ" ฉันน่ะคือมหาเทพหญิงเพียงหนึ่งเดียวแห่งเขาหลานไถนะ!.. "ฉันไม่มีวันเป็นอะไรแน่นอน"

เจียงผิงอี้ยกยิ้มที่มุมปาก มองเจียงอวี้เจียด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะเมินโม่ชิงซานที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเดินจากไปด้วยท่าทางเกียจคร้าน

โม่ชิงซานจ้องมองเจียงผิงอี้ที่ลบเครื่องสำอางหนาเตอะออกจนเผยให้เห็นผิวขาวสวยรูปร่างสมส่วน พลันหรี่ตาลง

ยัยโง่นี่กำลังเล่นเกมอะไรอยู่? ปกติเวลาเห็นเขา ความโลภในดวงตานางจะปิดไม่มิด แทบจะถลาเข้ามาสิงร่างเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับเมินเขาโดยสิ้นเชิง? ก็ดี เขาอยากจะดูนักว่านางจะเล่นตลกอะไรได้อีก

...

เจียงผิงอี้ยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าประตูห้องสเตูดิโอ พลังวิญญาณก็ทำให้ได้ยินเสียงซุบซิบของผู้คนด้านใน

"บก. คิดอะไรอยู่เนี่ย ถึงได้เอาอีพวกโนเนมมีแต่ข่าวฉาวนี่มาถ่าย เดี๋ยวพวกแอนตี้แฟนได้ด่าเรายับแน่!"

"ดังทางลบก็คือดังนะ เจียงผิงอี้ดาราโนเนมชั้นสิบแปดนั่น มีคนรุมด่าได้เยอะขนาดนี้ก็นับว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว ฮ่าๆ"

"คนที่โง่ขนาดลืมสลับบัญชีอวตารไปกดไลก์โพสต์ด่าคู่แข่งเนี่ย ถูกด่าจนติดเทรนด์ก็ไม่แปลกหรอก~"

"โง่ไม่ว่าหรอก แต่ประเด็นคือไอ้เมคอัพสโมกกี้อายสุดเห่ยที่พอกไว้บนหน้าตลอดเวลาเนี่ยสิ ใครจะรู้ว่าถ้าลบเครื่องสำอางออกมาแล้วจะเป็นตัวอะไร!"

สิ้นคำพูดของคนด้านใน นางก็ผลักประตูเข้าไปทันที

"ขอโทษที ฉันมาสาย"

"คนสวย... คุณ คุณคงมาผิดที่แล้วล่ะครับ ที่นี่เรา... ถ่ายนิตยสารกันอยู่"

ชายหนุ่มที่เพิ่งนินทาว่าเจียงผิงอี้ขี้เหร่เมื่อครู่ จ้องมองใบหน้าอันงดงามหาที่เปรียบไม่ได้ของนางจนพูดติดอ่าง

"ฉันเอง เจียงผิงอี้"

อะไรนะ?! นี่คือเจียงผิงอี้เหรอ?!

ที่แท้พอนางลบเครื่องสำอางสุดเห่ยที่เหมือนติดถาวรนั่นออกแล้ว หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง!

จนกระทั่งเจียงผิงอี้เข้าไปในห้องลองเสื้อเพื่อเปลี่ยนชุด ทุกคนถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาบ้าง ทว่าพอม่านห้องลองเสื้อถูกเลิกขึ้น ทุกคนก็ตกอยู่ในสภาวะตะลึงงันหนักกว่าเดิม

สวย สวยเหลือเกิน แม้จะเป็นใบหน้าสดไร้เครื่องสำอาง แต่ในยามนี้นางกลับสวยจนทุกคนไม่กล้าจ้องมองตรงๆ ที่สำคัญกว่านั้นคือนางมีกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้ผู้คนอยากจะสยบยอมโดยสัญชาตญาณ

ช่างแต่งหน้าที่เพิ่งเคยแต่งหน้าให้นางเป็นครั้งแรก แม้ใบหน้าจะนิ่งเฉยแต่ในใจกลับกรีดร้องไม่หยุด

ใครจะไปเข้าใจ! การแต่งหน้าให้คนที่มีใบหน้าสวยเป๊ะทุกองศาประดุจงานปั้นแบบเนี้ยมันฟินแค่ไหน!

ผิวพรรณละเอียดเนียนกริบไร้ที่ติ คิ้วเข้มได้รูปโดยไม่ต้องวาด ปากแดงระเรื่อโดยไม่ต้องแต้ม ช่างแต่งหน้าลงรองพื้นเพียงเล็กน้อยก็เป็นอันเสร็จ จากนั้นก็หยิบดอกไม้สีแดงสดมาหมายจะทัดที่เส้นผมให้นาง

"เชย" เจียงผิงอี้ขยับริมฝีปากแดงเอ่ยออกมา น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนเกียจคร้านทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน "เปลี่ยนเป็นกิ่งหลิวใบนั้นมาแทน"

คนข้างๆ รีบหยิบกิ่งหลิวสดที่ปักอยู่ในแจกันมาให้ทันที

เจียงผิงอี้รับมา แล้วปักมันลงบนมวยผมสีดำขลับอย่างเป็นธรรมชาติ

ธีมการถ่ายทำวันนี้คือ "เซียนผู้ลงมาจากสวรรค์" ซึ่งเข้าทางเจียงผิงอี้พอดิบพอดี

พัดลมพ่นลมเปรยชุดกระโปรงยาวของนางให้พลิ้วไหว นางหลับตาลงเล็กน้อย ในสมองพลันปรากฏภาพเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา

ท่ามกลางขุนเขาเขียวขจีและสายน้ำ นางในชุดสีขาวก้าวย่างอยู่บนมวลเมฆ พลิ้วกายไปมาท่ามกลางเทือกเขาสุดลูกหูลูกตา

"ดี! ดีมาก! อารมณ์แบบนี้แหละ รักษาไว้!"

นี่มันใช่เจียงผิงอี้ดาราโนเนมชั้นสิบแปดที่ไหนกัน นี่มันเทพเซียนจุติลงมาชัดๆ!

พนักงานที่เพิ่งนินทาเมื่อกี้ต่างยืนอ้าปากค้าง จ้องมองเจียงผิงอี้ตาไม่กะพริบ จนอดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายเบื้องหลังแล้วโพสต์ออกไป

—ฉันลางสังหรณ์ว่า นิตยสารเล่มนี้จะดังเป็นพลุแตก

—ไม่ไหวแล้ว ฉันมันพวกแพ้คนสวย เห็นแล้วอยากเปลี่ยนจากแอนตี้มาเป็นแฟนคลับเลย...

เจียงผิงอี้ได้ยินคำพูดนั้นก็เผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ช่างภาพมือไว รีบกดชัตเตอร์จับภาพที่สั่นสะเทือนโลกใบนี้เอาไว้ได้ทัน

สิบนาทีหลังจากนั้น ยอดกดไลก์ของโพสต์ดังกล่าวพุ่งทะลุเกือบล้านครั้ง และพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของเทรนด์ค้นหายอดนิยมทันที

#เทพแห่งความงามจุติ สยบราบคาบทั่งปฐพี#

..