ปพนภพประธานวีอาร์กรุ๊ป
“ทำโปรเจกต์ผ่านแล้วเหรอพี่ไนท์?”
เสียงทักของน้องชายวัยใกล้กัน ทำให้ปพนภพเงยหน้าขึ้นจากไอแพด คิ้วของเขายังคงขมวด หน้ายุ่งอย่างเห็นได้ชัด คนทักเองยิ้มกริ่มก่อนจะทรุดลงนั่งข้างพี่ชาย พลางเอ่ยหยอกๆ
“พ่อ แม่ ลุงปริ้นซ์ ป้าจ้อยไปฮันนีมูนรอบสองกันสนุกเลย ทิ้งให้ท่านประธานคนใหม่ฝึกงานลำพัง ต้องการความช่วยเหลือไหมครับ?”
“ช่วยอะไรพี่ได้ล่ะ?”
พี่ชายย้อนถาม แล้วเลิกคิ้ว ปพนภพตอนนี้รับตำแหน่งผู้บริหารงานรุ่นใหม่ของวีอาร์ กรุ๊ป เขาได้นั่งตำแหน่งประธานบริษัท โดยที่ผู้เป็นลุงถอยให้ เจตนาจะวางมือบ้าง ให้ลูกหลานได้ขึ้นทำงานแทน ส่วนตัวเองและบิดาของปพนภพตอนนี้มาทำตำแหน่งประธานอาวุโสกันแทน ที่กล้าวางมือ เพราะเห็นศักยภาพของทั้งลูกชาย และลูกเขย ลูกสาว ที่ขึ้นมาคุมงานแทนแทบจะเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ พวกท่านนั้นเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น
“ทำหนังสั้นโปรโมตให้ไหมครับ พี่ไนท์”
ปพนภัทรอาสา คนเป็นพี่ได้แต่กลอกตา น้องชายของเขาเป็นคนเดียวที่ตอนนี้ยังไม่ต้องมาทำงานในกลุ่ม วีอาร์ กรุ๊ป เพราะเลือกไปทำงานที่ตัวเองรัก อย่างงานภาพยนตร์ ค่ายละคร ทำได้ดีด้วยสิ ฉะนั้น บิดามารดาและญาติๆ ก็ไม่ได้กดดันให้เขาต้องมาทำงานที่วีอาร์กรุ๊ป มีข้อตกลงกันว่า ถ้าเกิดว่าอายุหนึ่ง ปพนภัทรก็ต้องกลับมาช่วยทำงานบริหาร เนื่องจากเป็นบริษัทกิจการของครอบครัว ไม่อยากให้ตกไปอยู่ในมือคนนอก หรือคนนอกมาบริหาร ในรุ่นนิวเจนนี้ ผู้บริหารคือ ปพนภพเป็นหัวเรือใหญ่ ต่อมาเป็น ปานทิวา รับหน้าที่บริหารในตำแหน่ง ซีเอฟโอ คุมการเงินทั้งหมดของบริษัท น้องสาวของเขา จรัสดารินทร์ ช่วยงานพี่สาวในตำแหน่งรอง ในส่วนของแผนกการตลาดสามีของเธอ วรภัทร ช่วยดูแลอยู่ ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองได้ดีพอสมควร รุ่นพ่อรุ่นแม่เลยกล้าที่จะค่อยๆ ปล่อยมือและคอยดูแลเป็นที่ปรึกษาให้กับรุ่นใหม่ต่อไป
“เก็บความหวังดีไว้ดีกว่า...ช่วยคิดดีกว่าว่าปีนี้จะมีโครงการที่ไหนดี หรือไปประมูลงานแข่งชนกับเจ้าไหนบ้าง หาเทคนิคเฉพาะของเรา แบบนั้นดีกว่า”
“แหะๆ ผมยกให้พี่ดีกว่าครับ พี่ไนท์ เครียดๆ แบบนี้เย็นนี้ไปดริ๊งก์กันแก้เครียดไหมพี่ ผมนัดเด็กๆ ไว้”
ปพนภัทรหลิ่วตาให้กับผู้เป็นพี่ชาย ตอนนี้พวกเขาเป็นเพียงคนโสดในบ้าน วัชระโชติ ที่ยังไม่มีครอบครัว คนอื่นๆ แต่งงานไปหมดแล้ว มีหลานให้กับตระกูลเป็นวัชระโชติรุ่นจิ๋วกันหมดแล้ว ขนาดน้องเล็กของบ้าน จรัสดารินทร์ยังแต่งงานก่อนพี่ชายทั้งสองไปแล้ว เหลือพวกเขาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ไม่มีวี่แววลูกสะใภ้เลยสักที จนคุณทยิดาผู้เป็นมารดาเคยเอ่ยเปรยล้อหยอกลูกชายทั้งคู่ของเธอว่า อย่าแอบเป็นเสือซุ่มล่ะ มีแฟนก็พามาแนะนำกันสักที คนพี่อย่างปพนภพไม่น่าห่วง เธอห่วงปพนภัทร ที่วันดีคืนดีอาจจะพลาดเอา อาจจะมีสาวอุ้มเอาทารกมาแนะนำว่าเป็นทายาทวัชระโชติ
ลุงของเขาก็เย้าว่า อย่าทำเหมือนรุ่นพ่อล่ะ แอบคบ แอบซุก พอถึงเวลาเซอร์ไพรส์ ต้องง้อเมียให้วุ่นวาย ถ้าไม่จริงจังก็ให้ระวัง เรื่องแบบนี้ไม่เข้าใครออกใคร
รุ่นพ่อของเขาคุณปพนและทยิดานั้น มีตำนานรักคนหอน...เล่าขานหยอกล้อกันมาจนถึงปัจจุบัน พวกท่านรักกันมาก บิดาของเขาตั้งแต่แต่งงานก็พับคำว่าเสือผู้หญิงไปเลย เหมือนกับลุงปภพที่ตอนหนุ่มๆ ก็ซ่าไม่เบา จนมาเจอกับป้าเสน่ห์จันทร์นั่นแหละ
ตอนพ่อกับลุงเขา พวกเขาก็อายุสามสิบกว่าๆ ถึงมีลูกมีภรรยากัน ตอนนี้เขาก็เพิ่งจะ 32 ส่วนปพนภัทรก็ 31 กำลังสนุกกับงาน เรื่องหญิงมีบ้าง พอมาทำงานจริงจังรับตำแหน่งประธานวีอาร์ เมื่อปีที่แล้ว เขาก็ทำตัวเป็นฤๅษี ถือพรหมจรรย์ ไม่ได้ออกบ้านไปซ่าที่ไหนเลย ตอนนี้งานเรียกได้ว่าพอเบาลง เพราะความหนักความเกร็งในตอนแรกบรรเทา ก็อาจจะมีไปผ่อนคลายบ้างนานครั้ง
ส่วนพ่อน้องชายของเขา ทั้งชื่อเสียง ทั้งงานที่ทำอยู่ ดึงดูดมาด้วยเงินทอง ชื่อเสียง รวมถึงนารีมีไม่ขาด ล่าสุดก็เพิ่งจะเลิกกับสาวนางงามระดับประเทศ หมอนี่เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยจัด นั่นแหละถึงได้โดนหยอกว่า ให้เพลาๆ หน่อย หาคนจริงจังมาคบหาได้แล้ว เกรงว่าจะปล่อยจอยจนได้ทายาทมาแบบไม่ตั้งใจ
“เด็กๆ ไหน เด็กในค่ายแกเหรอ ไนล์ สมภารกินไก่วัดเหรอวะ”
“พี่คร้าบ...บางทีเด็กมันก็เสนอ เราก็แค่สนอง วินๆ จอยๆ กันไป”
ปพนภัทรยักไหล่ สำหรับเขานี่มันคือความสุขอีกอย่างหนึ่ง ที่เขาเห็นว่ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร
“พี่...”
“ระวังจะอัดในตายนะพี่ไนท์ ปะ ไปเหอะ ถือว่าผมซื้อให้พี่กินก็ได้”
น้องชายดึงไอแพดออกมาจากมือเขา แล้วยิ้มกริ่มส่งให้
“พรุ่งนี้วันเสาร์ครับไม่ต้องทำงานแล้วพี่ไนท์ ถึงผมจะต้องออกกอง แต่ผมก็ถือเป็นงานอย่างหนึ่ง ที่จะพาพี่ชายไปปล่อยจอย ระบายไปบ้างเดี๋ยวก็คิดแผนงานปีนี้ออก”
“นายนี่มัน...”
ปพนภพยิ้มมุมปาก ขณะที่น้องชายหัวเราะแล้วพูดอวยตัวเองว่า
“รู้ใจพี่ชายของผมสุดๆ”
“หึ...”
เขาถูกน้องชายรุนหลังให้ลุกขึ้น เพื่อขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ลากไปที่ห้องของเขา แล้วนัดบอกเวลาออกสนุก
ปพนภพถอนใจน้อยๆ เขาก้าวเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวอย่างที่ปพนภัทรบอกไม่อย่างนั้นหมอนี่ได้มาลากเขาออกไปจากห้องแน่ๆ นายไนล์เป็นคนดื้อเงียบ รั้นในสิ่งที่ตัวเองชอบ จะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้ เป็นคนอ่อนไหว และเป็นอัจฉริยะในด้านงานศิลปะ
เขาเห็นน้องมาทุกมุมเติบโตมาด้วยกัน ฉะนั้น เขาจึงรับตำแหน่งนี้ไว้ทั้งหมด ให้ปพนภัทรได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองรักชอบ ยอมเสียสละความชอบความฝันของตัวเอง เพื่อให้น้องได้เดินตามฝันและได้ดำรงกิจการของตระกูลไว้สืบต่อไปในรุ่นหลัง
เขาถือว่างาน ครอบครัวมาก่อนในตอนนี้ เลยยังไม่ได้มองใคร ไม่ได้สนใจใคร เขาเติบโตมาท่ามกลางความรักที่สวยงามของคนในครอบครัว และโตมาในครอบครัวที่อุ่นไปด้วยความรัก...หล่อหลอมให้เขาเป็นตัวตนแบบนี้
ปพนภพนั้นรักคนในครอบครัว จนยังไม่ต้องการใครมาเติมเต็ม เพราะตอนนี้เขากำลังรักงาน รักความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่ว่างเลยในการเอาหัวใจไปให้ใคร...
สองพี่น้องวัชระโชติ แตกต่างกันมาก แต่ก็รักและรู้ใจกันในทุกด้าน
สรุปคืนนั้น ปพนภัทรก็ลากพี่ชายไปสนุกด้วยจนได้...
